โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสนอสร้างทางยกระดับเชื่อมอุบลฯ-วารินชำราบ แก้ปัญหาสัญจรช่วงน้ำท่วม

Manager Online

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 06.37 น. • MGR Online

อุบลราชธานี-เวทีเสวนาเทียบเคียงพัฒนาเมืองบูรณาการจ.อุบลราชธานี ยกปัญหาน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจ/สังคมหนัก เสนอสร้างทางยกระดับเชื่อมฝั่งอำเภอเมือง กับฝั่งอำเภอวารินชำราบ พร้อมเส้นทางยกระดับสะพานถนนวงแหวนฝั่งตะวันตก มั่นใจแก้ปัญหาระหว่างเกิดน้ำท่วมได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดอุบลราชธานี จัดเสวนาการเทียบเคียงการพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการของจังหวัดอุบลราชธานี กับกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโอกาสเกิดของทางยกระดับเชื่อมอำเภอวารินชำราบกับอำเภอเมืองอุบลราชธานี ที่ใช้สัญจรในช่วงเกิดน้ำท่วม ณ ห้องประชุมบุษยรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ปลายน้ำของ 2 ลำน้ำสำคัญในภาคอีสาน คือแม่น้ำมูล และแม่น้ำชี ไหลมาบรรจบกันที่อำเภอเมืองและวารินชำราบ ทำให้ฤดูน้ำหลากพื้นที่ของสองอำเภอต้องถูกน้ำท่วมไม่มากก็น้อย ตามปริมาณน้ำที่ไหลมาสมทบ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีช่วงหน้าฝน ที่ผ่านมาทำได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นไปแต่ละปี

เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ส่งผลให้ถนนทางเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอวารินชำราบ ซึ่งเป็นเมืองคู่แฝดทางเศรษฐกิจหลักถูกตัดขาด การสัญจรต้องใช้เรือหรือรถยกสูง ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจการค้าขายของคนในพื้นที่ กับคนต่างถิ่นเสียหายไม่น้อยกว่าครั้งละ 6-7 พันล้านบาท จึงเห็นควรมีทางยกระดับเชื่อมต่อทั้งสองอำเภอ เพื่อใช้แก้ปัญหาช่วงเกิดน้ำท่วมเส้นทางสัญจร โดยทำทางยกระดับเชื่อมระหว่างถนนอุปราช ฝั่งอำเภอเมือง กับถนนสถิตย์นิมานกาล ฝั่งอำเภอวารินชำราบ ช่วงตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำมูลเสรีประชาธิปไตย ขนาด 2 ช่องจราจร เป็นระยะทางยาวประมาณ 2.2 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 450 ล้านบาท

อีกหนึ่งเส้นทางก็คือทางยกระดับเป็นสะพานที่ถนนวงแหวนฝั่งตะวันตก ถนนหมายเลข 231 ขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางตั้งแต่สะพานข้ามลำน้ำมูลน้อยถึงสะพานข้ามแม่น้ำมูลบ้านคูเดื่อ อ.เมือง 5.5 กิโลเมตร มูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาระหว่างเกิดน้ำท่วมเส้นทางสัญจรในแต่ละปีได้เป็นอย่างดี

นายมงคล จุลทัศน์ ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เสนอโครงการทางยกระดับ กล่าวว่าการนำเสนอโครงการสะพานยกระดับใช้แก้ปัญหาการจราจรช่วงน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหามาตั้งแต่ปี 2545 ปี2554 ปี2562 และปี 2565 คือการเดินทางของประชาชนเมืองอุบลราชธานีกับอำเภอวารินชำราบ เป็นเมืองใหญ่ทั้งสองเมือง มีประชาชนเดินทางไปมาจำนวนมาก ปี 2565 ที่น้ำท่วมและเส้นวงแหวนตะวันออกเพียงเส้นเดียวที่รถวิ่งได้ รถติดนาน 4-5 ชั่วโมง นอกจากประชาชนจะใช้เส้นทางนี้ ก็ยังมีผู้ป่วยจากฝั่งทิศตะวันตกของจังหวัด เดินมาโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ไม่ได้

ถ้าเลี่ยงเส้นทางก็ต้องไปทางอำเภอโขงเจียมแล้ววกกลับเข้าสู่ตัวเมืองต้องใช้ระยะทางถึง 250 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนพี่น้องที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงก็เดินทางไปไม่ได้ เพราะถูกตัดขาด ทำให้หอการค้าเสนอโครงการสะพานยกระดับในช่วงเกิดวิกฤติเกิดน้ำท่วม เพราะจังหวัดจะถูกน้ำท่วมนานนับเดือน

นอกจากผู้ป่วยที่เดินทางมาไม่ได้ การขนส่งสินค้าก็ไม่สะดวก แต่ทุกคนต้องการสินค้าในการดำรงชีพ รถที่ใช้ขนส่งดินทรายที่นำมาใช้กั้นน้ำเข้าบ้าน ก็ทำให้ถนนพัง สะพานชำรุดเสียหาย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายปี 2562 และ2565 ปีหนึ่งประมาณ 6 พันล้านบาท ยังไม่รวมถึงพี่น้องประชาชนเดินทางมาทำงานไม่ได้ ต้องขาดรายได้ในครอบครัวอีก สะพานที่จะสร้างขึ้นมามีมูลค่าพันกว่าล้านบาทถือว่าคุ้มค่ามาก คาดหวังว่า นอกจากภาคเอกชนที่เสนอโครงการขึ้นมา ทางผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงภาคการเมือง จะช่วยกันผลักดัน เพราะลดความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงวิกฤติได้

ด้านนายวันปิยะ ภุมมะภูติ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 1 กล่าวถึงโครงนี้ว่า การก่อสร้างสะพานยกระดับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนขณะมีน้ำท่วมหนักของจังหวัด ระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอวารินชำราบ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งทางจังหวัดต้องทำหนังสือแจ้งความต้องการไปยังกรมทางหลวง ทางกรมก็จะพิจารณาความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

เมื่อได้รับการพิจารณาจนผ่านขั้นตอนต่างๆแล้ว ก็จะจ้างที่ปรึกษาลงพื้นที่สำรวจ จะเป็นขบวนการดำเนินการทีละขั้นทีละตอน โอกาสจะเกิดสะพานยกระดับ จึงมีโอกาสเกิดได้ แต่อาจไม่ใช่เร็วๆนี้ เพราะขณะนี้ มีโครงการอื่นๆที่มีความจำเป็นในพื้นที่ของประเทศอยู่หลายโครงการ จะจัดลำดับความสำคัญ แต่ก็จะพยายามผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ในอนาคต

ขณะที่ ผศ.ดร.สุเชาวน์ มีหนองหว้า รองประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงการจัดเสวนา ซึ่งได้จัดเป็นปีที่ 6 และจับปัญหาน้ำท่วม มีการถอดบทเรียนของจังหวัดอื่น ที่มีการพัฒนาและแก้ปัญหาในกลุ่มหอการค้าอีสานเหนือและอีสานใต้ ถึงการพัฒนาบ้านเมืองที่รุดหน้าไปมาก

เพื่อนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งเรื่องอุทกภัย หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างมูลค่าให้กับจังหวัด จะได้เท่าเทียมกับจังหวัดอื่นๆที่เป็นจังหวัดรุ่นน้องพัฒนาช้ากว่า แต่ทุกวันกำลังก้าวล้ำนำหน้าจังหวัดอุบลราชธานี จะได้นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาใช้กับจังหวัดอุบลราชธานีในอนาคตต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...