โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Citibank ชี้สงครามอิหร่าน–อิสราเอล ส่อดัน “ราคาน้ำมัน” แตะ 90–130 ดอลลาร์/บาร์เรล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.02 น.

Citibank ชี้สงครามอิหร่าน–อิสราเอล ส่อดัน "ราคาน้ำมัน" แตะ 90–130 ดอลลาร์/บาร์เรล หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นจนกระทบการส่งออกน้ำมันอิหร่านหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 02.10 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักวิเคราะห์จากธนาคารซิตี้แบงก์ (Citibank) ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หากสงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นจนทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงประมาณ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อาจพุ่งสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งถึง 15–20%

"นั่นหมายความว่าราคาน้ำมันเบรนท์ควรอยู่ในช่วง 75–78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล" ซิตี้ระบุในบันทึกวิเคราะห์ โดยก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนพฤษภาคม

ในวันพฤหัสบดี เวลา 12.30 น. ตามเวลาสหรัฐ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 1.48 ดอลลาร์ หรือ 1.9% มาอยู่ที่ 78.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) สัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.72 ดอลลาร์ หรือ 2.3% มาอยู่ที่ 76.86 ดอลลาร์

ในอีกด้านหนึ่ง JPMorgan ระบุว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดหากความขัดแย้งขยายวงกว้างไปยังภูมิภาคอื่น ๆ และส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิด ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นไปถึง 120–130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเนื่องจากนักลงทุนตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่มโอเปก (OPEC) โดยผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซิตี้ระบุว่า หากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันราว 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเวลาหลายเดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นไปแตะ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ซิตี้คาดว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ เพราะนานาชาติจะเร่งพยายามเปิดช่องทางดังกล่าวให้กลับมาใช้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ การหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันอิหร่านอาจมีผลกระทบน้อยกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากปริมาณการส่งออกที่ลดลงอยู่แล้ว และการที่จีนลดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ซิตี้แบงก์เสริมว่าการผลิตน้ำมันจากประเทศอื่นทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นมากพอที่จะชดเชยผลกระทบจากอิหร่าน โดยเฉพาะในกรณีที่ตลาดคาดการณ์การหยุดชะงักล่วงหน้าไว้แล้ว และการเพิ่มกำลังการผลิตจากกลุ่มโอเปกเองก็สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้เช่นกัน

ขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประเมินว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เพิ่มเบี้ยความเสี่ยงในราคาน้ำมันขึ้นราว 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วง 76–77 ดอลลาร์

ด้านบาร์เคลย์ (Barclays) ระบุว่า หากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงครึ่งหนึ่ง ราคาน้ำมันดิบอาจปรับขึ้นแตะ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจทะลุ 100 ดอลลาร์ได้ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่สงครามลุกลามเป็นวงกว้าง

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...