ในน้ำไม่มีปลา ประมงท้องถิ่นหากินไม่ได้แล้ว หลังระบบนิเวศพังจากคางดำระบาด
ฉะเชิงเทรา – ในน้ำไม่มีปลา ชาวบ้านคนทำประมงท้องถิ่นออกจับปลาหาเลี้ยงชีพไม่ได้แล้ว หลังปลาหมอคางดำระบาดยาวนานข้ามปี ทำระบบนิเวศพังแหล่งน้ำสาธารณะไม่พบปลาอื่นแหวกว่ายเหลืออยู่เลย เผยจับได้แต่เฉพาะปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่องมากถึงวันละกว่า 50 ตัว ขณะท้องน้ำทั้งลำคลองยาวไกลหลาย 10 กม.เงียบสงัด
วันที่ 1 ก.ค.68 เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสมศักดิ์ บุตรโสภา อายุ 57 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้มีอาชีพทำประมงน้ำจืดภายในแหล่งน้ำสาธารณะตามลำคลองสายต่างๆ ในเขตพื้นที่ ต.สองคลองว่า ปัจจุบันนี้ได้ใช้แหหว่านหาปลาและดักลอบภายในคลองขุดใหม่ เลียบถนนสุขุมวิทสายเก่า (สาย 3 ) คลองด่าน – บางปะกง มาอย่างต่อเนื่องหลายวันแล้ว
แต่ไม่สามารถจับปลาที่ต้องการ หรือปลาที่เคยมีอยู่ในแหล่งน้ำดั้งเดิมที่จะนำมาบริโภคและนำไปขายได้เลย โดยพบแต่เฉพาะปลาหมอคางดำเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ซึ่งสามารถจับได้วันละมากกว่า 50 ตัวต่อวัน ทั้งการหว่านแหและลงดักลอบในลำคลอง จากเดิมเมื่อช่วงก่อนการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ประมาณกลางปี ก.ค.67 นั้น ในลำคลองแห่งนี้สามารถจับปลานิล ปลาตะเพียนและปลาน้ำจืดชนิดอื่นนำไปขายและบริโภคได้เกือบทุกวัน
แต่มาในปีนี้กลับไม่มีปลาชนิดอื่นเหลืออยู่เลยในลำคลอง แต่จะมีปลาหมอคางดำเข้ามาในช่วงหัวน้ำไหล ในระหว่างที่ จนท.ชลประทานเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำฝนออกและรับน้ำเหนือจากพื้นที่ทางตอนบนลงสู่ทะเลไปนั้น จะมีปลาหมอคางดำเข้ามาในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก และสามารถทอดแหจับนำขึ้นมาได้ครั้งละหลายสิบตัวในแต่ละครั้ง จึงทำให้ขณะนี้ชาวประมงพื้นบ้านอย่างพวกตนนั้น ทำมาหากินตามวิถีชีวิตปกติไม่ได้แล้ว นายสมศักดิ์ กล่าว