โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เอกสารหาย! บุก ‘วัดท่าหลวง’ สางปมอดีตเจ้าอาวาสพัวพัน ‘สีกากอล์ฟ’

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 07.24 น. • เดลินิวส์
ป.ป.ท.-กองปราบปราม ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และตำรวจสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน วัดท่าหลวง โดยมี นายพลกฤษ มีศรี ไวยาวัจกรวัด คอยให้ข้อมูลและพาตรวจเอกสารหลักฐานภายในห้องสำนักงานวัดท่าหลวง โดยทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ขอความร่วมมือในการนำเอกสารทั้งหมดประกอบด้วย บัญชีธนาคารของทางวัดที่มี 30 เล่ม และเอกสารการเบิกจ่ายเงินย้อนหลัง 10 ปี แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ได้มีการเก็บเอกสารไว้เพียงปี 2559 เท่านั้น เนื่องจากเป็นรอยต่อในการเปลี่ยนจากอาวาสรูปเก่ามาเป็น พระเทพวัชรสิทธิเมธี ที่เพิ่งลาสิกขาไปเนื่องจากมีการพัวพันกับ สีกากอล์ฟ

‘เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง’ ตัดสินใจยอมสึกแล้ว ยอมรับทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์

โดยการเข้าตรวจสอบวัดท่าหลวง ครั้งนี้ เพื่อทำการตรวจเอกสารการเบิกจ่ายทางการเงิน ร่วมกับเอกสารทางธนาคารและเอกสารที่แจ้งบัญชีรายรับรายจ่ายไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏว่าในเบื้องต้นพบว่ามีเอกสารประกอบการเบิกจ่ายที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ในตู้เอกสารหายไป 1 ปี คือปี 2562 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่วัดกำลังสอบถามเจ้าหน้าที่อีกคน ที่ลาหยุดงานว่าเอกสารอยู่ที่ไหน

นายพลกฤษ เปิดเผยว่า การเตรียมเอกสารหลักฐานของทางวัดเพื่อส่งมอบให้เจ้าอาวาสรูปใหม่ ยังไม่ได้ดำเนินการและต้องรอแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสจากเจ้าคณะภาค 4 ซึ่งเพิ่งมีการเสนอชื่อไปเมื่อวานที่ผ่านมา ในส่วนของการใช้เงินของวัด ไม่น่ามีอะไรผิดปกติ เนื่องจากการเบิกจ่ายทุกรายการต้องมีใบเสร็จรับเงิน โดยในขณะนี้ทางวัดมีบัญชีธนาคาร 30 บัญชี และมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายในวัดเพียง 1 ล้านบาทเศษ

พ.ต.ท.ธนายุทธ ชูเฉลิม รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 6 บก.ปปป. เปิดเผยว่า เรื่องการมาตรวจสอบที่สีกากอล์ฟหลอกอดีตเจ้าคณะจังหวัดว่าหลอกนำเงิน 400,000 บาท ไปรักษาตัวแล้วไม่รักษา ทำให้ความผิดส่วนนั้นเชื่อมโยงมาถึงวัดท่าหลวง ทำให้ ป.ป.ท. และกองปราบปรามต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องหลอกลวงส่วนตัว หรือกุเรื่องขึ้น ซึ่งต้องแยกประเด็นการสืบสวน

นายสุทธีวิชญ์ ศักดิ์สตพัชญ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ป.ป.ท.ภาค 6 กล่าวว่า การตรวจสอบนั้น เป็นการตรวจเอกสารทั้งหมดมีการเบิกมีใครเซ็นบ้างในนั้นจะมีบอกหมด จะไม่สามารถทุจริตได้เว้นแต่ปี 62 ที่ไม่มีหลักฐาน ซึ่งอาจจะมีการทุจริตจากตรงนั้นได้ แต่ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานต้องดูรายละเอียดอีกที ต้องขอดูสเตตเมนต์ย้อนหลังทั้งหมดด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...