โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปส. เพิ่มค่าบริการผู้ป่วยไตวายฟอกเลือด สูงสุด 2 พันบาท/ครั้ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.24 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น.

16 มิถุนายน 2568 นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์ กรณีการบำบัดทดแทนไตและการให้ยา Erythropoietin กรณีผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในช่วงเวลาที่มีเหตุอันเกิดจากภัยพิบัติ โดยประธานกรรมการการแพทย์ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมเพื่อให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

เป็นการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต และรับยา Erythropoietin ซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ หรือเข้ารับการบำบัดทดแทนไตและรับยา Erythropoietin เป็นประจำในสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ดังนี้

1. ให้ผู้มีสิทธิที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายสามารถยื่นเรื่องเกิน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิ

2. ให้ผู้ประกันตนที่ได้รับการฟอกเลือดที่ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมงต่อครั้ง และน้อยกว่าหรือมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ตามความจำเป็นสามารถยื่นเบิกค่าบริการทางการแพทย์ได้

3. เพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์กรณีฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียมได้เกินอัตราที่กำหนดเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อครั้ง (เฉพาะรายที่มีหลักฐานแสดงถึงเหตุผลความจำเป็น)

4. กรณีผู้ประกันตนเข้ารับบริการทางการแพทย์หลังการปลูกถ่ายไต สามารถเข้ารับการรักษาได้ทั้งสถานพยาบาลที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม หรือสถานพยาบาลอื่นที่ผู้ประกันตนสะดวกเข้ารับบริการ

"สิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคมเรื่องการให้บริการรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และกรณีเจ็บป่วยอื่น ๆ สำนักงานประกันสังคม มีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับกองทุนต่าง ๆ ขอให้ผู้ประกันตนมีความเชื่อมั่นในการจัดสิทธิประโยชน์บริการทางการแพทย์

รวมถึงการกำกับสถานพยาบาลที่ให้การดูแลผู้ประกันตนอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐานและมีเป้าหมายสำคัญให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงบริการการรักษาที่มีคุณภาพให้มากที่สุดซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกันตนมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังได้ในอนาคต เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป" นางมารศรี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...