โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พปชร.“ เตือน รบ. เชื่องช้า ปม ภาษีทรัมป์ 36% หวั่น กระทบแรงงาน-เศรษฐกิจไทย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 09.48 น.

“พปชร.“ เตือน รบ. เชื่องช้า ปม ภาษีทรัมป์ 36% หวั่น กระทบแรงงาน-เศรษฐกิจไทย ชี้ ห้ามเจรจาการค้าเพื่อแลกความมั่นคง

วันที่ 15 ก.ค. 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงข่าวถึงผลการประชุมพรรคพลังประชารัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งหนังสือกำหนดอัตราภาษีอากรสำหรับสินค้าไทยร้อยละ 36 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ว่า ความกังวลมองด้วยความกังวลเพราะหากดำเนินการไม่ดีหรือดำเนินการโดยไม่รอบคอบจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศค่อนข้างมาก ในแง่ของผลกระทบของการส่งออกถ้าหากคำนึงในเรื่องตัวเลขมูลค่าการค้าส่งออกที่ไทยส่งไปขายให้กับสหรัฐอเมริกาปีที่แล้วนั้นตก 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก

นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ถ้าหากคิดเป็นสัดส่วนต่อผลผลิต GDP ของประเทศจะสูงถึง 10.4% และลักษณะของสินค้าที่ส่งไปขายที่อเมริกาถ้าหากถามว่าจะเปลี่ยนไปหาตลาดอื่นแทนคณะกรรมการบริหารของพรรคประชารัฐพิจารณาบริหารแล้วเห็นว่ากระทำได้ไม่ง่ายเพราะว่าสัดส่วนส่งออกไปที่สหรัฐคิดเป็นสัดส่วนต่อการส่งออกทั้งหมดของประเทศไทยเป็นตัวเลขที่สูงใกล้กับ1ใน5

โดยปัญหาในตอนนี้คือกรณีที่ ถ้าหากว่าภาษีไปอเมริกาสำหรับสินค้าไทยค้างอยู่ที่ระดับ 36% ในขณะที่สินค้าแบบเดียวกันประเภทเดียวกันเหมือนกันที่ผลิตและส่งออกโดยประเทศที่เป็นคู่แข่งในภูมิภาค เช่นประเทศเวียดนามเสียภาษี 20% ตรงนี้จะทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีความสามารถในการแข่งขันน้อยกว่า ผลกระทบสำหรับสินค้าประเภทที่เหมือนกัน จะมีความเสี่ยงลดลงมาถึง 0%

พร้อมย้ำว่าไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะมาซื้อสินค้าไทยในราคาที่บวกราคาขึ้นไปจากเดิม 36% เปรียบเทียบจากสินค้าแบบเดียวกันของประเทศเพื่อนบ้านเช่นเวียดนามที่บอกราคาไปแค่ 20% ถ้าหากเราดูลักษณะของสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังสหรัฐซึ่งมีรายการใหญ่ใหญ่ เช่นคอมพิวเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นส่วนของรถยนต์ซึ่งสินค้าต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่สินค้าที่มีลักษณะพิเศษที่จะผลิตได้โดยที่ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าประเทศอื่นเพราะฉะนั้นทางสภาองค์การนายจ้างได้มีการประเมินแล้วมีความเห็นว่าสำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงอุตสาหกรรมเหล่านี้ปัจจุบันจ้างแรงงานอย่างน้อย 18 ล้านคนและอาจจะส่งถึง 20 ล้านคน

ทั้งหมดนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกผลกระทบถ้าหากไทยไม่สามารถจะเจรจาอัตราภาษีลดลงมาได้ ส่วนในแง่ของการจ๋าขนาดนี้มีมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาคือมีข่าวว่าทางสหรัฐอเมริกามาตั้งข้อเรียกร้องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้าเห็นมีข่าวว่าตั้งข้อเรียกร้องขึ้นมาสี่ข้อด้วยกันที่เกี่ยวกับเรื่องของการตั้งครรภ์ทัพและเกี่ยวกับเรื่องที่ให้มีการแก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพื่อที่จะให้มีการแสดงความเห็นของประชาชนได้อย่างเสรีมากขึ้น

โดยทางด้านของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีคำสั่งให้ รัฐบาลจะต้องยืนหลักไม่เอาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงไปปะปนกับการเจรจาในเรื่องของการค้าอย่างเด็ดขาด และย้ำว่าในเรื่องของความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดและมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาพพจน์ที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศต่างๆอย่างกว้างขวาง พร้อมย้ำว่า รัฐบาลอย่าเอาประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงไปเจรจาอย่างเป็นอันขาด

ซึ่งถ้าหากรัฐบาลจะเอาคำสั่งที่เราเคยมีในอดีตที่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในแง่ของการทหารและในแง่ของการต่างประเทศตนอยากจะเสนอให้รัฐบาลเพิ่มในทีมการเจรจาคือให้มีตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมและตัวแทนจากกระทรวงการต่างเสริมขึ้นมาเพื่อที่จะทำการประสาน แต่เรื่องนี้

ซึ่งอยากให้การเจรจาควรตั้งเป้าให้มีข้อยุติอย่างสมบูรณ์ภายในกำหนดเวลาหนึ่งสิงหาคมเพราะมิฉะนั้นการวางแผนในการสั่งเข้าสินค้าจากไทยหรือการวางแผนกำลังผลิตของโรงงานในไทยหรือการวางแผนในการเรื่องของการลงทุนเพิ่มเติมของประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่นนั้นจะได้รับผลกระทบอย่างมาก

อีกทั้งอยากเรียกร้องให้ทีมการเจรจาการเจรจาโดยโปร่งใสโดยมีการนำข้อมูลที่มีความคืบหน้าในการเจรจาการเสนอหรือการแลกเปลี่ยนต่างๆมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบเพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อประชาชนทั้งชาติและประชาชนต้องการที่จะให้แน่ใจว่ารัฐบาลและทีมเจรจาจะไม่มีการปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของนายทุน หรือผลประโยชน์ของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่รายใด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...