เปิดกลยุทธ์ เจาะหุ้นเด่น ประจำไตรมาส 3/68
ในไตรมาส 2/68 ตลาดหุ้นหุ้นไทยทำผลงานได้ไม่ดีนัก จากหลากหลายปัจจัยกดดัน ทั้งความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอ ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังและเฟ้นการกลยุทธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุนท่ามกลางสภาวะที่ผันผวน
วันนี้ Wealthy Thai จึงมีกลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นในไตรมาส 3/67 มาฝาก มาดูกันว่าในไตรมาสนี้ตลาดหุ้นจะมีแนวโน้วเป็นอย่างไร และหุ้นตัวไหนจะน่าสนใจบ้าง
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนในไตรมาส 3/68 ความตึงเครียดด้านการค้าที่คลี่คลายลง โดยสหรัฐฯ ตกลงเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการทําให้ upside มีจํากัด แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศและความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนส่งผลกระทบต่อ sentiment เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น สร้างแรงกดดันต่อตลาดเกิดใหม่
ในขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะเป็นแรงหนุน โครงการโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นปัจจจัยกระตุ้นที่สําคัญ แม้ว่าความเสี่ยงในการดําเนินการยังคงมีอยู่ ตลาดมี downside จากปัจจัยภายนอกค่อนข้างจํากัด เนื่องจากอยู่ในภาวะ oversold แต่แนวโน้มภายในประเทศยังคงไม่ชัดเจน การที่ตลาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องนั้น ประเทศไทยจําเป็นต้องผ่อนปรนนโยบายการเงินอย่างจริงจัง มีการดําเนินโครงการขนาดใหญ่ และสภาพคล่องในตลาดที่ดีขึ้น เพื่อเบรกกรอบ sideways ในปัจจุบัน
โดยกลยุทธ์ลงทุนใช้แนวทางการคัดเลือกหุ้นรายตัวท่ามกลางสภาวะตลาดที่ไม่มีทิศทางชัดเจน มุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน มีงบดุลที่แข็งแกร่ง ทํากําไรอย่างสม่ำเสมอ และ valuation ที่สมเหตุสมผล โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มหุ้นเชิงรับอย่างกลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มการแพทย์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
ขณะเดียวกันให้หลีกเลี่ยงบริษัทที่มีหนี้สูงหรือพึ่งพาการส่งออกเมื่อ พิจารณาจากความไม่แน่นอนด้านการค้า ให้ความสําคัญกับคุณภาพมากกว่าการเติบโตจนกว่าการเมืองในประเทศจะมีความชัดเจนมากขึ้นและโครงการโครงสร้างพื้นฐานเริมเดินหน้า
ส่วนหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ฝ่ายวิเคราะห์เลือกหุ้นเด่นที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง คุณภาพสูง valuation สมเหตุสมผล และได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยหุ้นเด่นสําหรับไตรมาส 3/68 ของบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คือ BCH, CPF, DIF, MTC และ SCC
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ของอินโนเวสท์ เอกซ์ พบว่ามีหุ้นที่มีลักษณะสําคัญ 5 อย่างที่เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดในไตรมาส 3/68 คือ 1) บริษัทที่มีงบดุลแข็งแกร่ง ซึ่งสามารถรับมือต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความท้าทายที่หลากหลายได้, 2) กลุ่มหุ้นเชิงรับและมีรายได้จากตลาดภายในประเทศในสัดส่วนสูง ซึ่งสามารถป้องกันความผันผวนจากภายนอกได้และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง
3) Large-cap ที่มี valuation สมเหตุสมผลและกําไรเติบโต ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและวงจรขาขึ้นของอุตสาหกรรม, 4) ได้ประโยชน์จากโมเมนตัมเชิงบวกของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และ 5) ได้ประโยชน์จากความตึงเครียดทางการค้าทั่วโลกและแรงกดดันจากภาษีนําเข้าที่ลดน้อยลง
เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์เหล่านี้ หุ้นเด่นที่ฝ่ายวิเคราะห์เลือกสําหรับไตรมาส 3/68 ได้แก่ BCH มอง valuation สมเหตุสมผล และกําไรปี 2568 กลับมาเติบโตจากปีก่อน 33% อยู่ที่ 1,705 ล้านบาท ให้คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 20 บาท
CPF มองราคาสุกรอยู่ในทิศทางขาขึ้น ประเมินกำไรปี 2568 ที่ 29,623 ล้านบาท โต 51% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 32 บาท
DIF มองความผันผวนต่ำและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 11% ในปีนี้ ประเมินกำไรปี 2568 ที่ 11,833 ล้านบาท โต 1600% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 10 บาท
MTC คาดได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ประเมินกำไรปี 2568 ที่ 6,795 ล้านบาท โต 15% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 51 บาท
และ SCC ความตึงเครียดทางการค้าลดลงทั่วโลก และได้ประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ประเมินกำไรปี 2568 ที่ 10,890 ล้านบาท โต 71% ให้คำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 192 บาท