3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สงครามอิสราเอล-อิหร่าน จะบานปลายหรือไม่ หลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีโครงการนิวเคลียร์ ฐานทัพ และคลังน้ำมันในอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโต้กลับไปที่เมืองไฮฟา เทลอาวีฟ และเยรูซาเล็ม ปัจจุบันอิหร่านกำลังพิจารณาปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก แม้ว่า G7 รวมทั้งอิรัก เร่งหารือเพื่อยุติความขัดแย้งดังกล่าว แต่หากปลานบาย อาจหนุนราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับขึ้นแตะ $77-$81, BRENT ดีดแตะ $75-$79 สร้างความกังวลว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเร่งตัวมากขึ้น (ก่อนหน้าเงินเฟ้อเร่งขึ้นตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ที่แพงขึ้นจากมาตรการภาษีของทรัมป์) กดดันเฟด มีโอกาสปรับลงดอกเบี้ย ก.ย. นี้น้อยลง แต่หากจบลงเร็ว ระวังแรงTake Profit น้ำมันดิบ
-ยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. ของจีนปรับขึ้น 6.4%YoY ดีกว่า เม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 5.1% ม.ค.-พ.ค. ที่ผ่านมาปรับขึ้น 5%YoY การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.8%YoY ชะลอตัวจาก เม.ย. ที่ขยายตัว 6.1% ราคาบ้านใหม่ 70 เมือง (ไม่รวมที่อยู่อาศัยที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล) เดือนพ.ค. ลดลง 0.22% MoM ปรับลงมากสุดรอบ 7 เดือน ทั้งนี้การบริโภคมีสัญญาณดีขึ้น แต่ภาคการผลิตยังชะลอตัวและภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญ รัฐบาลจีนอาจต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในอนาคต
-พรุ่งนี้ติดตามการประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ย 0.50% และ 19 มิ.ย. ทิศทางดอกเบี้ย เฟดคาดคงดอกเบี้ยที่ 4.5% แต่ตลาดรอดูการให้แนวโน้มว่าจะเริ่มปรับลงดอกเบี้ยรอบ ก.ย. หรือไม่
-ดัชนีหุ้นภาคบ่ายนี้คาด วิ่งในกรอบระหว่าง 1,110-1,120 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าเปิดปรับตัวลง ได้รับแรงกกดดันจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุรุนแรงขึ้น จนส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานโลกในระยะสั้น หนุนให้ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้น
ส่วนในประเทศสถานการณ์การเมืองไทยในระยะสั้นเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจาก 1. ข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา 2.ประเด็นการปรับครม. และ 3. ศาลฏีกาพิจารณาไต่ส่วน ประกอบกับปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นบางหลักทรัพย์เช่น AOT กรณีคิงเพาเวอร์ยื่นขอยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรีในสนามบิน 3 แห่งทำให้เกิดแรงขายรุนแรง
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่องสร้างจุดต่ำกว่าใหม่ ระยะสั้นมีแนวรับขอบล่าง Bollinger band ที่ 1,108 จุด หากปรับตัวลงต่ำกว่ามีโอกาสทดสอบแนวรับถัดไป 1,100-1,095 จุด
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องข้อพิพาทระหว่างไทย-เขมรและสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเป็นแรงหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีภาคบ่ายอยู่ที่ 1,105-1,123 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวลงแรง จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีแรงขายกดดันนำโดยหุ้น AOT จากปัจจัยเฉพาะตัว ตามด้วยแรงขายในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และค้าปลีก โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,112.70 จุด ลบ 10.00 จุด หรือ 0.89% มูลค่าการซื้อขาย 21,169.57 ล้านบาท
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
Facebook คลิก [https://www.facebook.com/thunhoonnews
](https://www.facebook.com/thunhoonnews)
Youtube คลิก [https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
](https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial)