โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"โรม" เตือนอย่าประมาทเขมรยื่นศาลโลก ไม่รู้ถกJBCจบอย่างไร แนะเพิ่มมิติปราบแก๊งคอลฯเพื่อแต้มต่อ

Manager Online

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 08.29 น. • MGR Online

"รังสิมันต์" เตือนไทยอย่าประมาทปมเขมรยื่นศาลโลกเพราะมีการเตรียมตัวมานาน เล็งเชิญ 'กต.' มาชี้แจง กมธ.มั่นคงฯ รับไม่รู้ถก JBC จบอย่างไร ยืนยัน 2 ฝ่ายควรใช้กลไกทวิภาคี แนะรัฐบาลเพิ่มมิติการปราบแก๊งคอลฯ เพิ่มแต้มต่อให้ฝ่ายไทย

วันนี้ (12มิ.ย.) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป แถลงภายหลังการประชุม ว่า เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกันถึงการเตรียมความพร้อมต่างๆในทุกมิติ รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ในหลายทาง ซึ่งทางกมธ.เห็นพ้องต้องกันใน ยุทธศาสตร์และการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคอลเซ็นเตอร์ ที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ทางกมธ.ได้ให้คำแนะนำกับทางรัฐมนตรีว่า รัฐบาลสมควรที่จะเพิ่มมิติที่เกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาของฝั่งไทย อีกส่วนหนึ่งถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญในอุตสาหกรรมที่มีผลต่อเศรษฐกิจของกัมพูชา อีกทั้งเป็นการสร้างแต้มต่อที่สำคัญให้ฝั่งไทย

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องศาลโลก แน่นอนว่ากัมพูชาพยายามยกระดับความขัดแย้งไปสู่การใช้กลไกศาลโลกแน่นอน ทางกมธ.ได้เสนอแนะว่ามีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ ไม่สามารถประมาทได้ หลังจากมีประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารเราเองก็ได้มีการถอนตัวในเรื่องนี้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะวางใจได้ เราทราบว่ากัมพูชามีการเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลานานแล้วในเรื่องของการเตรียมการขึ้นสู่ศาลโลก ทางประเทศไทยต้องเตรียมทั้งนักกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญไปจนถึง กลไกที่อาจจะจำเป็นต้องใช้ เราเชื่อว่าทางฝ่ายกัมพูชาจะเอาทุกกระบวนการไปใช้ประโยชน์เพื่อเรื่องศาลโลกอย่างแน่นอน ไทยต้องมีการเตรียมทั้งตั้งรับและเชิงรุก

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือหลุมหลบภัย หรือบังเกอร์ต้องยอมรับว่ากัมพูชา มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก ส่งผลให้มี ศักยภาพในยิงระยะไกลกว่าเดิม แม้เราจะมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย แต่การเตรียมการของประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญ ทางกมธ.ได้ให้คำแนะนำว่า นายกรัฐมนตรีมีงบกลางในการที่จะดำเนินการในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ในการที่จะต้องเร่งสร้างหลุมหลบภัยให้เพียงพอกับความต้องการ และก็ให้สามารถที่จะตอบโจทย์กับสถานการณ์ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

“เราไม่รู้ว่าวันที่ 14 มิ.ย. จะจบอย่างไร แต่สิ่งที่เราเริ่มเตรียมการได้คือการทำให้คนไทยปลอดภัยที่สุด จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของหลุมหลบภัย โดยนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการในเรื่องนี้“

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ว่าการประชุม JBC จะถูกเลื่อนหรือยกเลิกหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ทางกัมพูชาจะไม่เอาเรื่องที่มีความขัดแย้ง เช่นปราสาททั้ง 3 และอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาพยายามบอกว่า เป็นพื้นที่ของเขา เช่น บริเวณช่องบก มาพูดคุย ตามที่กัมพูชายืนยัน แต่ทางเรา ตนคิดว่า อย่างไรเราก็ต้องคุย ไม่เช่นนั้น ก็จะหาทางออกไม่ได้ และต้องยืนยันด้วยว่า ถ้าเราดูจากเอ็มโอยู 43 ก็มีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ โดยเราต้องใช้กลไกทวิภาคีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจะเป็นผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่แค่ฝ่ายไทยเท่านั้น เพราะคือเครื่องมือ ที่จะลดความขัดแย้งได้จริง ส่วนการไปสู่ศาลโลก หรือกรณีใดก็แล้วแต่นั้น สุดท้ายเรามีบทเรียนแล้ว ในเรื่องของปราสาทเขาพระวิหารว่า ไม่ได้จบจริง มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งขยายตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงต้องใช้กลไกทวิภาคี

อีกทั้ง เราควรที่จะมองหาในเรื่องการร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ หากทางกัมพูชาไม่ใช้กลไกทวิภาคี ก็จะทำให้สุดท้ายแล้วเขาจะยังตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ โดยเฉพาะในเรื่องมิติเศรษฐกิจ เพราะเราต้องไม่ลืมว่า กลไกเรื่องคอลเซ็นเตอร์สร้างความเสียหายให้กับผู้คนทั่วโลกจริงๆ กัมพูชาปล่อยให้มีการตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะปฏิเสธการไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เพราะแม้ในวันที่ตั้งอาจจะไม่รู้ แต่เมื่อตอนนี้รู้แล้ว และก็มีหลายจุด จะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

“มีหลายมิติที่ประเทศไทยสามารถหยิบยกไปพูดคุย ไม่จำเป็นต้องพูดแค่เฉพาะ ในเรื่องของ 3 ปราสาทกับ 1 พื้นที่ซับซ้อนเท่านั้น ยังมีอีกหลายจุด เพื่อนำไปสู่การทำให้ ไม่มีโอกาสที่จะเกิดการขัดกันทางอาวุธ หรือลดโอกาสที่จะเกิดการขัดกันทางอาวุธออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำ ”

นายรังสิมันต์กล่าวว่าที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากัมพูชามีการเสริมกำลังค่อนข้างมาก แต่ก็ชื่นชมทีมเจรจาจนกัมพูชายอมถอย โดยเฉพาะ พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 และเป็นส่วนสำคัญในการพูดคุย เพื่อทำให้บรรยากาศที่ร้อนแรงลดลงไป แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีงานที่เราต้องทำอีกเยอะ ในการที่จะลดความร้อนแรง ไม่ใช่แค่ลดเรื่องเงื่อนไขทางทหาร เพราะไม่ใช่ทุกอย่าง อาจจะเป็นหนึ่งในกลไกที่กัมพูชามองว่า มีส่วนที่เขาอาจจะได้เปรียบบางอย่างที่ไม่ใช่การแพ้ชนะ แต่รวมไปถึงการใช้กลไกอย่างศาลด้วย ที่กัมพูชาต้องการที่จะยกระดับไปสู่ศาลโลก เพราะเขาคิดว่าสามารถใช้กลไกนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องทำคือการพูดคุยระดับทวิภาคี ต้องมีการวางไพ่ในแต่ละใบ วันนี้เราก็คงต้องช่วยกันสนับสนุน โดยเฉพาะการทำงานของผู้ปฏิบัติหน้างาน รวมถึงฝ่ายนโยบาย ที่จะทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้ให้ได้

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ทางกมธ. จะมีการหารือเพื่อเตรียมการ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศาลโลก รวมถึงจะมีการติดตามเรื่องคอลเซ็นเตอร์ และจะเชิญทั้งกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...