Nvidia ซัดสหรัฐ ทำส่วนแบ่งตลาดในจีนเหลือ 50% จากข้อจำกัดด้านชิปตั้งแต่สมัยรัฐบาลไบเดนสืบต่อมาถึงยุคทรัมป์ ชี้ทำแบบนี้ธุรกิจอเมริกันเสียหาย แถมเร่งให้จีนพัฒนาชิปเองด้วย
เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia วิจารณ์มาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ของสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (21 พ.ค.) โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวเป็น “ความล้มเหลว” ที่ทำให้บริษัทอเมริกันสูญเสียรายได้หลายพันล้านดอลลาร์
คำกล่าวของหวงมุ่งเป้าไปที่กฎ AI Diffusion Rule ในยุคประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งแบ่งโลกออกเป็นสามระดับ และปิดกั้นการส่งออกชิป AI ไปยังจีนโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมปรับเปลี่ยนข้อบังคับเหล่านี้ โดยหวงชี้ให้เห็นว่า “สมมติฐานพื้นฐานที่ใช้กำหนดกฎนี้แต่แรกได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นข้อผิดพลาดสำคัญ”
นอกจากนี้ จีนเป็นศูนย์กลางของนักวิจัยด้าน AI กว่าครึ่งทั่วโลก และจากข้อจำกัดของสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศมากขึ้น หวงระบุว่าการแข่งขันในตลาดจีน “ดุเดือด” โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนต่างพยายามผลักดันให้ Nvidia ลดบทบาทในตลาดหรือถอนตัวโดยสมบูรณ์
มาตรการแบนของสหรัฐฯ ทำให้บริษัทจีนหันไปพึ่งพาผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ เช่น Huawei รวมถึงผลักดันให้รัฐบาลจีนเร่งลงทุนสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติ หวงระบุว่าการควบคุมดังกล่าวไม่ได้หยุดการพัฒนา AI แต่กลับกระตุ้นให้จีนทุ่มทุนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง
ภายในงาน Computex ที่ไทเป หวงกล่าวสนับสนุนแนวทางของทรัมป์ที่เตรียมยกเลิกข้อจำกัดเดิม โดยระบุว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าใจว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ให้บริการเทคโนโลยี AI เพียงรายเดียวในโลก” พร้อมชี้ว่าภายใต้ยุครัฐบาลไบเดน ส่วนแบ่งตลาดของ Nvidia ในจีนลดลงจาก 95% เหลือ 50%
ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณายกเลิกแนวทางแบ่งระดับ และแทนที่ด้วยระบบใบอนุญาตระดับโลกที่อิงข้อตกลงระหว่างรัฐบาล ซึ่งอาจช่วยให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการเจรจาการค้า
หวงประเมินว่าตลาด AI ในจีนปีหน้าอาจมีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ (1.63 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบริษัท ขณะเดียวกัน Nvidia ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ โดยในงาน Computex บริษัทได้เปิดตัวเทคโนโลยีและบริการใหม่ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 130,500 ล้านดอลลาร์ (4.25 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม Nvidia ต้องเผชิญกับผลกระทบจากมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ โดยต้องรับภาระค่าใช้จ่าย 5,500 ล้านดอลลาร์ หลังรัฐบาลทรัมป์จำกัดการส่งออกชิป H20 ไปยังจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักของบริษัท หวงประเมินว่าผลกระทบจากการแบนชิป H20 อาจสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ (4.89 แสนล้านบาท)
(1 ดอลลาร์ = 32.63 บาท)
ที่มา: รอยเตอร์