โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 ทริคต้องรู้ก่อนซื้อ ‘งานหัตถศิลป์ทองคำ’ เลี่ยงความเข้าใจผิด

SpringNews

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 08.16 น.

ปัจจุบัน “งานหัตถศิลป์ทองคำ” กลายเป็นของตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่ได้รับความนิยมในฐานะของขวัญ ของมงคล หรือของสะสม โดยมักนำเสนอในรูปลักษณ์ที่หรูหรา งดงาม โดยมักนำเสนอในรูปแบบภาพหรือสิ่งที่เป็นมงคลตามความเชื่อที่ได้รับความนิยมตามศาสตร์ต่าง ๆ โดยมักนำเสนอในรูปแบบภาพหรือสิ่งที่เป็นมงคลตามความเชื่อตามศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยม

ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้เท่าทันและเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) โดยนายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการ และ นายจักรพันธ์ สุวรรณวิจิตร หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบโลหะมีค่า ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคนิคการผลิตภาพหัตถศิลป์ทองคำ และข้อแนะนำสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าในกลุ่มนี้ด้วยความเข้าใจ

สำหรับเทคนิคในการผลิตงานหัตถศิลป์ทองคำนั้น นายจักรพันธ์ สุวรรณวิจิตร หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบโลหะมีค่า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ อธิบายว่า ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ทองคำนั้น เกิดจากการใช้เทคนิคการผลิตที่เรียกว่า PVD: Physical Vapor Deposition (พีวีดี) และ Electroforming (อิเล็คโทรฟอร์มมิ่ง) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคนิค PVD คือการทำเทคโนโลยีฟิล์มบางลงบนวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าเช่น ภาพงานหัตถศิลป์ตกแต่งบ้านด้วยหลักการ

  • ใช้สารเคลือบ (ทองคำ 99.99%) หรือโลหะอื่น ๆ ที่ทดแทนโลหะมีค่าได้
  • นำมาระเหยด้วยกระแสไฟฟ้าและผสมกับแก๊สที่สภาวะที่เหมาะสม
  • ทำให้เกิดเป็นสารประกอบเพื่อสามารถยึดเกาะชิ้นงาน
  • ระเหยเคลือบลงบนพื้นผิวชิ้นงาน
  • ความหนาที่ยึดเกาะประมาณ 0.1-0.2 ไมครอน
  • หากนำมาหลอมจะไม่เห็นด้วยตาเปล่าเพราะมีปริมาณทองน้อยมากเมื่อเทียบกับชิ้นงานที่นำมาหลอม

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคนิค Electroforming คือการฟอร์มตัวเครื่องประดับ โดยข้างในชิ้นงานจะมีลักษณะกลวงและน้ำหนักเบา เช่นตุ๊กตาปี่เซี๊ยะ ด้วยหลักการ

  • นำแวกซ์มาขึ้นเป็นรูป
  • เคลือบด้วยแลคเกอร์ของโลหะเงินหรือทองแดงเพื่อให้นำไฟฟ้า
  • เจาะรูเพื่อต้มด้วยใช้ความร้อนนำแวซ์ออก
  • นำไปชุบด้วยทองคำ 99.99%
  • ความหนาที่ยึดเกาะประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร
  • หากนำมาหลอมจะเหลือทองให้เห็นมีปริมาณใกล้เคียงตามน้ำหนักของชิ้นงาน

โดยผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปด้วย PVD หรือ Electroforming นั้นส่วนใหญ่จะวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์ด้วยวิธี XRF (X-ray Fluorescence) ซึ่งสามารถใช้วิเคราะห์ได้ทั้งชนิดและปริมาณของธาตุ แต่ข้อจำกัดของเทคนิคนี้คือสามารถวิเคราะห์โลหะบนพื้นผิวชิ้นงานได้ไม่เกิน 15 ไมครอน (สำหรับทองคำ) โดยสถาบันฯ มีการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO/IEC17025 และ GIT Standard อย่างครบถ้วนและได้ผลถูกต้องทุกประการตามข้อจำกัดของเทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ ซึ่งหากนำมาตรวจด้วยเทคนิค XRF แล้วพบว่าได้ 99.99% นั้นก็เนื่องจากเป็นความบริสุทธิ์ของทองคำที่วิเคราะห์จากผิวชิ้นงานจากการทำ PVD ซึ่งเป็นความบริสุทธิ์ของทองคำที่เคลือบไว้นั่นเอง แต่จะมีปริมาณทองคำน้อยและบางมาก ต่างจากกรณีการทำ Electroforming ซึ่งเป็นการขึ้นรูปด้วยทองคำ 99.99% น้ำหนักของชิ้นงานที่ได้ก็คือน้ำหนักของทองคำนั่นเอง

