โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักคณิตศาสตร์ค้นพบวิธีการใหม่! ในการหา “จำนวนเฉพาะ”

PPTV HD 36

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 09.51 น.
โลกของตัวเลขช่างเต็มไปด้วยปริศนา! นักคณิตศาสตร์ในสหรัฐฯ รายงานพบ “วิธีการใหม่” ในการค้นหา “จำนวนเฉพาะ”

หนึ่งในบทเรียนของวิชาคณิตศาสตร์ที่หลายคนอาจพอจำกันได้ คือเรื่องของ “จำนวนเฉพาะ” (Prime Number) หรือจำนวนเต็มบวกที่หารลงตัวได้ด้วยเลข 1 และตัวมันเองเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น 2, 3, 5, 7 เป็นจำนวนเฉพาะ เพราะไม่มีเลขอื่นใดนอกจากเลข 1 และตัวมันเองที่หารลงตัว ส่วนเลข 6 ไม่ใช่จำนวนเฉพาะ เพราะหารด้วย 2 และ 3 ลงตัว

ปัญหาของจำนวนเฉพาะคือ ในเลข 1-100 อาจยังพอจดจำหรือลองหารด้วยเลขต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ได้อยู่ แต่หากจำนวนนั้นเป็นหลักแสนหลักล้านล่ะ?

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเวลาหลายศตวรรษที่นักคณิตศาสตร์พยายามค้นหารูปแบบใหม่ ๆ ที่จะช่วยระบุจำนวนเฉพาะได้โดยง่ายที่สุด

กลยุทธ์การลองหารและแยกตัวประกอบไม่เอื้ออำนวยหรือไม่สามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบว่าตัวเลขจำนวนมหึมานั้นเป็นจำนวนเฉพาะหรือจำนวนประกอบได้ ตัวอย่างเช่น จำนวนเฉพาะที่ใหญ่ที่สุดที่รู้จักกันในปัจจุบันคือ “2 ยกกำลัง 136279841 แล้วลบ 1” โดยมีความยาวถึง 41,024,320 หลัก

จำนวนดังกล่าวอาจดูใหญ่จนน่าตกใจ อย่างไรก็ตาม ยังมีจำนวนเฉพาะที่ใหญ่กว่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น นักคณิตศาสตร์ต้องการทำมากกว่าแค่พยายามแยกตัวประกอบตัวเลขทีละตัวอย่างน่าเบื่อหน่ายเพื่อระบุว่าจำนวนเต็มนั้น ๆ เป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่

โอโนะ เคน นักคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า “เราสนใจจำนวนเฉพาะเพราะมีจำนวนมากมายมหาศาล แต่การระบุรูปแบบใด ๆ ในจำนวนนั้นเป็นเรื่องยากมาก”

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งคือการกำหนดว่าจำนวนเฉพาะกระจายตัวอย่างไรภายในชุดตัวเลขที่ใหญ่กว่า

เมื่อไม่นานนี้ โอโนะและเพื่อนร่วมวิจัยอีกสองคน ได้แก่ วิลเลียม เครก นักคณิตศาสตร์จากวิทยาลัยทหารเรือสหรัฐ และแจน-วิลเลม ฟาน อิตเทอร์ซัม นักคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคโลญในเยอรมนี ได้ค้นพบแนวทางใหม่สำหรับการค้นหาจำนวนเฉพาะ

โอโนะบอกว่า “เราได้อธิบายเกณฑ์ประเภทใหม่จำนวนมากมายอย่างไม่สิ้นสุดสำหรับการกำหนดเซตของจำนวนเฉพาะอย่างแม่นยำ ซึ่งทั้งหมดนั้นแตกต่างกันอย่างมากจาก ‘ถ้าคุณไม่สามารถแยกตัวประกอบได้ มันก็ต้องเป็นจำนวนเฉพาะ’”

แก่นของกลยุทธ์ของทีมวิจัยคือแนวคิดที่เรียกว่า “การแบ่งส่วน” (integer partitions)

ทฤษฎีการแบ่งส่วนนั้นเก่าแก่มาก แนวคิดนี้ย้อนกลับไปถึงยุคของนักคณิตศาสตร์ชาวสวิสในศตวรรษที่ 18 ชื่อ เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ และนักคณิตศาสตร์ก็ได้ปรับปรุงทฤษฎีนี้มาอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อมองเผิน ๆ การแบ่งส่วนดูเหมือนจะเป็นของเด็กเล่น มันคือการดูว่า คุณสามารถบวกตัวเลขเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ได้กี่วิธี?” โอโนะกล่าว

ตัวอย่างเช่น เลข 5 มีการแบ่งส่วน 7 แบบ คือ

4 + 1

3 + 2

3 + 1 + 1

2 + 2 + 1

2 + 1 + 1 + 1

และ 1 + 1 + 1 + 1 + 1

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ซ่อนอยู่ซึ่งปลดล็อกวิธีการใหม่ ๆ ในการตรวจจับจำนวนเฉพาะ

