5 เทรนด์ธุรกิจมาแรง ปี 2025 จากมุมมอง “ซีเค เจิง” CEO Fastwork
ซีเค เจิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Fastwork กล่าวว่า ไทยเราเก่งเรื่องการ “ใช้” เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น สมาร์ทโฟน หรือ ChatGPT แต่เรายังไม่ค่อยมีวัฒนธรรมในการ “สร้าง” เทคโนโลยีของตัวเอง
เขายกตัวอย่างได้น่าสนใจว่า ถ้าเปรียบแต่ละประเทศเป็นดินสอ
อเมริกา คิดค้นดินสอ
ญี่ปุ่น พัฒนาดินสอกด
จีน ผลิตดินสอได้ถูกที่สุด
อิตาลี ทำดินสอให้ดูหรู
ไทย เป็นคนใช้ดินสอ
เหล่านี้สะท้อนว่า วันนี้ถึงเวลาที่ไทยต้อง“คิดให้ต่าง” มากกว่าจะสู้เรื่องราคา
โดยยกตัวอย่าง 5 เทรนด์ธุรกิจมาแรง ปี 2025 ที่พลิกสถานการณ์ และสร้างความต่าง พาธุรกิจติดสปีดได้ ดังนี้
1.Niche Products Are Winning สินค้าสายเฉพาะกลุ่ม กำลังชนะตลาด
ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องขายให้คนทั้งโลก แค่เจาะให้โดนใจ “กลุ่มเฉพาะ” ก็ปังได้
Hokaขายรองเท้าปีนเขาแบบจัดเต็ม เจาะคนสายลุย
Onทำรองเท้า Custom เฉพาะบุคคล ใช้เทคโนโลยีล้ำ ๆ จนกลายเป็นแบรนด์มาแรง
Stanleyเดิมทีขายแก้วเก็บอุณหภูมิให้ผู้ชายสายลุย แต่พบว่าขายผู้ชายไม่ค่อยได้ จึงปรับภาพลักษณ์ใหม่ด้วย แก้วสีพาสเทล+ ขายไลฟ์สไตล์ผู้หญิงรักสุขภาพ รายได้พุ่ง 750 ล้านดอลลาร์
พลิกวิธีการเจาะตลาดสินค้าที่ทุกคนต่างเคยมองว่าเป็น “Red Ocean” ขายยังไงก็ไม่รวย สู่สินค้าที่คนแย่งซื้อ
[caption id="attachment_1524445" align="alignnone" width="909"]
แก้วน้ำ Stanley ปรับสีสดใส เข้ากับผู้หญิงมากขึ้น[/caption]
2.Small Luxury หรูหราแบบจับต้องได้
คนยุคใหม่สมัยนี้ทำงานหนัก แต่อาจไม่มีโอกาสซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้เหมือนช่วง 50 ปีก่อน ครั้นจะซื้อ ก็ต้องภาระหนี้ + ดอกเบี้ย กว่า 30 ปี
แต่คนยังต้องการของขวัญตอบแทนการทำงานหนักของตนเอง ดังนั้น ความหรูที่จับต้องได้เลยมาแรง เช่น
กระเป๋าเดินทางใบละ 60,000 บาท
มื้อ Fine Dining สักมื้อให้ตัวเอง
ครีมบำรุงกระปุกละ 25,000 บาท
น้ำยาล้างมือขวดละ 1,200 บาทช่วง COVID
3.Out-of-the-box Product Variation Strategy เมื่อสินค้าหลักเริ่มน่าเบื่อ ก็ต้อง "คิดนอกกรอบ"
เมื่อแบรนด์หรือสินค้าหลัก เริ่มไม่ว้าวเหมือนเดิม ลองหาวิธีปลุกกระแสใหม่ ๆ เช่น
Airbnbสร้างบ้านธีมบาร์บี้, บ้าน Shrek, ห้อง Ferrari, หรือบ้านลอยได้แบบ Up ให้คนเช่า! ไม่ได้ขายแค่ที่พัก แต่ขายประสบการณ์
Burger Kingเปิดตัวเมนู “The Real Cheese Burger” ที่มีแต่ชีสล้วน ๆ จนคนต้องแชร์!
การตลาดแบบสนุกนอกกรอบ ทำให้คนพูดถึง
[caption id="attachment_1524454" align="alignnone" width="1280"]
บ้านธีมบาร์บี้ airbnb[/caption]
4. Making Boring Products Interesting สินค้าธรรมดา ๆ ก็ดีได้ ถ้าเล่าเรื่องเก่งพอ
เปลี่ยนสินค้าที่ดูไม่น่าสนใจ ให้โดดเด่น แค่เปลี่ยนมุมมอง เช่น
Mozi Washน้ำยาซักผ้าในแพ็กเกจจิ้งเรียบ ๆ ไม่มีสีตะโกน พอวางในร้านกับแบรนด์อื่นกลับเด่นเฉย
Liquid Deathน้ำเปล่าในกระป๋องดีไซน์แบบเบียร์เท่ ๆ จนกลายเป็นแบรนด์น้ำดื่มสุดฮิตในหมู่วัยรุ่น
แค่เล่าเรื่องให้แตกต่าง สิ่งธรรมดาก็เท่ได้
[caption id="attachment_1524455" align="alignnone" width="738"]
น้ำดื่มกระป๋องดีไซน์สุดเท่จาก Liquid Death[/caption]
5.Personal Brand Makes a Huge Difference ตัวบุคคลสำคัญไม่แพ้แบรนด์
Personal Brand สำคัญกว่าที่คิดสิ่งโดดเด่นในยุคนี้ ไม่ใช่แค่แบรนด์สินค้า แต่เป็น“ตัวบุคคล” เช่น Salt Baeดังจากท่าโรยเกลือ จนตอนนี้มีผู้ติดตาม TikTok: 47 ล้าน, Instagram: 40 ล้าน, YouTube: 32 ล้าน, Facebook: 30 ล้าน โดยไม่ต้องซื้อโฆษณาเลย
[caption id="attachment_1524462" align="alignnone" width="678"]
Salt Bae ผู้โด่งดังจากท่าโรยเกลือ[/caption]
“แบรนด์ดิ้ง คือ สิ่งที่สร้างความลำเอียง ตอนขายสินค้า ต้องไม่ขายแค่ฟังก์ชันอย่างเดียว แต่ต้องขายความลำเอียงนี้ให้ได้ด้วย ความลำเอียงจะทำให้เราโดดเด่น และที่สำคัญต้องอย่าทำแบรนดิ้งเพื่อหวังความดัง คุณต้องมีคอนเทนต์หรือสิ่งที่อยากแก้ปัญหาบางอย่างให้คนดู ถึงจะมีโอกาสสร้างแบรนด์ดิ้งให้ตัวเอง”
[caption id="attachment_1524458" align="alignnone" width="2800"]