มาตรการไทยกระแทกจุดอ่อนกัมพูชา ชี้ "ฮุน เซน" โพสต์เฟซฯ ปั่นความขัดแย้ง
ความเคลื่อนไหวกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเป็นที่จับตาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 23 มิ.ย. รัฐบาลไทยปรับท่าทีแข็งกร้าว มุ่งเป้ามาตรการชายแดน โดยเฉพาะการกดดันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของกัมพูชา
บางฝ่ายแสดงความเห็นว่า รัฐบาลเดินเกมถูกทางแล้ว เพราะจะทำให้ฝั่งกัมพูชาได้รับแรงกดดันและได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่บางฝ่ายมองว่า ถ้าหากเกมนี้ลากยาวไปเรื่อย ๆ “ไทย” หรือ “กัมพูชา” จะเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่ากัน?
รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง และ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล นักวิเคราะห์การเมือง-เศรษฐกิจ ร่วมพูดคุยกับ PPTV HD36 เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในรายการคุยข้ามช็อต Exclusaive Talk
มาตรการไทยกระแทกจุดอ่อนเขมร “กัมพูชาถอนกำลัง” คือสิ่งที่ไทยต้องการที่สุด
รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า ต้องแบ่งเป็น 2 ประเด็น เรื่องท่าทีกับเรื่องมาตรการ เรื่องท่าทีส่วนตัวมองว่าดีขึ้น เป็นไปตามที่คนไทยต้องการ ปรับให้หนักแน่นขึ้น เรากำลังบริหารความเจ็บปวดให้กัมพูชา เพราะอาจเลยเถิดและต้องกลับไปคุยกันอีก รวมถึงต้องดูว่ากระทบชาวบ้านหรือไม่ ถ้ากระทบก็หาแผนรองรับ
ในช่วงนี้ตนมองว่า มาตรการ คือเรื่องสำคัญค่อนข้างมาก แม้กล่องดวงใจของกัมพูชาคือเงิน แต่นอกเหนือจากเงิน มีเรื่องของตระกูลฮุน มรดกด้านการเมืองการปกครองที่เขาต้องการต่อยอด
ส่วนการตั้งเป้าเรื่องขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 3 ปีจากนี้อาจเอาลงไม่หมด แต่ก็ถือว่าถูกเป้าแล้ว
รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า ณ ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือ ต้องการให้กัมพูชาถอนกำลัง หันปากกระบอกปืนไปทางอื่น เพื่อส่งสัญญาณเป็นมิตร กลับมาสู่โต๊ะเจรจา เราจะได้เปรียบ ซึ่งเขารู้อยู่แล้ว เลยไม่มา
ส่วนสิ่งที่นายกฯ กัมพูชา ฮุน มาเนต เจ็บปวดที่สุดคือ เสียหน้า ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สุดของกัมพูชา สองคือเรื่องเศรษฐกิจ ในระยะสั้นคนกัมพูชาอาจแปรปรวนเรื่องหาสินค้า แต่ระยะกลาง-ยาว เป็นไปได้ว่าจะเสียหายเยอะ
ด้าน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ มองว่า การปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภารกิจซึ่งวางไว้เพื่อให้วิ่งทะลุชนได้มากที่สุด และเป็นสิ่งที่สมควรทำ แต่คงไม่สามารถวิ่งทะลุได้ในระยะสั้น แต่การสร้างความเจ็บปวดในประเด็นที่ทำให้คนไทยไม่สามารถเดินทางไปได้ด้วยการปิดด่าน จะทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยว และคนที่ไปเล่นบ่อนการพนันในกัมพูชา ลดลง
หากดูตัวเลขรายได้ที่กัมพูชาพึ่งพาอาศัยจากการเดินทางข้ามพรมแดน รวมอยู่ประมาณ 30% ของเงินทั้งหมด ถ้าเดินทางเข้าไปไม่ได้ รายได้ก็จะลดลง ซึ่งก็ถือว่าเจ็บปวด แต่ไม่แน่ใจว่าสะเทือนขนหน้าแข้งของฮุน เซน เพราะจะเป็นความเจ็บปวดสำหรับผู้ประกอบการ
ม.ล.ณัฏฐกรณ์ มองว่า หากเป็นมาตรการแค่ไม่กี่สัปดาห์ น่าจะยังไม่ระคายเคือง รวมถึงมาตรการในการปิดด่าน ก็จะเห็นการนำสินค้าไทยเข้ากัมพูชาเข้าช่องทางอื่น แปลว่าสินค้าไทยก็อาจเข้าไปกัมพูชาได้อยู่ดี แปลว่าอาจไม่ได้รับความเจ็บปวดระยะยาวเท่าที่ควรจะเป็น
รัฐต้องสื่อสารถึงชาวกัมพูชา ไทยไม่อยากทำลายเศรษฐกิจประเทศ เตือนอย่าผลักเป็นศัตรู
ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า นโยบาย “ฮุน เซน” สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวกัมพูชา เพราะกัมพูชานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากไทยเป็นอันดับ 1 ทั้งหมด 50% ซึ่งจะให้เขาหามาทดแทนส่วนนี้ที่หายไปทันทีนั้นเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องใช้น้ำมันของไทยต่อ รวมถึงปลากระป๋อง และอื่น ๆ ก็ต้องหาสิ่งที่มาทดแทน
ตนหวังว่า ตามหลักมนุษยธรรมแล้ว นโยบายฮุน เซน จะไม่ทำให้ชาวกัมพูชาเดือดร้อนเกินไป แม้อย่างน้อยอาจจะปลุกได้บ้าง
ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการสื่อสารถึงประชาชนชาวกัมพูชา ต้องพยายามสื่อสารว่าเป้าหมายในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ที่ไทยทำอยู่ ไม่ได้ต้องการให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและรายได้ของชาวกัมพูชา รวมทั้งการปรับเวลาเปิด-ปิดด่านชั่วคราว ซึ่งอีกสักพักต้องหาแนวทางการรับรองให้แรงงานกัมพูชาสามารถทำงานได้
ม.ล.ณัฏฐกรณ์ มองว่า โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือรับมือกัมพูชาอย่างเข้มข้น เพื่อให้ ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต ค่อย ๆ ถอนกำลังที่จะพยายามเสริมเข้ามา และสื่อว่าเราไม่ได้อยากทำลายเศรษฐกิจของกัมพูชา แต่อยากให้ซื้อน้ำมันต่อไปในระยะยาว แต่ ณ เวลานี้ ชาวกัมพูชามีผู้นำซึ่งไม่ต้องการซื้อของจากไทย ซึ่งไม่ใช่ความผิดของชาวกัมพูชา สิ่งนี้อาจพูดง่ายแต่ทำยาก
ทั้งหมดนี้ตนมองว่ามีไทม์ไลน์ที่รัฐบาลน่าจะคิดอยู่ว่ามีความเป็นไปได้ 5-6 เดือน ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจจะฝืดเคืองบริเวณชายแดน
ด้าน รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า ซึ่งขณะนี้เราต้องอย่าให้ชาวกัมพูชามาเป็นศัตรูกับชาวไทย ซึ่งไม่ง่าย เราต้องผ่อนผันบางช่อง ให้เขามีช่องทางหายใจ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะปิดช่องให้เขาหายใจไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องทำให้เขาอึดอัด ส่งสัญญาณว่าเราเอาจริง
ขณะนี้ ฝั่งกัมพูชา มองว่า ไทยไม่หนักแน่น เพราะทำโดยหลาน แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ทำ ต้องออกมาเปิดเผยมากขึ้นว่า ปลายทางจริง ๆ คือ ต้องการให้กัมพูชากลับมาคุยกับเราบนโต๊ะเจรจา กลางทางหรือต้นทาง ก็ให้มาคุยเรื่องถอนกำลังกัน ให้ออกมาเปิดเผยมากขึ้น
ภูมิธรรม อ้าง “สมช.” ส่งสัญญาณ รัฐบาล-ทหาร เดินพร้อมกัน “ฮุน เซน” หวังเสี้ยมไทยให้แตกคอ
รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า จุดสังเกตที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมาพูดถึงกรณีพิพาทดังกล่าวนั้น คือ การอ้าง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) บ่อย เพราะเป็นการแสดงออกว่า ที่ทหารปิดด่านนั้นไม่ใช่ทหารทำเอง แต่ได้รับอาณัติมาจาก สมช. ซึ่งมี รมว.พาณิชย์อยู่ด้วย
เพราะที่ประชุม สมช. จะมีข้อมูลของศุลกากร ของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อมีข้อมูลแล้วทหารก็จะนำมาประกอบว่าจุดไหนเหมาะไม่เหมาะดำเนินการอย่างไร ถ้าผิดพลาด กรรมการ 9-10 คนนี้ต้องรับผิดชอบ
ด้าน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ฮุน เซน ฮุน มาเนต พยายามเสี้ยมว่าทหารปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ฟังคำสั่งรัฐบาล รวมถึงมีทัศนคติของพลเมืองชาวไทยจำนวนหนึ่งที่อยู่ฝั่ง “ประชาธิปไตย” ที่หวาดระแวงทหาร ว่าเตรียมจะรัฐประหารตลอดเวลา ซึ่งความหวาดระแวงที่มีอยู่ ทำให้ทั้งคู่นำเรื่องนี้มาเสี้ยม ให้คนไทยบนโซเชียลเชื่อว่าทหารทำเองเยอะ
