โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบพนักงานธนาคารดังร่วมมือแก๊งคอลเซนเตอร์ ปลอมเอกสารเปิดบัญชี ก่อนกดเงินกลับจีน

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 09.55 น. • Bright TV

พนักงานธนาคารดังมีเอี่ยว ตำรวจขยายผลแก๊งคอลเซนเตอร์จีน พบว่าการเปิดบัญชีธนาคารของกลุ่มชาวจีนในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีกลุ่มเอเจนซีและกลุ่มพนักงานธนาคารเกี่ยวข้องกับกลุ่มคอลเซนเตอร์ ตำรวจภูธรภาค 2 จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับรวม 5 คน คือ ผู้จัดการธนาคาร 1 คน, พนักงานธนาคาร 2 คนและล่ามแปลภาษา 2 คน

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร. แถลงข่าวว่า ลักษณะความผิดของเจ้าหน้าที่ธนาคาร คือ การปลอมเอกสารการเปิดบัญชีขึ้นมาให้กับผู้ต้องหาชาวจีนและเอกสารการประกอบธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา

สำหรับการขยายผลทั้ง 15 บัญชี พบความเชื่อมโยงนำไปหลอกลวงผู้เสียหาย และมีการดำเนินคดีแล้วกว่า 106 คดี นอกจากนี้ยังพบบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องและนำไปหลอกลวงอีก 462 บัญชี ซึ่งจากการตรวจสอบพบบัญชีที่มีการแจ้งความแล้ว 2,084 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท

พล.ต.อ. ธัชชัย ระบุว่า จากมาตรการเข้มงวดในการเปิดบัญชีม้าและการซีลชายแดน ทำให้แก๊งคนร้ายต่างชาติเริ่มปรับกลยุทธ์ โดยหันมาเปิดบัญชีม้าด้วยตนเองโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นจะทำการถอนเงินสดจากตู้ ATM เพื่อนำเงินที่หลอกได้กลับประเทศตนเอง และพบว่ามีเจ้าหน้าที่ธนาคารบางกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการทำเอกสารเท็จให้กับกลุ่มคนร้ายเหล่านี้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ศปอส.บช.น. ได้ขยายผลการสืบสวนกลุ่มคนร้ายสัญชาติจีนที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนจะตระเวนกดเงินสดและถอนเงินจำนวนมากที่เคาน์เตอร์ธนาคารอย่างรวดเร็ว หลังเปิดบัญชีได้เพียง 1-2 วันก็จะเดินทางออกนอกประเทศทันที จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีเงินถูกถอนไปแล้วกว่า 91 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าชาวจีนทั้ง 15 ราย ที่เปิดบัญชีธนาคารนั้น มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนในประเทศไทยคอยอำนวยความสะดวก ทั้งจัดหาซิมโทรศัพท์และเปิดบัญชีธนาคาร โดยมีเงินโอนเข้าบัญชีทั้ง 15 บัญชี รวมกว่า 118 ล้านบาท จากการตรวจสอบระบบแจ้งความออนไลน์ พบว่าบัญชีธนาคารของชาวจีนทั้ง 15 ราย มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 106 คดี และพบอีก 462 บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง ซึ่งมียอดแจ้งความรวมกว่า 2,084 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.2 พันล้านบาท

วันที่ 24 เมษายน เจ้าหน้าที่ ศปอส.บช.น. ได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่จัดการและอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนร้ายชาวจีนรวม 5 ราย ได้แก่

  • หยาง และ เซี่ย: ผู้ต้องหาชาวจีน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ อั้งยี่ และฟอกเงิน เกี่ยวข้องกับการจัดหาบัญชีม้า
  • ฮาง และ หวู: ผู้ต้องหาชาวจีน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ และเป็นธุระจัดหาบัญชี เกี่ยวข้องกับการควบคุมการถอนเงิน

ขณะเดียวกัน การขยายผลยังพบว่าที่ธนาคารแห่งหนึ่งในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีกลุ่มเอเจนซีและพนักงานธนาคารเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ ศปอส.ภ.2 จึงขออนุมัติหมายจับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย คือ

  • สิริลักษณ์, ชุติมา, และ ทรงพล: เจ้าหน้าที่ธนาคาร ในข้อหาเป็นธุระจัดหาบัญชี และร่วมกันสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน
  • มนธิดา และ ณรงค์ฤทธิ์: ล่าม ในข้อหาเป็นธุระจัดหาบัญชี

พล.ต.อ. ธัชชัย ย้ำว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังปรับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ธนาคารบางกลุ่ม ศปอส.ตร. จะเดินหน้าขยายผลจับกุม ยึดทรัพย์ และดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อวางมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในอนาคต

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยระบบการเปิดบัญชีธนาคาร จเรตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า สถาบันการเงินอาจมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้ชาวต่างชาติที่ถือวีซานักท่องเที่ยวสามารถเบิกถอนเงินได้ง่าย โดยอาจต้องเพิ่มมาตรการเรื่องการยืนยันเอกสารหลักฐานให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัย ซึ่งตำรวจจะเร่งขยายผลสืบสอนปราบปรามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากกลุ่มคอลเซนเตอร์ยังอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านและก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายคนไทยจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...