ไขข้อสงสัย! ทำไม ‘ราคาน้ำมันไทย’ ต้องขึ้นลงตามตลาดโลก
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 06.41 น. • The Bangkok Insightเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไม "ราคาน้ำมันไทย" ต้องขึ้นลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยก็มีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตัวเอง และบางพื้นที่ก็มีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ
หากประเทศไทยผลิตน้ำมันเองได้ก็ควรตั้งราคาขายเองได้ โดยไม่ต้องอ้างอิงกับต่างประเทศหรือไม่ แล้วมีสาเหตุอะไร ที่ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย ต้องอ้างอิงตามตลาดโลก และเปลี่ยนแปลงไปตามราคาสากล
"น้ำมัน" สำคัญอย่างไร
น้ำมันมีบทบาทสำคัญในหลายภาคส่วน โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลัก และวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ความสำคัญของน้ำมันอยู่ที่การขับเคลื่อนการขนส่ง การผลิตไฟฟ้า และสนับสนุนกระบวนการผลิต
การใช้น้ำมันมีความหลากหลายมาก และครอบคลุมหลายแง่มุมของชีวิตสมัยใหม่ หนึ่งในการใช้งานที่รู้จักกันดีที่สุดคือ การผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันก๊าดที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่ง และการผลิตพลังงาน
ทั้งยังใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหลายประเภท เช่น พลาสติก ปุ๋ย น้ำมันหล่อลื่น ยา และเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม
คุณประโยชน์ในการใช้งานมากมาย ทำให้การขึ้นลงของราคาน้ำมัน ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในด้านค่าครองชีพของผู้คน ที่จะถูกหรือแพง ก็มีราคาน้ำมันเข้ามาช่วยกำหนดด้วย
เช่น ถ้าราคาน้ำมันขึ้น ค่าเดินทางและค่าขนส่งก็สูงขึ้นตาม ส่งผลให้ค่าครองชีพแพงขึ้น ในทางกลับกันถ้าราคาน้ำมันลดลง ต้นทุนหลายอย่างก็ลดลง ทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
ด้วยเหตุนี้ราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะมีผลต่อทั้งเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยตรง
สินค้าหลักตลาดโลก
น้ำมันเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันในระดับโลก ไม่ใช่แค่ภายในประเทศใดประเทศหนึ่ง และเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก แต่แตกต่างกันในเชิงคุณภาพ โดยขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต
3 น้ำมันดิบอ้างอิงที่สำคัญของโลก
- ดูไบ (Dubai) เป็นน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลาง
- เบรนท์ (Brent) มีแหล่งผลิตที่อยู่ในทะเลเหนือ โดยอยู่ระหว่างเกาะอังกฤษ และคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย
- เวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) เป็นน้ำมันดิบอ้างอิงที่สำคัญในทวีปอเมริกา
นอกจากนี้ ยังมีตลาดกลางซื้อขายน้ำมัน 3 แห่งหลัก ๆ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมักถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการอ้างอิงราคา เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ และมีปริมาณการซื้อขายสูง
- New York Mercantile Exchange (NYMEX) หรือ ตลาดนิวยอร์ก
ตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป โดยใช้ราคาที่สะท้อนความต้องการในอเมริกาเหนือเป็นหลัก
- Intercontinental Exchange (ICE) หรือ ตลาดลอนดอน
ศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันในยุโรป โดยราคาจากตลาดนี้มักสะท้อนถึงความต้องการในยุโรป แอฟริกา และบางส่วนของเอเชีย
- Singapore International Monetary Exchange (SIMEX) หรือ ตลาดสิงคโปร์
ศูนย์กลางการค้าอและกำหนดราคาน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยใช้ราคาที่สะท้อนความต้องการน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
โดยราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการ หรือราคาขายปลีกของสถานีบริการต่าง ๆ ในไทยนั้น มีราคาของน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสัดส่วนหลัก โดยอ้างอิงราคาจากตลาดสิงคโปร์
ราคาน้ำมันโลกขึ้นลงอย่างไร
การเข้าใจกลไกตลาดน้ำมันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะน้ำมันเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายอย่างในตลาดโลก
หนึ่งในนั้น คือ เรื่องของความต้องการ และการจัดหา ที่ถ้าหากไม่สมดุลกันก็จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน เช่น ถ้ามีความต้องการมาก แต่การจัดหาน้ำมันกลับไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ถ้าหากมีการผลิตน้ำมันเข้าสู่ตลาด มากกว่าความต้องการใช้ ก็จะทำให้ความต้องการลดลง
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องนโยบายของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ๆ อย่าง กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะประเทศเหล่านี้ มักมีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคา เนื่องจากสามารถควบคุมปริมาณการผลิต ที่จะส่งผลต่อการปรับขึ้นลงของราคาน้ำมันได้
ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ และการเมืองโลก ก็มีส่วนสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเช่นกัน เพราะจะส่งผลต่อความต้องการ และการจัดหาน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกด้วย อย่างเช่น สงครามยูเครน เมื่อปี 2565 ที่ทำให้รัสเซียลดการส่งออกน้ำมัน จนทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น หรือวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2551 ที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง และทำให้น้ำมันมีราคาถูกลง
เปิดสาเหตุ "ราคาน้ำมันไทย" ขึ้นลงตามตลาดโลก
ในส่วนของไทยนั้น แม้จะสามารถผลิตน้ำมันได้เอง มีแหล่งน้ำมันดิบในทะเลอ่าวไทย แต่ไทยมีปริมาณน้ำม้นสำรอง และอัตราการผลิตค่อนข้างจำกัด ผลิตได้เพียง 15-20% ของความต้องการใช้ทั้งหมดของประเทศ
สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก ประมาณ 80-85% เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และจำนวนประชากร
ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทย อ้างอิงมาจากตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย และมีปริมาณการซื้อขายที่สูง ทำให้ราคาเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เป็นราคาที่สะท้อนสภาพตลาด ความต้องการ และการจัดหา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผ่านการกำหนดมาตรฐานราคาน้ำมันอย่างโปร่งใส เป็นระบบ และได้รับการยอมรับในระดับสากล ประกอบกับความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ทำให้ตลาดสิงคโปร์เป็นเกณฑ์อ้างอิงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดน้ำมันในไทย
นอกจากประเทศไทยแล้ว ก็ยังมีประเทศอื่นที่ใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ราคาตลาดสิงคโปร์เป็นราคาอ้างอิง อีกทั้งหลายประเทศในทวีปเอเชียก็ใช้ราคาอ้างอิงดังกล่าวเป็นฐานการคำนวณต้นทุนราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศเช่นกัน
โครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกของไทย ประกอบด้วยด้วยต้นทุนเนื้อน้ำมันสูงถึง 40-60% ดังนั้น หากต้นทุนเนื้อน้ำมัน (ซึ่งอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์) เพิ่มขึ้น ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การเชื่อมโยงกับราคาสากลดังกล่าว จะช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ความโปร่งใสของกลไกตลาด การแข่งขันที่เป็นธรรม และการบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหา ซึ่งช่วยให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค สามารถปรับตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าไทยกำหนดราคาน้ำมันเอง จะเป็นอย่างไร
หากประเทศไทยกำหนดราคาน้ำมันให้ต่ำกว่าตลาดโลก โดยไม่อ้างอิงราคาสากล อาจช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจเกิดผลกระทบหลายอย่างที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพพลังงานของประเทศ ดังนี้
ผู้นำเข้าไม่อยากนำเข้าน้ำมัน และโรงกลั่นขาดแรงจูงใจในการลงทุนและผลิตน้ำมันเนื่องจากเกิดการขาดทุน ทำให้การนำเข้าน้ำมันลดลง และมีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ
ภาระทางการเงินของรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากการอุดหนุนราคาน้ำมันให้กับผู้ผลิตเป็นเวลานาน กองทุนน้ำมันอาจหมดลง หรือรัฐต้องกู้เงินเพื่อชดเชย ทำให้ส่งผลต่อหนี้สาธารณะ
ผู้ผลิตจะให้ความสำคัญกับการส่งออกเป็นหลัก ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ
เกิดการลักลอบนำออกไปขายต่างประเทศ เพราะจะได้ราคาสูงกว่า ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ
เกิดการกักตุนสินค้า เพื่อขายต่อในช่วงที่ราคาสูงขึ้น และตลาดมืด ที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม
หรือหากประเทศไทย กำหนดราคาน้ำมันให้สูงกว่าตลาดโลก โดยไม่อ้างอิงราคาสากล อาจเกิดผลกระทบหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ และเสถียรภาพพลังงานของประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพสูงขึ้น จากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อของประชาชนลดลง
อุตสาหกรรม และภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวลดลง
รัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการแทรกแซง ในการอุดหนุนราคาน้ำมัน ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และสนับสนุนพลังงานทางเลือก และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
เกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันจากประเทศที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียเงินตราต่างประเทศ จากการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปโดยไม่จำเป็น อาจทำให้ไทยขาดดุลการค้า และส่งผลต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง
รับมือราคาน้ำมันผันผวนอย่างชาญฉลาด
ราคาน้ำมันที่ขึ้นลงตามตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนของภาคธุรกิจ และเสถียรภาพของเศรษฐกิจโดยรวม
การเข้าใจ และปรับตัวต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน จะช่วยลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ดังนี้
ปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้คุ้มค่า
ขับรถแบบ Eco-Driving เช่น ควบคุมความเร็วให้เหมาะสม (80-100 กม./ชม.) หลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกกระทันหัน ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนานเกิน 5 นาที
บำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ตรวจลมยางให้เหมาะสม ลดแรงเสียดทาน เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะ และเลือกใช้เชื้อเพลิงให้เหมาะกับรถ
เลือกเดินทางให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการวางแผนเส้นทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงรถติด ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือใช้แอปพลิเคชันแชร์รถ หรือ Carpooling
ใช้พลังงานทางเลือก
- หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ไฮบริด
- ใช้พลังงานทดแทน
- ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop)
วางแผนงบประมาณรับมือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
- ติดตามราคาน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ
- ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
- ควบคุมการเดินทางเพื่อลดการใช้น้ำมัน
- ใช้เทคโนโลยี เช่น การประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นายกฯ เร่งทำความเข้าใจ ราคาน้ำมันพุ่ง เพราะตลาดโลกผันผวน โครงสร้างน้ำมันแต่ละประเทศต่างกัน
- รู้หรือไม่? น้ำมัน 1 ลิตร ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
- เปิดสารพัดเคล็ดลับ 'ประหยัดพลังงาน' ทำได้ง่ายด้วยตัวเอง
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X :https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg