พบดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ในระบบสุริยะ ใช้เวล่โคจร 25,000 ปี
พบดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ในระบบสุริยะที่เลยพลูโตออกไปอีก ทำให้ความเป็นไปได้ที่จะมี ‘ดาวเคราะห์ X’ ดวงที่ 9 น้อยลง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์มีเทคโนโลยีใหม ๆ ที่ทรงพลังจนสามารถมองเข้าไปยังแถบไคเปอร์และไกลออกไปกว่านั้นว่ามีอะไรอยู่ที่นั่นบ้าง โดยวัตถุที่อยู่ไกลสุดเท่าที่เคยตรวจพบมาจนถึงปัจจุบันคือ FarFarOut ซึ่งเป็นหินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 400 กิโลเมตร ห่างจากโลก 132 หน่วยดาราศาสตร์ (AU; 1 AU = ระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์)
อย่างไรก็ตามเมื่อนักวิทยาศาสตร์พิจารณาข้อมูลที่รวบรวมจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่งในระหว่างปี 2011 ถึง 2018 เพื่อค้นหาและศึกษาวัตถุท้องฟ้าที่เลยดาวเนปจูนออกไปอีก 30 AU พวกเขาก็ต้องพบว่ามีบางอย่างอยู่ที่นั่น พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า 2017 OF201
“จุดที่ไกลจากดวงอาทิตย์ของวัตถุนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ไกลที่สุดในวงโคจร(ของ 2017 OF201)นั้นมีค่ามากกว่าวงโคจรของโลกถึง 1,600 เท่า” Sihao Cheng นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าว “ขณะเดียวกันจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของวัตถุนี้ ซึ่งเป็นจุดโคจรใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดนั้นมีค่ามากกว่าวงโคจรของโลก 44.5 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับวงโคจรของพลูโต”
ข้อมูลระบุว่า 2017 OF201 นั้นเป็นหินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 700 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่พอที่จะเป็นดาวเคราะห์แคระได้ โดยอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 90.5 AU ในตอนที่พบครั้งแรก และน่าจะโคจรออกไปได้ไกลสุดที่ 1,600 AU เข้าไปในกลุ่มเมฆออร์ตชั้นใน
โดยรวมแล้ว นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า 2017 OF201 น่าจะต้องใช้เเวลาประมาณ 25,000 ปีจึงจะโคจรได้ครบสมบูรณ์ ทั้งนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าวงโคจรที่ยาวนานขนาดนี้เกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่ จากปฏิสัมพันธ์แรงแนวโน้มถ่วงกับวัตถุขนาดใหญ่ หรือวิวัฒนาการผ่านหลายขั้นตอน แต่ที่แน่ ๆ ทีมวิจัยเชื่อว่ายังมีอีกหลายวัตถุที่รอการค้นพบอยู่ในบริเวณนั้น
“2017 OF201 ใช้เวลาโคจรเพียง 1% ของเวลาทั้งหมดที่ใกล้พอจนเราตรวจจับได้” Cheng กล่าว “การที่วัตถุนี้มีอยู่ดวงเดียว อาจบางชี้ว่ามีวัตถุท้องฟ้าอีกหลายร้อยดวงที่มีวงโคจรและขนาดใกล้เคียงกัน ซึ่งวัตถุเหล่านี้อยู่ไกลเกินไปจนไม่สามารถตรวจจับได้ในตอนนี้”
ไม่เพียงเท่านั้น วัตถุที่เพิ่งค้นพบนี้ยังท้าทายทฤษฎีที่ว่าระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ดวงที่ 9 หรือที่รู้จักกันว่า Planet 9 หรือ Planet X เนื่องจากหากมันมีอยู่จริง ๆ 2017 OF201 ก็จะถูกดีดออกไปในระยะเวลา 200-300 ล้านปี กลับกัน หากไม่มี Planet X 2017 OF201 ก็จะยังคงอยู่ ซึ่งตอนนี้มันยังคงอยู่
“แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หลักฐานที่สนับสนุนดาวเคราะห์ดวงที่ 9” Kevin Napier จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าว แต่จนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม คดีนี้ก็ยังไม่ถูกปิดสมบูรณ์ “ผมหวังว่าจะมีดาวเคราะห์ดวงที่ 9 อยู่ เพราะนั่นจะน่าตื่นเต้นกว่า” Cheng เสริม
ที่มา
https://arxiv.org/abs/2505.15806v1
https://www.newscientist.com/…/2481477-new-dwarf…/
https://www.livescience.com/…/scientists-have…
https://www.sciencealert.com/scientists-discover-new…
Photo: Cheng et al., arXiv, 2025