เช็คลิสต์หุ้นเด่น ก.ค. จัดพอร์ตพิชิตกำไร
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 02.55 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways ถึง Sideways Up ในกรอบ 1,135-1,160 จุด โดยระยะสั้น ตลาดไม่ได้ตอบรับเชิงลบกับการประกาศอัตราภาษีที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากประเทศต่าง ๆ เพราะมองเป็นแทคติกในการต่อรอง ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติทยอยไหลเข้าไทยเป็นปัจจัยหนุน
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ GDP ไตรมาส 2/2568 ของจีน (ตลาดคาด +5.1% y-y) รวมถึงยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. หากดีกว่าคาดจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นเอเชีย ส่วนฝั่งสหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI (ตลาดคาด Headline +0.3% m-m, +2.7% y-y ส่วน Core +0.3% m-m, +3% y-y เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อน) หากออกมาสูงกว่าคาด จะทำให้ความกังวลเรื่องผลกระทบจากภาษีและโอกาสการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มขึ้น
ด้านปัจจัยในประเทศวันนี้ ติดตามครม.ไฟเขียวผู้ว่าธปท.คนใหม่ ซึ่งอาจทำให้ตลาดกลับคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตมากขึ้น เราประเมินภาพรวมทั้งการค้าระหว่างประเทศ ตลาดยังไม่ให้น้ำหนักกับภาษีทรัมป์นักจนกว่าจะใกล้ Deadline 1 ส.ค.
สถานการณ์การเมืองในประเทศที่นิ่งขึ้นชั่วคราว รวมถึงสถานะนักลงทุนต่างชาติที่เป็นบวก เปิดโอกาสให้ SET Index ไต่ระดับขึ้นได้ต่อเนื่องระยะสั้นสู่ระดับ 1,160-1,180 จุด ก่อนกลับมาโฟกัสผลกระทบทางเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือน ส.ค. หากไทยไม่สามารถปรับลดอัตราภาษีได้จาก 36% คาดจะส่งผลในระยะยาวต่อ GDP และ EPS
กลยุทธ์:
แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มส่งออกที่ปรับลงแรง ขณะเดียวกันกลุ่ม Domestic และ Defensive Play คาดว่าจะเคลื่อนไหวได้แข็งแรงกว่าตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 2Q25-2H25 แข็งแกร่ง
หุ้นเด่นเดือน ก.ค.: ITC, KCE, NEO, OSP, SCGP
FSSIA Portfolio: BA, CENTEL, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้: BDMS
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 31.50 บาท
คาดกำไรปกติ 2Q25 ที่ 3.4 พันล้านบาท ลดลง 22% q-q, เพิ่ม 2% y-y จากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ลดลง 16% q-q แต่เพิ่ม 6% y-y โดยเฉพาะจีนกับกัมพูชาที่ลดลง ขณะที่รายได้ผู้ป่วยคนไทยทรงตัว q-q และเพิ่ม 4% y-y ขณะที่ Margin คาดทรงตัว y-y
คาดกำไร 2Q25 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวใน 2H25 ตามปัจจัยฤดูกาล โดยเฉพาะรายได้ผู้ป่วยไทยที่จะเร่งขึ้นใน 3Q25
คาดกำไรปกติปี 2025-27 เติบโต 4%/7%/9% ตามลำดับ ราคาหุ้นเทรด PER ต่ำกว่า 20 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยยะ
แนวรับ 20-19.80 บาท แนวต้าน 21/21.60 บาท
Fund Flow:
วานนี้กระแสเงินทุนต่างชาติผสมผสาน สุทธิแล้วทรงตัว เม็ดเงินไหลเข้าเกาหลีใต้ แต่ไหลออกจากไต้หวันประเทศละ 160-163 ล้านดอลลาร์ ส่วนฝั่งอาเซียนเม็ดเงินไหลเข้าสูงสุดที่ไทย 42 ล้านดอลลาร์ แต่ไหลออกจากอินโดนีเซีย 70 ล้านดอลลาร์ แนวโน้มกระแสเงินทุนคาดว่ายังคงทรงตัว รอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีนและสหรัฐฯ วันนี้
ประเด็นสำคัญวันนี้:
TISCO ประกาศงบวันนี้ คาดมีกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 1.58 พันล้านบาท ลดลง 4% q-q, ลด 9% y-y และกำไร 1H25 จะคิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปี สำหรับกลุ่มธนาคาร คาดกำไรสุทธิรวม 7 ธนาคาร 2Q25 อยู่ที่ 5.29 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% q-q, ลด 1% y-y
กำไรที่ลดลง q-q มาจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง โดยเฉพาะกำไรจากการลงทุน ขณะที่ลดลงเล็กน้อย y-y มาจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่หดตัวและสินเชื่อที่ลดลง ซึ่งอาจชดเชยได้บางส่วนจากต้นทุนความเสี่ยงสินเชื่อที่ปรับตัวขึ้น y-y ส่วน NPL จะสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.70% ใน 2Q25 จาก 3.68% ใน 1Q25
คาดว่า SCB จะรายงานผลประกอบการ 2Q25 ที่ดี เราให้น้ำหนักลงทุนเป็น Neutral สำหรับกลุ่มธนาคาร
Top picks คือ KBANK ราคาเป้าหมาย 186 บาท และ KTB ราคาเป้าหมาย 25.80 บาท
BTG คาดกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 2.53 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% q-q และ 303% y-y ทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนจากราคาหมูไทยและกัมพูชาที่ปรับขึ้น ส่งผลให้รายได้เติบโต 4% q-q และ 16% y-y
คาดอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 ไตรมาสที่ 19.8% จากทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงต่อเนื่อง
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2025 จาก 4 พันล้านบาท เป็น 7.6 พันล้านบาท กำไร 1H25 คิดเป็น 58% ของประมาณการทั้งปี
อย่างไรก็ตาม คาดกำไร 2Q25 จะเป็นจุดพีคสุดของปี และคาด 3Q25 จะปรับลง q-q จากราคาหมูไทยที่ลดลง
มุมมองระมัดระวังต่อราคาเนื้อสัตว์ในช่วง 2H25 มากขึ้น เนื่องจากความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ
ปรับราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 27 บาท
แม้ราคาหุ้นจะปรับลงจนเทรด PE เพียง 7.9 เท่า แต่ระยะสั้นไม่มี catalyst และราคาเนื้อสัตว์เริ่มปรับลง รวมถึงมีความเสี่ยงหากไทยต้องนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ เพื่อเจรจาทางการค้า ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”