โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภราดร ยื่นลาออกรองประธานสภาแล้ว ย้ำรักษาหลักการเสียงข้างมาก คืนอำนาจสภา

Khaosod

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 02.38 น.
ภราดร ยื่นลาออกรองประธานสภาแล้ว ย้ำรักษาหลักการเสียงข้างมาก คืนอำนาจสภา

ภราดร ประกาศลาออกจาก ‘รองประธานสภา’ รักษาหลักการเสียงข้างมาก คืนอำนาจให้สภาฯเลือกใหม่ ยันจะทำหน้าที่สส.เคียงบ่าเคียงไหล่ต่อไป

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 มิ.ย.2568 ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 แถลงลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 หลังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกแถลงการณ์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า อย่างที่ได้ทราบกัน และเป็นข่าว เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว หลังจากกรณีนายอุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้พูดถึงตำแหน่งของตนว่าได้มีการพูดคุยกันกับตน

เป็นอย่างที่ท่านได้บอกไปว่ามีกันหารือกันกับนยาอนุทินจริงๆ ไม่ใช่เพิ่งจะมีการหารือกันเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ได้เห็นถึงสถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมืองพอประเมินได้ว่าพรรคเราจะเดินทางไปสู่จุดไหนของการเมือง

จึงหารือกับนายอนุทินว่าในกรณีที่พรรคเราเป็นเสียงส่วนน้อยของสภาฯ หรือฝ่ายค้าน ตนขอลาออกเพื่อที่ไปทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนสมาชิกพรรค ภท.ในฐานะสส.ฝ่ายค้าน ซึ่งนายอนุทินก็ได้ท้วงติงว่าจริงๆ แล้วตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือข้อบังไม่ได้ห้ามให้ตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาฯ ต้องลาออก ในขณะที่ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

นายภราดร กล่าวว่า ต้องขอชี้แจงเหตุผลว่าตนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2567 แม้ว่าจะไม่มีคู่แข่งขัน แต่เป็นที่รู้กันว่าตนมาจากฟากฝั่งของเสียงข้างมากหรือฟากของฝ่ายรัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยได้ประชุมหารือกันและส่งตนไปเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อมาดำรงตำแหน่งนี้ ตนตระหนักดีว่าตนมาจากเสียงข้างมากของสภาฯ และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรว่าตำแหน่งประธาน รองประธานทั้งสองคนไม่มีที่จะมาจากเสียงข้างน้อย แม้ว่าจะไม่ได้มีการระบุเอาไว้ในตัวบทกฎหมาย แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติเป็นแนวปฏิบัติที่เข้าใจ และถือกันมาเช่นนั้น

นายภราดร กล่าวด้วยว่า เมื่อรู้ว่าตัวเองมาจากเสียงข้างมาก แล้ววันนี้สถานะทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนสังกัดอยู่ ได้เปลี่ยนสถานะจากเสียงข้างมากไปอยู่ฟากฝั่งของเสียงข้างน้อย ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พรรคโดยการประชุมของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้ประกาศชัดเจนว่าจะถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล รวมถึงลาออกจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของฝ่ายบริหารทั้งหมด

นั่นหมายความว่าพรรคภูมิใจไทยได้ถูกเปลี่ยนสถานะจากพรรคเสียงข้างมากไปอยู่ในฝั่งของเสียงข้างน้อยหรือไปเป็นฝ่ายค้าน เมื่อเป็นแบบนี้

แม้ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและข้อบังคับไม่ได้ระบุไว้ แต่ด้วยมารยาททางการเมืองและความรับผิดชอบทางการเมืองและเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องตัดสินใจ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เพื่อคืนอำนาจให้กับสภาฯ ในการสรรหาคนที่มีความเหมาะสมจากฟากฝ่ายเสียงข้างมากของสภาฯ เพื่อที่จะมาทำหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ต่อไป

นายภราดร กล่าวต่อว่า จริงๆ ตนตั้งใจจะลาออกในช่วงที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ อยู่แล้ว เพราะตั้งใจที่จะใช้เวทีของสภาขอบคุณหลายๆ ส่วน แต่เมื่อสถานการณ์เร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้น จึงต้องใช้เวทีนี้ตนอยากจะขอบคุณนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่ตลอดระยะเวลา 9 เดือนกับ 8 วัน ของตนในตำแหน่งหน้าที่ ท่านเอ็นดู เมตตา และให้โอกาสในการที่จะดำเนินนโยบายต่างๆภายใต้ร่มใหญ่ของท่าน

