โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แพลตฟอร์มทำงานดิจิทัลบนคลาวด์ Kintone เดินหน้าขยายตลาดไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.51 น.

คินโทน (Kintone) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการทำงานดิจิทัลบนคลาวด์ (digital workplace platform) ชั้นนำ ประกาศความสำเร็จในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ด้วยอัตราการเติบโตของผู้ใช้ใหม่ที่มากขึ้นถึง 300% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 เผยปัจจัยการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เป็นผลมาจากโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งของไทย รวมถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นในการเป็นศูนย์กลางด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลหรือ Digital Transformation ในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ คินโทนยังมีแผนสร้างความร่วมมือเพิ่มเติมกับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยคินโทนได้เปิดตัวเว็บไซต์เวอร์ชันภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ปรับให้เข้ากับผู้ใช้งานในประเทศโดยเฉพาะ และตอบโจทย์เป้าหมายด้านการเสริมสร้างความไว้วางใจ รวมถึงเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานในไทยเข้าถึงบริการได้ดีขึ้น

นายน้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Kintone (Thailand) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยมีความโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียนด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกได้เพิ่มการลงทุนในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย ทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร แพลตฟอร์มคลาวด์อย่างคินโทนจึงกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับธุรกิจที่ต้องการยกระดับระบบไอทีภายในองค์กรเหล่านี้ บริษัทภูมิใจที่โซลูชันของคินโทนได้ช่วยให้หลายองค์กรเปลี่ยนผ่านจากระบบดั้งเดิม เช่น การใช้กระดาษและแผ่นตารางทำการหรือสเปรดชีต มาสู่กระบวนการทำงานดิจิทัลที่ชาญฉลาดและคล่องตัวยิ่งขึ้น

แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ซึ่งคินโทนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำ เช่น บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน), บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) องค์กรเหล่านี้ได้เปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิมมาสู่ระบบดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการยกระดับในวิธีการบริหารจัดการการดำเนินงานของหลายองค์กรทั่วไทย

นายน้ำยา กล่าวเสริมว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของKintone ประเทศไทย สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งของตลาด เป้าหมายของบริษัทคือการนำ Kintone เข้าสู่องค์กรอย่างน้อย 500 แห่งในประเทศไทยภายในปีหน้า และ 1,000 แห่งในปี 2573 สิ่งที่ทำให้คินโทนแตกต่างคือความสามารถในการช่วยให้ผู้ใช้สร้างแอปพลิเคชันเวิร์กโฟลว์แบบกำหนดเองได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ด บริษัทมองเห็นความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยที่มองหาเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและยืดหยุ่นเพื่อจัดการกระบวนการทำงานในหน่วยงาน และคินโทนตอบโจทย์นั้นได้

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อลูกค้าในประเทศ คินโทนได้พัฒนาการรองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบทั่วทั้งแพลตฟอร์ม ความพยายามในการปรับให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น (Localization) นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการยอมรับจากผู้ใช้งาน ขณะเดียวกัน ฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM), เครื่องมือบริหารจัดการโครงการ (Project Management) และระบบที่สำคัญอย่างใบขอซื้อ (PR) และใบสั่งซื้อ (PO) ล้วนพร้อมให้บริการในภาษาไทยแล้ว การรองรับภาษาไทยช่วยลดอุปสรรคและสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในระยะแรก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...