โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ทรัมป์” ประกาศดีลการค้ากับญี่ปุ่น เคาะภาษีที่ 15% เปิดทางนำเข้าสินค้าเกษตร-ยานยนต์สหรัฐฯ

efinanceThai

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 02.23 น.

ทรัมป์ ประกาศดีลการค้ากับญี่ปุ่น เคาะภาษีที่ 15% เปิดทางนำเข้าสินค้าเกษตร-ยานยนต์สหรัฐฯ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ก.ค. 68 9:23: น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงทางการค้ากับญี่ปุ่น ซึ่งจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นในอัตรา 15% เปิดทางนำเข้าสินค้ากลุ่มยานยนต์-เกษตรจากสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นจ่อทุ่มเงินลงทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐ หลังการเจรจาที่ยาวนานระหว่างสองชาติคู่ค้า

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า "เราเพิ่งบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา"

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในคืนวันอังคาร (22 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งข้อตกลงในครั้งนี้ระบุว่า ผู้นำเข้าของสหรัฐฯ จะต้องจ่ายภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ในอัตรา 15% สำหรับสินค้าญี่ปุ่นที่ส่งออกไปขายในสหรัฐฯ โดยญี่ปุ่นจะลงทุนเป็นมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐฯ จะได้กำไร 90% แต่ไม่ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การลงทุนดังกล่าวจะเป็นไปในลักษณะใด หรือมีการคำนวณผลกำไรอย่างไร อีกทั้งยังไม่มีการเผยแพร่เอกสารข้อตกลงฉบับทางการ

โพสต์ของทรัมป์ยังระบุว่า "ข้อตกลงนี้จะสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน สำคัญที่สุดก็คือ ญี่ปุ่นจะเปิดประเทศเพื่อการค้า ซึ่งรวมถึงรถยนต์และรถบรรทุก ข้าวและผลิตภัณฑ์การเกษตรบางประเภท และอื่น ๆ โดยญี่ปุ่นจะจ่ายภาษีตอบโต้ให้สหรัฐฯ 15%"

"ผมเพิ่งลงนามในข้อตกลงทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจจะเป็นข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กับญี่ปุ่น" ทรัมป์กล่าวในงานเลี้ยงรับรองสมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกัน ที่ห้องทิศตะวันออก (East Room) ของทำเนียบขาว หลังโพสต์ไม่นาน

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า "เจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นก็อยู่ที่นี่ พวกเราทำงานกันยาวนานและหนักหน่วง นี่ถือเป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน"

ก่อนหน้านี้ สินค้าจากญี่ปุ่นถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีที่ 24% ก่อนที่ทรัมป์จะสั่งพักการเก็บภาษี 90 วันในเดือนเม.ย. และมีการเก็บภาษีขั้นต่ำที่ 10% ตั้งแต่นั้นมา

ทั้งนี้ ข้อตกลงกับญี่ปุ่นถือเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการค้าชิ้นที่สาม ซึ่งทรัมป์ได้ประกาศเมื่อวันอังคาร หลังการเจรจากับชาติคู่ค้ารายใหญ่ อาทิ สหภาพยุโรป (EU), เกาหลีใต้, อินเดีย และอีกหลายประเทศไม่คืบหน้าตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่กำหนดเส้นตายภาษีในวันที่ 1 ส.ค. ใกล้เข้ามา

*** กว่าจะปิดดีลสหรัฐฯ ญี่ปุ่น

ทรัมป์กล่าวว่าข้อตกลงนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในแง่ความสัมพันธ์ เราจะยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับญี่ปุ่นเสมอ"

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่ผ่านมานั้นเป็นไปอย่างตึงเครียด ซึ่งเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า คนญี่ปุ่นคุยด้วยยาก พวกเขาไม่ยอมลงให้" โดยทรัมป์เน้นย้ำถึงเรื่องการขายข้าวว่าเป็นหนึ่งในประเด็นขัดแย้งระหว่างสองประเทศ "พวกเขาไม่ยอมรับข้าวของเรา ทั้งที่มีปัญหาข้าวขาดแคลนอย่างหนัก"

ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐฯ เผยว่า ญี่ปุ่นซื้อข้าวจากสหรัฐฯ มูลค่า 298 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 โดยระหว่างเดือนม.ค. เม.ย. ของปีนี้ ญี่ปุ่นซื้อข้าวไปแล้ว 114 ล้านดอลลาร์

รายงานปี 2021 ที่ตีพิมพ์โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระบุว่า "ระบบการนำเข้าและจัดจำหน่ายข้าวของญี่ปุ่นที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดและไม่โปร่งใสนั้น ได้จำกัดความสามารถของผู้ส่งออกของสหรัฐฯ ในการเข้าถึงผู้บริโภคในญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ"

ขณะที่รถยนต์ ซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก็เป็นประเด็นในการเจรจาเช่นกัน โดยทรัมป์กล่าวเมื่อต้นเดือนก.ค. ว่า ญี่ปุ่นไม่นำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ "เราไม่เคยส่งออกรถยนต์ไปญี่ปุ่นเลยแม้แต่คันเดียวในช่วง 10 ปี"

อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐฯ จำนวน 16,707 คัน ตามข้อมูลของสมาคมผู้นำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น

ทางด้านสก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีคลังสหัฐฯ เผยว่า ได้พบกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชิเงรุ อิชิบะ ที่กรุงโตเกียวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และโพสต์บน X ว่า อิชิบะมีท่าทีเชิงบวกเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลง ซึ่งเป็นสัญญาณของการลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น เบสเซนท์กล่าวว่า "ข้อตกลงที่ดีสำคัญกว่าข้อตกลงที่รีบร้อน และข้อตกลงการค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังคงเป็นไปได้"

ด้านแมรี่ เลิฟลี่ จากสถาบันปีเอร์สัน (Peterson Institute) กล่าวว่าข้อตกลงนี้ช่วยลดภัยคุกคามจากภาษีที่สูงขึ้นสำหรับญี่ปุ่น ข้อตกลงนี้ช่วยให้ญี่ปุ่นพ้นจากภัยคุกคามภาษี 25% และอาจทำให้ยังสามารถแข่งขันได้กับซัพพลายเออร์ในสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ไม่น่าจะขายรถยนต์และรถบรรทุกได้มากนัก ส่วนการเปิดตลาดเสรีทางการเกษตรจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น บนสมมติฐานว่า พวกเข่าน่าจะอยากลองข้าวแคลิฟอร์เนียชั้นเยี่ยม"

คู่ค้าสำคัญ

ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ที่สหรัฐฯ นำเข้าสินค้ามากที่สุด โดยเมื่อปีที่แล้ว ญี่ปุ่นส่งออกสินค้ามูลค่า 148,000 ล้านดอลลาร์ไปยังสหรัฐฯ โดยสินค้าหลัก ๆ ที่สหรัฐฯ นำเข้า ได้แก่ รถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องจักรกลการเกษตรและการก่อสร้าง

ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024 โดยน้ำมันและก๊าซ, ยา รวมถึงผลิตภัณฑ์การบินและอวกาศ เป็นสินค้าส่งออกหลัก

อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นมีอำนาจต่อรองบางอย่างเหนือสหรัฐฯ ในแง่ของข้อตกลงการค้า เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้ต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ซึ่งถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

ที่มา CNN

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...