โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แม่ช็อกมือสั่น ก้อนๆ ปูดเต็มหัวลูกชาย หมอเฉลยคืออะไร ไม่ใช่เนื้องอก แต่ทุกบ้านควรระวัง!

sanook.com

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 00.03 น. • Sanook
หัวบวมเท่าลูกวอลนัท! เด็กชายกลับจากเล่นนอกบ้าน เจอสาเหตุสะพรึงที่พ่อแม่ควรรู้

แม่ตกใจ! ลูกชายกลับจากเล่นนอกบ้าน หัวบวมเป็นก้อนๆ เหมือนลูกวอลนัท หมอชี้สาเหตุไม่คาดคิด

ในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนชื้น เด็กๆ มักออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถควบคุมหรือสังเกตเห็นความผิดปกติได้ตลอดเวลา และนั่นอาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันได้ เช่นเดียวกับกรณีของคุณแม่รายหนึ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มเลี้ยงลูกบนโซเชียลมีเดีย เมื่อเธอพบลูกชายตัวน้อยกลับจากเล่นกับเพื่อน พร้อมอาการผิดปกติที่ทำให้เธอแทบช็อก หัวบวมเป็นก้อนๆ น่ากลัว

คุณแม่รายนี้เล่าว่า ลูกชายกลับบ้านมาพร้อมกับอาการคันศีรษะ และเมื่อเธอสังเกตดูใกล้ๆ ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าบริเวณท้ายทอยของลูกเต็มไปด้วยก้อนบวมขนาดใหญ่ ดูคล้ายผลวอลนัทจำนวนมาก เธอรีบถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เด็กกลับไม่รู้ และเพียงแค่บอกว่ารู้สึกคันเท่านั้น ด้วยความกังวลจึงรีบพาลูกไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด

ผลวินิจฉัยของแพทย์ทำให้คุณแม่ถึงกับอึ้ง เมื่อทราบว่าก้อนบวมเหล่านั้นสาเหตุไม่ใช่เนื้องอก และไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรงใดๆ แต่เกิดจากแมลงกัดต่อย! โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ยุงและแมลงต่างๆ แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เด็กที่ออกไปเล่นนอกบ้านโดยไม่มีการป้องกันจึงตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย และลูกชายของเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ทำไมยุงถึงชอบกัดเด็กมากกว่าผู้ใหญ่? ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ยุงมีแนวโน้มที่จะกัดเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่

1. กลิ่นจากเหงื่อและสารเคมีบนผิวเด็ก เด็กมีการเผาผลาญที่สูงและขับเหงื่อได้มาก ซึ่งในเหงื่อมีสาร trimethylamine ที่มีกลิ่นเฉพาะซึ่งดึงดูดยุงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อผสมกับกรดอะมิโนและกรดแลคติกในร่างกาย

2.ผิวเด็กบางและระบายเหงื่อเร็ว ผิวของเด็กมีรูขุมขนที่เปิดเร็วและบางกว่าผู้ใหญ่ ทำให้การปล่อยกลิ่นออกจากผิวเป็นไปได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเด็กมักไม่สามารถไล่หรือป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัดได้ทัน จึงตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย

แล้วหากเด็กถูกยุงกัด ควรดูแลอย่างไร? เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอาการไม่สบาย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ล้างทำความสะอาดบริเวณถูกกัด ใช้สบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ ล้างบริเวณที่ถูกกัดเพื่อช่วยลดอาการคันและป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนัง
  • บรรเทาอาการคัน ประคบเย็นหรือใช้ยาทา เช่น ครีมสมุนไพร น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันหอมระเหยเพื่อลดการอักเสบ
  • ใช้ยาแก้แพ้ หากมีอาการบวม ในกรณีที่เด็กมีอาการบวมมากหรือคันจนเกาจนถลอก อาจต้องใช้ยาต้านฮิสตามีน เช่น cetirizine หรือ loratadine แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

วิธีป้องกันแมลงกัดเด็กในฤดูร้อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ในอนาคต ผู้ปกครองควรใส่ใจเรื่องการป้องกันตั้งแต่ต้น เช่น

  • สวมเสื้อผ้ามิดชิดเมื่อพาเด็กออกไปข้างนอก

  • ใช้สเปรย์ไล่แมลงที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เช่น ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างน้ำมันสะระแหน่หรือน้ำมันส้ม

  • ตรวจสอบร่างกายเด็กเมื่อกลับบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่แมลงมักชอบกัด เช่น หนังศีรษะ ซอกคอ และขาหนีบ

  • ทำความสะอาดที่นอน เสื้อผ้า และของใช้เด็กเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของแมลง

  • เสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ

กรณีของคุณแม่รายนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ปกครองทุกคนว่า แม้แค่แมลงหรือ "ยุงกัด" ที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่อาจลุกลามจนต้องพาไปโรงพยาบาลได้ การระวังและป้องกันตั้งแต่ต้นคือวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยในช่วงหน้าร้อนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...