โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สวนนงนุชพัทยา โชว์ผลมะพร้าวทะเล 10 ลูก รอเกือบ 40 ปี ตกผลรวดเดียว

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.55 น.

สวนนงนุชพัทยา สร้างความสำเร็จระดับโลก เพาะพันธุ์มะพร้าวทะเล (Coco de Mer) นำมาจากเกาะเซเชลส์สู่พัทยา ใช้ระยะเวลา 4 ทศวรรษ ตกผลรวดเดียว ปลอก “มะพร้าวทะเล” หายาก 9 ลูก พบเมล็ดแฝดรวม 10 ลูก มูลค่านับล้านบาท สะท้อนภารกิจอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากของไทยสู่เวทีโลก

17 กรกฎาคม 2568 - นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำทีมผู้เชี่ยวชาญพันธุ์พืช ร่วมปลอกผล “มะพร้าวทะเล” (Coco de Mer) หรือมะพร้าแฝด หรือที่ชาวโลกขนานนามว่า มะพร้าวก้นสาว ซึ่งเป็นผลไม้หายากระดับโลก จำนวน 9 ลูก ปรากฏว่า 1 ในนั้นให้เมล็ดแฝดเป็น 10 ลูก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง โดยแต่ละลูกมีมูลค่าสูงถึง 200,000 บาทขึ้นไป ทำให้ผลมะพร้าวทะเลที่สุกตกจากต้นในคราวเดียวกันครั้งนี้ มีมูลค่านับล้านบาทเลยทีเดียว

นายกัมพลเผยว่า มะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด ถือเป็นพันธุ์มะพร้าวที่มีความพิเศษ มีเอกลักษณ์เด่นที่มีลักษณะคล้ายก้นสาว ถือเป็นพันธุ์ไม้หายาก จัดเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะเล็กๆ ในหมู่เกาะซีเซลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย ได้รับการบันทึกในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับ มะพร้าวทะเล 1 ต้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 3 ทศวรรษ (30 ปี) จึงจะออกลูก และใช้เวลา 5-7 ปี ผลถึงจะสุก ส่วนมะพร้าวทะเลที่ปอกให้ชมในวันนี้ ลูกที่น้ำหนักมากสุด 5.7ก.ก. สวนนงนุชพัทยา จะนำไปเพาะปลูกขยายพันธุ์ และใช้เป็นพันธุ์ไม้แลกเปลี่ยนจากทั่วโลก
สวนนงนุชพัทยา ในฐานะสวนพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติ ปัจจุบันได้รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกกว่า 18,000 ชนิด โดย “มะพร้าวทะเล” เป็นหนึ่งในพืชหายากที่ได้รับการดูแลและอนุรักษ์อย่างพิถีพิถัน ปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์มะพร้าวทะเลได้แล้ว 229 ต้น นับได้ว่ามีจำนวนมากที่สุดในโลก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่ยิ่งใหญ่ของวงการพฤกษศาสตร์ไทย ที่ก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างภาคภูมิ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...