“งานที่ใช้เทคนิค PVD ด้วยทองคำ 99.99% นั้น ต้องใช้เทคโนโลยีและเทคนิคในการแปรรูปทองคำให้อยู่ในอนุภาคเล็กเพื่อให้สามารถพ่นเคลือบลงไปในวัสดุรูปต่าง ๆ ได้ จึงมีต้นทุนในการผลิต เช่นเดียวกันหากจะนำชิ้นงานมาแปรรูปกลับไปเป็นทองคำเช่นเดิมก็ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาด้วยว่าคุ้มค่ากับมูลค่าทองคำที่จะได้กลับมาหรือไม่ ดังนั้น ผู้บริโภคควรตั้งคำถามก่อนว่า เราซื้อสินค้าประเภทนี้เพราะอะไร เป็นของขวัญตกแต่งบ้านใช่หรือไม่ หากซื้อเพื่อการสะสมหรือการลงทุน นอกจากต้องขอใบรับรองและตรวจสอบวัสดุให้ชัดเจนแล้ว อาจพิจารณาการลงทุนด้วยด้วยผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นทองคำแท่ง หรือทองคำรูปพรรณ เป็นต้น” นายจักรพันธ์ สุวรรณวิจิตร กล่าว

ด้านนายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ กล่าวว่าในฐานะสถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศ GIT มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของวัสดุที่ใช้ในอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงโลหะมีค่า ด้วยเครื่องมือมาตรฐานระดับสากล ผู้บริโภคสามารถนำสินค้ามาวิเคราะห์องค์ประกอบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ หรือขอคำปรึกษาเรื่องการซื้อขายทองคำในเชิงวิชาการ

“ภาพหัตถศิลป์ทองคำ” เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ในเชิงพาณิชย์ ผู้บริโภคจำเป็นต้องรู้เท่าทันข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถเลือกซื้อได้ตรงตามความต้องการ โดย GIT พร้อมเป็นหน่วยงานกลางในการให้ความรู้และวิเคราะห์องค์ประกอบทางวัสดุ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเสริมสร้างความโปร่งใสในตลาดอัญมณีและเครื่องประดับไทย” นายทนง ลีลาวัฒนสุข กล่าวเสริม พร้อมแนะนำหลักง่าย ๆ ในการเลือกซื้อภาพหัตถศิลป์ทองคำ ว่าควรพิจารณา 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • เข้าใจกลุ่มผลิตภัณฑ์ และมีวัตถุประสงค์ในการซื้อที่ชัดเจน

  • พิจารณากลุ่มสินค้าที่ต้องการซื้อว่าเป็นประเภทใด เช่น หากต้องการซื้อเพื่อการสะสมหรือลงทุน ควรซื้อทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ พร้อมใบรับรอง แต่หากเป็นสินค้าเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น ตกแต่งบ้าน สินค้าตามความเชื่อ ควรจะสอบถามถึงวัสดุในการผลิตสินค้า พร้อมพิจารณาราคาซื้อขายที่พอใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นต้น

  • ผู้ผลิตและแหล่งที่ซื้อ

  • ผู้ผลิตมีความน่าเชื่อถือ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

  • การขอใบรับรอง และข้อมูลวัสดุอย่างละเอียด

  • ผู้ซื้อควรถามหาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ เช่น ความบริสุทธิ์ของทองคำ น้ำหนักทอง เทคนิค และกระบวนการการผลิตให้เกิดความชัดเจน จนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

  • หากเป็นทองคำแท้ ควรสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ด้วยวิธีที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้ เช่น GIT และควรมีใบรับรองผลิตภัณฑ์

  • หรือมองหาสัญลักษณ์และใบรับรองภายใต้โครงการซื้อด้วยความมั่นใจ Buy with confidence (BWC)

  • คำว่า “เคลือบทอง” หรือ “ทองพ่น” ล้วนมีความหมายที่แตกต่างจาก “ทองคำแท้เพื่อการลงทุน” เพราะแม้วัสดุที่ใช้ในการเคลือบชิ้นงานจะเป็นทองคำ 99.99% แต่มีความหนาเพียง 0.1-0.2 ไมครอนทำให้มีปริมาณทองน้อยมาก

  • ควรพิจารณาคำอธิบาย และสอบถามข้อมูลจากผู้ขายอย่างละเอียด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...