โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'กัมพูชา' บิดเบือนทุกรูปแบบ ปั่นแบนสินค้าไทย อ้างแรงงานถูกคุกคาม ทั้งที่เรียกกลับประเทศเอง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 22.38 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 01.29 น.

จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาสร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง ขณะกัมพูชา เรียกแรงงานของตนเองกลับประเทศโดยอ้างความไม่ปลอดภัยบริเวณชายแดน ในขณะเดียวกันกัมพูชาได้แถลงการณ์ข่าวโจมตีไทยโดยไม่ตรงข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องทั้งที่ไทยเป็นฝ่ายถูกกัมพูชาโจมตีมาโดยตลอดแม้จะมีการเจรจาตกลงหยุดยิงทั้งสองฝ่ายแล้วก็ตาม

ล่าสุด เมื่อ29 กรกฎาคม 2568สำนักข่าว khmer time สื่อของกัมพูชารายงานว่า กระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพของกัมพูชา (MLVT) เรียกร้องให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคต่างชาติแบนสินค้า-บริการของไทย เนื่องจากแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยถูกคุกคามเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ มีรายงานแรงงานกัมพูชาที่อาศัยและทำงานในประเทศไทย ถูกเลือกปฏิบัติ ทำร้ายร่างกาย และละเมิดในรูปแบบต่างๆ

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา มีแรงงานชาวกัมพูชาหลายหมื่นคนได้เดินทางจากไทยกลับกัมพูชา นับตั้งแต่การรุกรานของไทยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 มีแรงงานชาวกัมพูชาที่อาศัยและทำงานในประเทศไทยได้เดินทางกลับบ้านเกิดแล้วกว่า 280,000 คน

เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุอย่างชัดเจนว่า “เราขอเรียกร้องให้ผู้ซื้อทุกรายที่ทำธุรกิจกับไทย เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจังกับคู่ค้าของท่าน เพื่อให้แน่ใจว่าหลักการทำงานที่มีคุณค่าและการไม่เลือกปฏิบัติจะได้รับการเคารพตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

กัมพูชาออกแถลงการณ์ทั่วโลกแบนสินค้าไทย

นอกจากนี้ ยังมีการทวงถามถึงพันธกรณีของประเทศไทยในฐานะสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ที่จะต้องรับประกันความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของแรงงานข้ามชาติทุกคน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกัมพูชาได้ออกประกาศเรียกร้องให้พลเมืองของตนทุกคนที่พำนักและทำงานในไทยเดินทางกลับมาตุภูมิโดยเร็วที่สุด โดยอ้างถึงภัยคุกคามและการเลือกปฏิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...