โอโนะ, เครก และอิตเทอร์ซัม พิสูจน์ได้ว่า จำนวนเฉพาะ คือคำตอบของจำนวนอนันต์ของสมการพหุนามประเภทหนึ่งในฟังก์ชันการแบ่งส่วน ที่เรียกว่า “สมการไดโอแฟนไทน์” (Diophantine equations)

สมการไดโอแฟนไทน์ได้รับการตั้งชื่อตามนักคณิตศาสตร์ชาวกรีกในศตวรรษที่ 3 ไดโอแฟนทัสแห่งอเล็กซานเดรีย หลักการคือ เป็นสมการที่มีตัวแปรไม่ทราบค่าตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป และมีผลเฉลยเป็นจำนวนเต็มที่ไม่เป็นลบ

โดยนิพจน์เหล่านี้อาจมีคำตอบเป็นจำนวนเต็มหรือคำตอบแบบตรรกยะ (หมายถึงสามารถเขียนเป็นเศษส่วนได้) กล่าวอีกนัยหนึ่ง การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า “การแบ่งส่วนจำนวนเต็มสามารถตรวจจับจำนวนเฉพาะได้ในรูปแบบธรรมชาติมากมายอย่างไม่สิ้นสุด”

โอโนะบอกว่า การค้นพบนี้ไม่ใช่แค่การตรวจสอบการกระจายตัวของจำนวนเฉพาะเท่านั้น “จริง ๆ แล้ว เราสามารถตรวจสอบจำนวนเฉพาะทั้งหมดได้อย่างชัดเจน”

ในวิธีนี้ เราสามารถแทนค่าจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 ขึ้นไปลงในสมการเฉพาะ และถ้าค่าเหล่านั้นเป็นจริง จำนวนเต็มนั้นก็จะเป็นจำนวนเฉพาะ

หนึ่งในสมการตัวอย่างคือ (3n3 − 13n2 + 18n − 8)M1(n) + (12n2 − 120n + 212)M2(n) − 960M3(n) = 0 โดยที่ M1(n), M2(n) และ M3(n) เป็นฟังก์ชันการแบ่งส่วนที่ได้รับการศึกษาอย่างดี

ทีมวิจัยบอกว่า “โดยทั่วไป เราพิสูจน์ได้ว่า มีสมการตรวจจับจำนวนเฉพาะที่มีค่าสัมประสิทธิ์คงที่อยู่มากมายอย่างไม่สิ้นสุด” หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ โอโนะบอกว่า “มันเกือบจะเหมือนกับว่า งานของเราให้คำจำกัดความใหม่จำนวนมากมายอย่างไม่สิ้นสุดสำหรับจำนวนเฉพาะ นั่นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก”

ทั้งนี้ ยังคงมีปริศนาเกี่ยวกับจำนวนเฉพาะอยู่มากมาย ซึ่งหลายข้อมีมานานแล้ว เช่น ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับจำนวนเฉพาะคู่ (Twin Prime Conjecture) และข้อสันนิษฐานของโกลด์บาค (Goldbach's Conjecture)

ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับจำนวนเฉพาะคู่ ระบุว่า “มีจำนวนเฉพาะ P ซึ่ง P + 2 เป็นจำนวนเฉพาะด้วย อยู่ไม่จำกัด” หรือซึ่งก็คือมีจำนวนเฉพาะที่มีค่าห่างกัน 2 อยู่ไม่จำกัด จำนวนเฉพาะคู่ เช่น จำนวน 5 และ 7 กับจำนวน 11 และ 13

ข้อสันนิษฐานของโกลด์บาคระบุว่า “จำนวนคู่ทุกจำนวนที่มีค่ามากกว่า 2 เป็นผลรวมของจำนวนเฉพาะสองตัวอย่างน้อยหนึ่งแบบ” แต่ยังไม่มีใครพิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง

โอโนะบอกว่า “ปัญหาแบบนั้นทำให้บรรดานักคณิตศาสตร์และนักทฤษฎีจำนวนงุนงงมาหลายชั่วอายุคน เกือบตลอดประวัติศาสตร์ของทฤษฎีจำนวน” และแม้ว่าการค้นพบล่าสุดของทีมเขาจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ แต่เขากล่าวว่า นี่เป็นตัวอย่างอันล้ำลึกว่า นักคณิตศาสตร์ยังคงพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติอันลึกลับของจำนวนเฉพาะ

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่

เรียบเรียงจาก Scientific American

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิทย์ค้นพบความลับเสียง “Purr” ของแมว รู้แล้วเกิดจากอะไร?

นักวิทย์พบ “ทองคำ-โลหะหายาก” ในแก่นโลก กำลังรั่วไหลขึ้นสู่ผิวโลก!?

นักวิทย์ทึ่ง พบ “ลิงชิมแปนซี” มีพฤติกรรมตั้งวงก๊งแอลกอฮอล์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักคณิตศาสตร์ค้นพบวิธีการใหม่! ในการหา “จำนวนเฉพาะ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...