นั่นคือ พยายามที่จะทำให้สภาฯเป็นของประชาชนให้ได้ ท่านให้ตนไปดูแลในหลายสำนักงานด้วยกัน ซึ่งตนพยายามที่จะคิดแนวทางและนโยบายหลายอย่างเพื่อที่จะทำให้สภาฯของพวกเราเป็นสภาฯ ของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกัน

นายภราดร กล่าวต่อว่า ตนขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่ของตน ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ส่วนตัวตน ตนมั่นใจว่าตนทำถูกต้อง ตนขอบคุณที่ทุกคำวินิจฉัยของตนได้รับความเคารพ ความเชื่อถือ จากเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค่านและฝ่ายรัฐบาล จริงๆไม่ใช่เคารพในตัวตน แต่เคารพในองค์กรของเราและเคารพในคนที่ทำหน้าที่ประธาน

ฉะนั้น จะขาดเสียไม่ได้ ตนขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่น้องๆ ข้าราชการที่อยู่ในกลุ่มงานของตน 10 กว่าชีวิต ซึ่งทำงานกับตนมา 9 เดือนกว่า ด่ากันบ้างทะเลาะกันบ้าง เห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็พยายามที่จะทำงานแนวทางที่ตนได้ดำเนินการและกำหนด ตนเชื่อว่าถ้าตนไม่มีมือไม่มีไม้ คิดอะไรก็คงไม่สามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ รวมถึงขอบคุณข้าราชการทุกคน

นายภราดร กล่าวว่า เรารู้ว่าตำแหน่งทางการเมืองแบบนี้อยู่ไม่นาน มีวันมาแล้วก็มีวันไป แต่ทุกคำขอร้อง ทุกแนวทางที่ได้มอบหมาย ให้ไปดำเนินการทุกส่วนของสภาฯ ก็ช่วยดำเนินการตามแนวทางที่ได้มอบหมาย ฉะนั้น จะขาดไม่ได้ตั้งแต่เลขาธิการสภาฯ รองเลขาธิการสภาฯ ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ รวมถึงพี่น้องข้าราชการทั้งหมดที่ได้ช่วยกันผลักดันงานต่างๆให้เดินมาถึงวันนี้ หากตนจะพูดว่าสำเร็จลุล่วง ก็ยังไม่สำเร็จลุล่วงทั้งหมด ขอบคุณพี่น้อง ตนที่ยืนอยู่ที่นี่พรรคภูมิใจไทยไม่มีพวกเขาก็ไม่มีรองประธานอย่างตน เขาสนับสนุนทุกการทำหน้าที่ของตน

“วันนี้วันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ผมก็เปลี่ยนสถานะก็มารับผมกลับบ้าน ขอบคุณพี่น้องของผมทุกคน และเช่นเดียวกันขอบคุณประชาชนที่ได้ติดตาม การทำหน้าที่ ไม่ใช่แค่ของผมแต่ของสภาฯ และขอให้ติดตามการทำหน้าที่ของสภาฯ ต่อไปนี่คือเสาหลักอีกเสาหนึ่งของประเทศนี้ที่จะทำงานแก้ไขกฎหมายให้กับประชาชน

ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ได้ติดตามและให้กำลังใจผมมาโดยตลอด ท้ายที่สุดผมขอฝากถึงผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ต่อจากผม ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมได้รับมอบหมายมาแล้วยังทำไม่เสร็จ ไม่ว่าจะเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พิพิธภัณฑ์ของประชาชนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นเจ้าของสภาฯ ของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ขอฝากให้ดำเนินการต่อไป” นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวต่อว่า วันที่ตนเข้ารับตำแหน่ง ตนได้ประกาศเอาไว้ว่าตนจะไม่เป็นรองประธานของฝ่ายรัฐบาล จะไม่เป็นรองประธานสภาฯ ของพรรค ภท.ไม่เป็นรองประธานสภาฯ ของเสียงข้างมาก แต่ตนจะเป็นรองประธานสภาฯ ของสมาชิกทั้ง 495 คน วันนี้เป็นเวลา 9 เดือน 8 วัน ตนเชื่อว่าสังคมได้พิพากษาตนมาตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ทำหน้าที่อย่างที่ตนได้ประกาศเอาไว้ พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน

วันนี้ตนขอลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 และคืนอำนาจให้กับสภาฯ ในการสรรหาคนที่เหมาะสมในการทำหน้าที่นี้ต่อไป ขอย้ำว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีใบสั่ง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของแต่ละพรรค

นายภราดร กล่าวว่า ยืนยันจะทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง เคียงบ่าเคียงไหล่กับ สส. ของพรรคภูมิใจไทยต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภราดร ยื่นลาออกรองประธานสภาแล้ว ย้ำรักษาหลักการเสียงข้างมาก คืนอำนาจสภา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...