โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนลงชื่อ สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย สิทธิที่ลูกจ้างควรได้รับเพื่อดูแลคนใกล้ชิดก่อนจากลา

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 09.54 น.
ภาพไฮไลต์

การที่คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดป่วยหนักจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อีกไม่นาน นอกจากสร้างความทุกข์ทรมานใจให้กับผู้ป่วยแล้ว ผู้ดูแลที่เป็นคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น สามี ภรรยา ลูกหลาน ญาติ หรือแม้แต่คนใกล้ชิด ก็มีความเศร้าเสียใจไม่ต่างกัน การใช้ “สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย” จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ต่างจากการลาคลอดหรือลาป่วย เพื่อให้ลูกจ้างได้ทำหน้าที่สุดท้ายที่สำคัญก่อนคนรักของเขาจะจากลา

เครือข่ายผู้สนับสนุนการดูแลแบบประคับประคอง เห็นความสำคัญของสิทธิลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย สิทธิดังกล่าวจะช่วย "เติมกำลังคนดูแลในครอบครัว" ในช่วงเวลาวิกฤตการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และเป็นปัจจัยลดความเสี่ยงภาวะความโศกเศร้าจากการสูญเสียครั้งสำคัญ

เครือข่ายฯ จึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการประกันสังคม พิจารณาให้สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้ายแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ทั้งเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่จะได้รับการดูแลที่ดี และคุ้มครองความเป็นมนุษย์ของคนทำงาน เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ดูแลครอบครัวและดูแลตัวเองในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

เพื่อสะท้อนเสียงความต้องการของผู้ประกันตน ผู้ป่วย และผู้ดูแลในครอบครัว เครือข่ายฯ จึงเปิดโอกาสให้ทุกคน ทั้งที่เป็นผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนทั่วไป ร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องสิทธิ “ลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย” เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้ได้จากไปอย่างสงบและสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยสามารถร่วมลงชื่อได้ที่นี่

เพราะการที่บุคคลใกล้ชิดสามารถ “อยู่” กับผู้ป่วยในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่เพียงเป็นการดูแลทางกายเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในมิติทางจิตใจ สังคม และวัฒนธรรม อันได้แก่

  • การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์
  • การได้บอกรัก กล่าวคำอำลาและอโหสิกรรม
  • การเผชิญหน้าและร่วมกันเยียวยาความเศร้าโศกของครอบครัว
  • การเตรียมการพิธีกรรมทางศาสนาหรือตามประเพณีอย่างเหมาะสม

ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตจึงควรเป็นช่วงเวลาแห่งความรัก ความเข้าใจ และการส่งผ่านความผูกพันอย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ และผู้ที่อยู่ข้างหลังสามารถฟื้นคืนจากความสูญเสียและกลับไปดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสิทธิลาเฉพาะเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ลูกจ้างจำนวนมากจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิลากิจหรือลาพักร้อนซึ่งมีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีกรณีที่ลูกจ้างต้องเสียโอกาสในการดูใจหรือกล่าวลาผู้เป็นที่รัก เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ลา หรือเกรงว่าจะกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน

ภาพจาก iStock

เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เครือข่ายฯ จึงเสนอข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนประกันสังคม พิจารณาให้มีสิทธิลางานสำหรับดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้

ขอให้คณะกรรมการประกันสังคม พิจารณารับรองสิทธิลางานเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกจ้าง โดยสามารถลาได้ 30–60 วันต่อปี พร้อมได้รับเงินชดเชยในอัตราเต็มจำนวน เช่นเดียวกับสิทธิลาป่วยหรือลาคลอด ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสถานการณ์จ้างงานของลูกจ้าง

เพราะ “สิทธิลาเพื่อดูแลด้วยหัวใจในวาระสุดท้าย” คือ สิทธิที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ เพื่อให้การจากลาเป็นไปอย่างสงบ และเปิดโอกาสให้ความรักได้ทำหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชวนลงชื่อ สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย สิทธิที่ลูกจ้างควรได้รับเพื่อดูแลคนใกล้ชิดก่อนจากลา

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...