แต่ที่จริงแล้ว สมช. ประชุมแล้ว และนายกฯ อนุญาตให้ทั้งหมดเกิดขึ้น ไม่ใช่ทหารทำแล้วนายกฯ ออกมาโวยวาย นั่นคือสิ่งที่ฮุน เซน ต้องการให้คนเชื่อ โดยเสี้ยมให้คนไทยทะเลาะกันและเสี้ยมให้ดูเหมือนว่าทหารกับนายกฯ ทะเลาะกัน แต่ ณ เวลานี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
“ฮุน เซน” เล่นเฟซฯ เขย่าความมั่นคงไทย ผิดมารยาท-ข้อตกลงระหว่างประเทศ
กรณีที่ ฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า และข้าพเจ้ารู้ล่วงหน้าว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ข้าพเจ้าจะไม่พูด ดังนั้นขอให้ทราบไว้ นั้น รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า พูดเหมือนกูรูการเมืองไทย ต้องบอกว่ารู้อยู่แล้ว แล้วค่อยมาแก้ข่าวว่าที่โพสต์ไปเป็นคนที่โกรธไทย ไม่ใช่ตนเอง หากผิดคน และแสดงออกว่าเขาติดตามการเมืองไทยใกล้ชิด
การกระทำดังกล่าวนั้นนอกจากจะผิดมารยาทแล้ว ยังเป็นการผิดกฎหมาย บั่นทอนความมั่นคงของไทย ต้องนำเรื่องนี้เป็นประเด็นกดดันกัมพูชาว่าผู้นำเขาทำผิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศ ผ่านการแทรกแซงกิจการภายในของไทย รวมถึงผิดกฎหมายไซเบอร์ที่ไทยมีการแจ้งความไปแล้ว
ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า ฮุน เซน เหมือนอิฟลูเอนเซอร์ เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร แต่เหมือนเป็นการเอาเยี่ยงอย่างจาก ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ใช้โซเชียลในการด้อยค่า เยาะเย้ย คุกคามการเมืองประเทศอื่น ซึ่งนอกจากทรัมป์แล้วก็มี ฮุน เซน ที่ทำแล้วมีชื่อเสียง
การใช้โซเชียลเพื่อมาเยาะเย้ยการเมืองประเทศอื่น ต้องประณาม เพราะไม่สมควร ผิดมารยาท นอกเหนือจากความไม่เหมาะสมแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าเขาแค่ดูข่าวการเมืองไทยเยอะเหมือนกับเรา และโพสต์เพื่อเขย่าความมั่นอกมั่นใจของนายกฯ แพทองธาร ซึ่งดูเหมือนว่าเริ่มมีกลับมา เพื่อเป็นบทเรียนบอกหลานว่า แบบนี้ทำไม่ได้ ไปเปิดด่านเสีย หากไม่เปิดด่านตามคำสั่งลุงจะเขย่าแบบนี้
สิ่งนี้ไม่ใช่ความสุข แต่เป็นสิ่งที่สื่อไทยต้องตื่นขึ้นมาเช็กโพสต์ ฮุน เซน ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นความปกติใหม่ไปสักพัก
ไทย ต้องเดินหน้าเปิดโปง สุดท้ายใครจะยืนระยะนานกว่ากัน
รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวว่า เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี ไม่ให้มีการฟ้องร้องกันอีก ก็คงมีความจำเป็นต้องเดินหน้าเปิดโปงออกไปอีกระดับหนึ่ง แต่ถึงไหนนั้นไม่ทราบ
อย่างไรก็ตาม อาจมีอีกหลายเรื่องที่ทางกัมพูชาอาจเปิดเผย และเสียหาย เขื่อว่ามีอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องนักการเมืองต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นข้อกล่าวหาหรือเป็นข้อเท็จจริงก็ได้
การที่เราโต้ตอบกันไปกันมาทั้งสองฝ่ายนั้นสุดท้ายก็จะเจ็บตัวเหมือนกัน แต่ใครจะเจ็บน้อยกว่า ยืนระยะได้นานกว่า ซึ่งการยืนระยะของเราต้องยืนด้วยความโปร่งใส มีเอกภาพกว่ากัมพูชา จะเหมือนกัมพูชาไม่ได้ และต้องมีการดำเนินการเชิงรุกหลายรูปแบบที่เรายังไม่เคยทำ แต่ตรงนี้จะยากที่สุด เพราะเรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงต่างประเทศ ย้ำไทยไม่ได้ปิดด่าน ยังไม่ห้ามส่งออกน้ำมัน ขอโซเชียลอย่ายั่วยุ
“ฮุน เซน” ลั่น ไทยมีนายกฯ ใหม่ใน 3 เดือน เผยรู้ด้วยจะเป็นใครแต่ขออุบไว้ก่อน
โฆษกรัฐบาลกัมพูชาชี้ ไทยเจอทางตัน ไปข้างหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาตรการไทยกระแทกจุดอ่อนกัมพูชา ชี้ "ฮุน เซน" โพสต์เฟซฯ ปั่นความขัดแย้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com