โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไปรษณีย์ไทยใส่เกียร์ลงทุน 1,000 ล. ปรับทัพรับมือสงครามราคาโลจิสติกส์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 23.25 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 06.13 น.

นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า หากพระราชบัญญัติการประกอบกิจการไปรษณีย์ พ.ศ. … ผ่านการพิจารณาอย่างรวดเร็ว จะช่วยพลิกโฉมการแข่งขันในอุตสาหกรรมไปรษณีย์และโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการกำกับดูแลผู้ให้บริการเอกชนที่ปัจจุบันยังอยู่นอกกฎหมายเดิม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานใดรับหน้าที่กำกับดูแลหลัก แต่มีแนวโน้มว่าจะจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะตามตำแหน่ง แทนการจัดตั้งองค์กรอิสระแบบเดียวกับที่ใช้ในกิจการโทรคมนาคม

ไปรษณีย์ไทยไม่ต้องการแต้มต่อพิเศษจากรัฐ แต่ต้องการระบบการแข่งขันที่แฟร์เพลย์ เพื่อให้สามารถยืนอยู่ในตลาดได้โดยไม่ถูกกลืนหาย

นายดนันท์ เสริมว่า กฎหมายฉบับใหม่จึงถูกคาดหวังว่า จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม มีมาตรการป้องกันการตั้งค่าบริการในราคาต่ำกว่าทุนเพราะการดัมพ์ราคาคือการเล่นนอกเกม เป็นพฤติกรรมทำลายตลาดระยะยาว ที่อาจลากทั้งอุตสาหกรรมล้มไปพร้อมกัน

อีกทั้ง ไม่ใช่ปล่อยให้แพลตฟอร์มควบคุมทิศทางการขนส่งอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะในตลาดอีคอมเมิร์ซที่อัลกอริธึมของแพลตฟอร์มเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการขนส่งจากราคาที่ถูกที่สุด โดยไม่เปิดทางให้ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกบริการที่เชื่อถือได้และตรงกับความต้องการ

เขา เล่าว่า ขณะเดียวกัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซภาพรวมปัจจุบันโตแบบชะลอตัว และแพลตฟอร์มกลายเป็นตัวกลางควบคุมระบบการขนส่ง ทำให้ไปรษณีย์ไทยประสบความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของปริมาณวอลลุ่มที่ผันผวนสูง เช่น การที่แพลตฟอร์มสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งได้อัตโนมัติเมื่อเจอราคาถูกกว่า ส่งผลต่อคาปาซิตี้และต้นทุนคงที่ของบริษัท

ดังนั้น เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์ม ไปรษณีย์ไทยหันมาบริหารพอร์ตลูกค้าใหม่ เน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีความผันผวนต่ำ และเริ่มพัฒนาธุรกิจเฉพาะทาง"Specialized Logistics" โดยเฉพาะการส่งเวชภัณฑ์ทั้งของมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ที่ต้องการกระบวนการจัดการละเอียด เช่น การยืนยันตัวตนผู้รับยา การควบคุมอุณหภูมิ และการส่งตรงถึงบ้านภายในวันเดียวกัน

ไปรษณีย์ได้ตั้งยูนิตธุรกิจใหม่ “เฮลท์แคร์ โลจิสติกส์” รองรับบริการนี้ พร้อมมาตรฐาน GSP และ GDP รองรับการขนส่งเวชภัณฑ์แบบมืออาชีพ โดยเริ่มทดลองร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์อย่างจุฬาฯ และมองว่าตลาดนี้จะเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ยอมจ่ายเพื่อดูแลสัตว์เสมือนคนในครอบครัว ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่อยอดสู่การจัดส่งอาหารสัตว์และสินค้าที่เกี่ยวข้อง

แม้ปริมาณพัสดุจากกลุ่มนี้ยังไม่มากเท่าอีคอมเมิร์ซ แต่มีอัตราเติบโตสูง และมีความเสี่ยงต่ำ เพราะลูกค้ามาจากหลายแหล่ง ไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มเพียงไม่กี่ราย และยังสามารถสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังลงทุนเพิ่ม 1,000 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อวางระบบอัตโนมัติในศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ 19 แห่ง โดยเฉพาะศูนย์ราชบุรีที่ออกแบบให้รองรับการกระจายพัสดุภาคตะวันตกและภาคใต้โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ลดการแออัดในศูนย์กลาง และประหยัดต้นทุน ทั้งดำเนินการโหลดบาลานซ์และพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย ทำให้การคัดแยกพัสดุกว่า 240,000 ชิ้น/วัน มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไปรษณีย์ไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า เราไม่ตั้งเป้ากำไรสูงสุด แต่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ดูแลเศรษฐกิจฐานราก ไม่เป็นภาระรัฐ และเน้นการแข่งอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะในภาวะที่หลายแพลตฟอร์มใช้วิธีดัมพ์ราคา ส่งฟรี หรือจ่ายค่าขนส่งต่ำกว่าทุน เพื่อชิงวอลลุ่ม เมื่อแข่งขันไม่ได้ เอกชนรายเล็กทยอยตายจากตลาด เหลือผู้เล่นไม่กี่รายที่สามารถควบคุมราคาได้ในที่สุด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...