โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'3 ฉากทัศน์' ชี้ชะตานายกฯ ลุ้นศาล รธน.รับคำร้อง - เลื่อน - ปัดตก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 21.45 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.

วันที่ 1 ก.ค.2568 กำหนดดีเดย์ศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมปรึกษาหารือคดี โดยเป็นการปรับรูปแบบประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เดิมมักประชุมกันในวันพุธ และพฤหัสบดี มาเป็นวันอังคาร ท่ามกลางการจับตาว่า จะมีการนำเรื่องร้องเรียนกล่าวหา “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา มาพิจารณาในที่ประชุมหรือไม่

สำหรับการประชุมในวันที่ 1 ก.ค.68 นั้น เป็นการเลื่อนประชุมจากกำหนดเดิมจะประชุมในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ศาลรัฐธรรมนูญติดการประชุมคณะกรรมการสมาชิกสมาคม (Board of Members Meeting – BoMM) จึงงดการประชุมปรึกษาคดีในสัปดาห์ดังกล่าวลงไป

ทว่า ประเด็นที่น่าสนใจ มีความเคลื่อนไหวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญได้จัดทำวาระการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยมีวาระการพิจารณาที่น่าสนใจคือ ในวันที่ 8 ก.ค.68 นี้ จะมีการหารือ รับทราบความคืบหน้า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งไปยังอัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อขอให้รายงานกรณี นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีล้มล้างการปกครอง เกี่ยวกับเรื่องกระบวนการเลือก สว.ด้วย

ดังนั้น หากไทม์ไลน์ในวันที่ 8 ก.ค.68 จะมีการพิจารณาในการหารือเรื่องกระบวนการเลือก สว.คาดว่ามีแนวโน้มความเป็นไปได้ว่า ในวันที่ 1 ก.ค.68 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบยกกรณีร้องเรียนกล่าวหา “นายกฯ แพทองธาร” มาพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้ถูกร้องเรียนโดย “กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน” ผ่าน “ประธานวุฒิสภา” โดยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน

และในคำร้องดังกล่าว ยังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 71 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ข้อ 40 (8)

หากมีการประชุมพิจารณาเรื่องร้องเรียนกล่าวหา “แพทองธาร” ในวันที่ 1 ก.ค.68 จริง คาดว่ามีแนวโน้มออกได้ 3 ทาง คือ

1.ศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวหยิบยกมาพิจารณา เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิดมากเกินไป เพราะประธานวุฒิสภาเพิ่งส่งเรื่องมาให้พิจารณาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

2.ศาลรัฐธรรมนูญ หยิบยกมาพิจารณา และอาจมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น สั่งรับคำร้อง หรือไม่รับคำร้อง หรือสั่งเรียกให้หน่วยงาน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

3.ศาลรัฐธรรมนูญ หยิบยกมาพิจารณา แล้วเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่มีมูล ให้คำร้องดังกล่าวตกไป

ประเด็นที่น่าสนใจของเรื่องนี้ ในซีกรัฐบาลเอง ก็ไม่สามารถประเมินได้ว่า “แพทองธาร” จะอยู่รอดปลอดภัยบนเก้าอี้นายกฯหรือไม่

ดังนั้นในการปรับ ครม.ที่ผ่านมา นายกฯ จึงควบเก้าอี้ รมว.วัฒนธรรม ไว้อีก 1 ตำแหน่ง เผื่อเหลือเผื่อขาดว่า หากศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องกล่าวหา และสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เป็นการชั่วคราวแล้ว “แพทองธาร” ยังสามารถเข้าประชุม ครม.ในฐานะ รมว.วัฒนธรรม ได้

เงื่อนปมคลิปเสียงฉาวดังกล่าว ถูกสะท้อนผ่านนักวิชาการฝ่ายอนุรักษนิยม ที่ค่อนข้างมีบทบาทสำคัญในการเมืองช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เช่น แก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ “คตส.” ซึ่งเคยชงยึดทรัพย์ทักษิณ ชินวัตร และตรวจสอบสารพัดคดีทุจริตสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ขึ้นประกาศบนเวทีปราศรัยของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย เมื่อ 28 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา เรียกร้องให้บรรดา “เพื่อน-พี่น้อง-ลูกศิษย์ลูกหา” ซึ่งทำงานอยู่ใน “องค์กรอิสระ” ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการเกี่ยวกับข้อครหา “ชั้น 14” และปมคลิปเสียง “ฮุน เซน” โดยเร็ว

“ฝากถึงเพื่อนพี่น้องลูกศิษย์ทั้งที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา กกต. พยานหลักฐานชัดเจนหมดแล้วเรื่องชั้น 14 ปล่อยให้คดีชั้น 14 อยู่เป็นปี ไม่ทำอะไร การกระทำของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายครอบงำพรรคชัดๆ กกต. ไม่ทำอะไร จึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่าคิดว่าเมื่อตัดสินไปแล้วจะถูกหาว่าอยู่ข้างนั้นข้างนี้” แก้วสรร ระบุ

ขณะเดียวกัน อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ “มือฉมัง” อย่าง “จรัญ ภักดีธนากุล” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คมชัดลึก” ทางเนชั่นทีวี สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจถึงเรื่องนี้ สรุปได้ว่า ถ้าหากตนยังเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ จะรับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา และสั่งให้ “นายกฯ แพทองธาร” ยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที เพื่อตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าวไว้ก่อน

โดย “จรัญ” ระบุว่า กรณีนี้เห็นว่า ค่อนไปในทำนองเดียวกันกับกรณีของอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะเหตุว่ากระทบประเด็นเรื่องความขัดแย้ง ระหว่าง 2 ประเทศ เกี่ยวกับพื้นที่ที่อ้างสิทธิขัดแย้งกันอยู่ จนกระทั่งมีการปะทะกันทางทหารเล็กๆ แต่มันพร้อมที่จะลุกลามบานปลายได้

ถ้าไม่มีมาตรการชั่วคราว ก็ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อความแตกแยกของความสามัคคีในประเทศเราเอง เพราะอาจจะมีถึงข้อมูลให้เห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยแล้วว่า ฝ่ายทหารกับฝ่ายรัฐบาล ขัดแย้งกันหรือไม่ เป็นคนละพวก คนละฝั่งกันหรือไม่ เพราะฉะนั้นค่อนข้างเอียงไปในทางที่ มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีกรณีตามที่ สว.ร้องขอเข้ามา

“ส่วนปลายทางของคดี แล้วแต่พยานหลักฐาน เพราะว่าเราได้แต่ข้อมูลเบื้องต้น แต่จริงๆ ความจริงเป็นอย่างไร ใช่หรือไม่ ศาลต้องดูละเอียด เรื่องนี้คาดว่าต้องใช้เวลาพิจารณา 3-6 เดือน หากศาลรับคำร้อง” จรัญ ระบุ

เมื่อเครือข่ายอนุรักษนิยมเห็นตรงกันว่า เก้าอี้นายกฯ ของ “แพทองธาร” ควรหลุด สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับ “ศาลรัฐธรรมนูญ” อีกครั้ง โดย “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์เมื่อ 24 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา ยอมรับว่า “หนักใจ” ในการพิจารณาเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเราอยู่ตรงนี้ก็ต้องทำตามหน้าที่

โดยในวันที่ 1 ก.ค.68 จะมีการพิจารณาเรื่องคลิปเสียงได้หรือไม่นั้น นครินทร์ ระบุว่า ก็มีความเป็นไปได้ แต่ตอนนี้แต่ก็ต้องให้คณะตุลาการตรวจเอกสารครบถ้วนก่อน ซึ่ง

หากมีการพิจารณาก็จะออกได้ 2 ทาง คือ รับหรือไม่รับเรื่องแต่วันที่ 1 ก.ค.68 จะมีคำสั่งได้เลยหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ต้องรอตรวจเอกสารก่อน และเข้าองค์คณะ ทุกครั้งที่เราประชุมจะต้องมีองค์คณะครบ 9 คน

“หากวันที่ 1 ก.ค.68 ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคดีคลิปเสียง จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ก็ไม่จำเป็นจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เสมอไป ซึ่งเราก็จะดูว่ามีข้อเท็จจริงว่าการหยุดปฏิบัติหน้าที่จะทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีที่เรารับคดี แต่ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่” นายนครินทร์ ระบุ

ทั้งหมดคือ 3 ฉากทัศน์ และทัศนะจาก “นักวิชาการ-เครือข่ายอนุรักษนิยม” เกี่ยวกับประเด็นนี้ สุดท้ายบทสรุปจะออกมาแง่มุมไหน “แพทองธาร” จะยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯได้ต่อหรือไม่ ต้องติดตาม

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...