โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งล่า! ไรเดอร์ ก่อเหตุยิงหน้ารพ.ลาดหลุมแก้ว ดับ 2

JS100

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 00.23 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 00.22 น. • JS100:จส.100
เร่งล่า! ไรเดอร์ ก่อเหตุยิงหน้ารพ.ลาดหลุมแก้ว ดับ 2

หลังเกิดเหตุ เมื่อเวลา 22.25 น. วันที่ 4 มิ.ย. 2568 พ.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ บุญรักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุยิงกันในวงเหล้าและมีผู้บาดเจ็บ ภายในซอยโรงปุ๋ยวายวีพี บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 129/15 ม.4 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อนผู้บาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว แต่คนร้ายยังขับรถจักรยานยนต์ตามมาสาดกระสุนยิงซ้ำหน้าโรงพยาบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ตำรวจสืบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ตำรวจสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณทางเข้าโรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว พบปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวนมากกว่า 12 ปลอก ตกกระจายทั่วบริเวณ และหน้าอาคารผู้ป่วยนอกถูกกระสุนปืนยิงทะลุกระจกเข้าไปในห้องผู้ป่วย โชคดีไม่มีผู้ป่วยนอนอยู่ บริเวณหน้าอาคารผู้ป่วย พบรถยนต์กระบะอีซูซู สีแดง หมายเลขทะเบียน บน 7297 ปทุมธานี กระจกด้านขวาข้างคนขับถูกยิง 2 นัด กระสุนทะลุกระจกหลัง กันชนท้ายด้านขวาถูกยิงกระสุนทะลุ กระบะท้ายรถ พบรอยเลือดและปลอกกระสุนตกอยู่อีก 1 ปลอก

ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายมะนะ สีสังข์ อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลระแหง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนไม่ทราบขนาดเข้าลำตัวและศีรษะหลายนัด และนายนรินทร์ อาษา อายุ 32 ปี ทำงานห้องเก็บศพปทุมธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าลำตัวและศีรษะเช่นกัน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อคล้ายไรเดอร์สีเขียว ขับขี่จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ก่อเหตุยิงแล้วหลบหนีไป

สอบถามนายวัฒนะพงษ์ อายุ 44 ปี อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า ขณะนั้นตนอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว สังเกตเห็นรถกระบะสีแดงพาผู้ได้รับบาดเจ็บมาส่ง และเห็นมีรถจักรยานยนต์ขี่ตามหลังรถกระบะมา เห็นคนขี่สวมชุดไลน์แมน จากนั้นก็ได้ยินเสียง ปัง ปัง และเสียงปืนดังอีกหลายนัด นายวัฒนะพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะเกิดเหตุมีประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลจำนวนมาก ต่างตกใจพากันวิ่งหนีกระสุนปืนอลหม่าน เพราะคนร้ายยิงสาดไปทั่ว

ส่วนนายวิรัช อายุ 33 ปี คนขับรถกระบะที่พาผู้บาดเจ็บมาส่ง กล่าวว่า ตนนั่งกินเหล้ากันอยู่ที่หน้าบ้านทุกวัน จากนั้นก็มีไลน์แมนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอด ถามว่ามีใครสั่งอะไรไหมครับ ตนก็บอกว่าไม่มี จากนั้นเขาก็ชักปืนออกมายิงใส่คนในวงเหล้าที่นั่งกันอยู่ 6 คนจนแตกกระเจิง

นายวิรัช กล่าวต่อว่า เขายิงไป 2 แม็ก ตอนนั้นไม่รู้ว่าใครถูกยิงบ้าง พอเสียงปืนสงบ ตนออกมาดูก็พบว่า มีคนถูกยิง 2 คนนอนจมกองเลือดอยู่ที่โต๊ะ จึงพาส่งโรงพยาบาล โดยนั่งกันมา 6 คน ตนเป็นคนขับ ส่วนอีก 5 คน รวมคนเจ็บ ได้อยู่ที่กระบะหลัง

นายวิรัช กล่าวอีกว่า ปรากฏว่าคนร้ายมาดักรอที่หน้าปากทางเข้าโรงพยาบาลอีก เมื่อเห็นรถของตน คนร้ายก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกระบะอีกหลายนัด ซึ่งคนด้านหลังบอกว่า กระสุนปืนถูกคนเจ็บด้วย และเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สวมเสื้อไลน์แมน มีกล่องไลน์แมนอยู่หลังรถ

ด้านนายสมศักดิ์ ชนนิยม อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว กล่าวว่า ขณะตนกำลังจะเข้านอน ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด จึงวิ่งออกมาหน้าบ้าน มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีเข้ามาในบ้าน บอกว่าพี่อย่าออกไป มันยิงอยู่ ตนออกไปดูก็เห็นคนร้ายใส่หมวกกันน็อก ใส่เสื้อไลน์แมน ยืนสาดกระสุนอยู่ จึงหลบเข้าบ้าน นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปกติจุดดังกล่าวจะมีเพื่อนบ้านมารวมตัวนั่งกินเหล้ากันประจำทุกวัน และมาทำกับข้าวกินกัน ไม่เคยมีเรื่องกัน ยังไม่รู้สาเหตุเกิดจากอะไร ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ตนก็รู้จัก เจอกันทุกวัน

ด้านพ.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ บุญรักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ลาดหลุมแก้ว หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมทั้งนำตัวพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดไปสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง เบื้องต้นคาดสาเหตุเป็นเรื่องชู้สาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...