โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ในระบบสุริยะ ใช้เวล่โคจร 25,000 ปี

Environman

เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 13.00 น.

พบดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ในระบบสุริยะที่เลยพลูโตออกไปอีก ทำให้ความเป็นไปได้ที่จะมี ‘ดาวเคราะห์ X’ ดวงที่ 9 น้อยลง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์มีเทคโนโลยีใหม ๆ ที่ทรงพลังจนสามารถมองเข้าไปยังแถบไคเปอร์และไกลออกไปกว่านั้นว่ามีอะไรอยู่ที่นั่นบ้าง โดยวัตถุที่อยู่ไกลสุดเท่าที่เคยตรวจพบมาจนถึงปัจจุบันคือ FarFarOut ซึ่งเป็นหินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 400 กิโลเมตร ห่างจากโลก 132 หน่วยดาราศาสตร์ (AU; 1 AU = ระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์)

อย่างไรก็ตามเมื่อนักวิทยาศาสตร์พิจารณาข้อมูลที่รวบรวมจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่งในระหว่างปี 2011 ถึง 2018 เพื่อค้นหาและศึกษาวัตถุท้องฟ้าที่เลยดาวเนปจูนออกไปอีก 30 AU พวกเขาก็ต้องพบว่ามีบางอย่างอยู่ที่นั่น พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า 2017 OF201

“จุดที่ไกลจากดวงอาทิตย์ของวัตถุนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ไกลที่สุดในวงโคจร(ของ 2017 OF201)นั้นมีค่ามากกว่าวงโคจรของโลกถึง 1,600 เท่า” Sihao Cheng นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ หนึ่งในทีมวิจัย กล่าว “ขณะเดียวกันจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของวัตถุนี้ ซึ่งเป็นจุดโคจรใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดนั้นมีค่ามากกว่าวงโคจรของโลก 44.5 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับวงโคจรของพลูโต”

ข้อมูลระบุว่า 2017 OF201 นั้นเป็นหินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 700 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่พอที่จะเป็นดาวเคราะห์แคระได้ โดยอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 90.5 AU ในตอนที่พบครั้งแรก และน่าจะโคจรออกไปได้ไกลสุดที่ 1,600 AU เข้าไปในกลุ่มเมฆออร์ตชั้นใน

โดยรวมแล้ว นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า 2017 OF201 น่าจะต้องใช้เเวลาประมาณ 25,000 ปีจึงจะโคจรได้ครบสมบูรณ์ ทั้งนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าวงโคจรที่ยาวนานขนาดนี้เกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่ จากปฏิสัมพันธ์แรงแนวโน้มถ่วงกับวัตถุขนาดใหญ่ หรือวิวัฒนาการผ่านหลายขั้นตอน แต่ที่แน่ ๆ ทีมวิจัยเชื่อว่ายังมีอีกหลายวัตถุที่รอการค้นพบอยู่ในบริเวณนั้น

“2017 OF201 ใช้เวลาโคจรเพียง 1% ของเวลาทั้งหมดที่ใกล้พอจนเราตรวจจับได้” Cheng กล่าว “การที่วัตถุนี้มีอยู่ดวงเดียว อาจบางชี้ว่ามีวัตถุท้องฟ้าอีกหลายร้อยดวงที่มีวงโคจรและขนาดใกล้เคียงกัน ซึ่งวัตถุเหล่านี้อยู่ไกลเกินไปจนไม่สามารถตรวจจับได้ในตอนนี้”

ไม่เพียงเท่านั้น วัตถุที่เพิ่งค้นพบนี้ยังท้าทายทฤษฎีที่ว่าระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ดวงที่ 9 หรือที่รู้จักกันว่า Planet 9 หรือ Planet X เนื่องจากหากมันมีอยู่จริง ๆ 2017 OF201 ก็จะถูกดีดออกไปในระยะเวลา 200-300 ล้านปี กลับกัน หากไม่มี Planet X 2017 OF201 ก็จะยังคงอยู่ ซึ่งตอนนี้มันยังคงอยู่

“แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หลักฐานที่สนับสนุนดาวเคราะห์ดวงที่ 9” Kevin Napier จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าว แต่จนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม คดีนี้ก็ยังไม่ถูกปิดสมบูรณ์ “ผมหวังว่าจะมีดาวเคราะห์ดวงที่ 9 อยู่ เพราะนั่นจะน่าตื่นเต้นกว่า” Cheng เสริม

ที่มา

https://arxiv.org/abs/2505.15806v1

https://www.newscientist.com/…/2481477-new-dwarf…/

https://www.livescience.com/…/scientists-have…

https://www.sciencealert.com/scientists-discover-new…

Photo: Cheng et al., arXiv, 2025

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...