‘ท้าต่อยทอม’ ไม่ใช่บทพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย แต่คือเหตุการใช้ความรุนแรงที่ยอมรับไม่ได้ และปัญหาอคติทางเพศที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติ
“ทอมสุดงง! ถูกชายกระทืบสลบคาที่”
“ทอมถูกชายไม่รู้จักทำร้ายซ้ำในมือยังกำมีดแน่น”
“แก๊งโจ๋ตามกระทืบทอมสาหัส”
“ทอมผวา! โดนแก๊งชายรุมตื้บเพราะเข้าใจผิด”
ฯลฯ
หลายคนอาจคุ้นชินกับพาดหัวข่าวเหล่านี้ เพราะที่ผ่านมา เราพบเห็นข่าวทอมโดนผู้ชายทำร้ายและใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ซึ่งกลายเป็นเหยื่อที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจำนวนมาก จึงอาจกล่าวได้ว่าเหตุการณ์ผู้ชายทำร้ายทอมคือปัญหาอคติทางเพศที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งไม่เคยได้รับการแก้ไข หรือคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างจริงจัง ทำให้ยังคงมีเหยื่อความรุนแรงเกิดขึ้นในลักษณะที่คล้ายคลึงกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุด ในแพลตฟอร์ม X (Twitter) ได้มีการพูดถึงเรื่องราวในอดีตของวงดนตรี T_047 ที่เคยโพสต์ว่าอยากเตะทอมกับกะเทย และ “ทอมที่พยายามจะทำตัวเป็นผู้ชายมากเกิน ก็น่าหมั่นไส้นะ ไม่ได้หวงเพศนะเว่ย จะเป็นก็เป็น แค่บางที่มันอ้อล้อจนน่าถีบ” ซึ่งทางวงก็ได้ออกมาขอโทษสำหรับทัศนคติที่ไม่ดีในตอนนั้น พร้อมบอกว่า “ไม่ดีจริงๆ ข้อความนี้ ขุดกี่ครั้งก็ขออภัยอีกครั้งน้า” และ “จริงๆ แบบไหน ผมว่าการเกลียดกันจนอยากทำร้ายก็ไม่ดีเลยฮะ”
ทว่ามีผู้ใช้งานรายหนึ่ง (@taanpaayu) ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์ในอดีตของตนเองในทำนองเดียวกันว่า “สมัยวัยรุ่นเคยเจอทอมห้าวๆ คนนึง แต่จำไม่ได้ว่าอะไรยังไงแต่กินเหล้าด้วยกันในวงเพื่อนนี่แหละ จำได้แค่ถามมันว่า มึงคิดว่ามึงเป็นลูกผู้ชายไหม ถ้ามึงว่ามึงใช่ มึงไปต่อยกับกู เงียบกลับบ้านไปเลย” ทัศนคติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ชายไทยจำนวนไม่น้อยยังคงไม่ยอมรับเพศสภาพทอม รวมถึงกีดกันทอมออกจากความเป็นชาย ซึ่งไม่ต่างอะไรจากประโยค ‘เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ’ ที่ก่อให้เกิดคดีข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศทอมจำนวนมาก
อีกทั้ง ‘ความเป็นลูกผู้ชาย’ ยังไม่ได้เกี่ยวเนื่องหรือผูกโยงกับการใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด และในปัจจุบัน ผู้คนยังพยายามทลายกรอบความเป็นชายและหญิงให้เลือนรางลง โดยไม่จำกัดอัตลักษณ์ด้วยกรอบเพศทวิลักษณ์ เพราะที่จริงแล้ว ทุกคนทุกเพศล้วนแล้วแต่มีความเป็นชายและความเป็นหญิงผสมผสานกันอยู่แล้ว เช่น ผู้หญิงสามารถเป็นหัวหน้าครอบครัว ผู้ชายอาจจะขี้อายก็ได้เช่นกัน หรือแม้แต่ทอมก็อาจจะชอบใส่กระโปรงก็ได้ เป็นต้น พฤติกรรมนั้นๆ จึงไม่ควรนำมาบ่งชี้ถึงเพศใดเพศหนึ่ง หรือพิจารณาเพื่อจำแนกเพศสภาพอีกต่อไป
ในทางกลับกัน หากพิจารณาในกรณีผู้ชายสองคนต่อสู้กัน ฝ่ายที่แพ้หรือมีแรงน้อยกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่า เขามีความเป็นชายน้อยกว่าเช่นกัน ด้วยเหตุเหล่านี้ ‘ความเป็นชายหรือหญิง’ จึงไม่ควรถูกวัดหรือประเมินจาก ‘พละกำลังกาย’ ของแต่ละบุคคล
ขณะเดียวกัน ผู้ชายบางส่วนยังมองว่า การใช้ความรุนแรงกับเพศสภาพอื่นถือเป็น ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ ประหนึ่งว่า ในเมื่อผู้คนเรียกร้องความเท่าเทียม งั้นผู้ชายก็สามารถทำร้ายเพศอื่นๆ ได้อย่างเท่าเทียมเช่นกัน ทั้งที่จริงแล้ว การทำร้ายบุคคลอื่น ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นเพศใดก็นับว่ามีความผิดทางกฎหมายและศีลธรรมด้วยกันทั้งนั้น รวมถึงการกระทำนี้ยังไม่สอดคล้องกับหลักความเท่าเทียมตั้งแต่ต้น เพราะการใช้ความรุนแรงทางกายและใจคือ ‘การละเมิดสิทธิ’ ของผู้อื่น แต่การเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศนั้นมุ่งสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศ ยุติการเลือกปฏิบัติและความรุนแรง
ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดที่ทอมจะต้องพิสูจน์ ‘ความเป็นชาย’ ในตัวเองด้วยการใช้กำลังต่อสู้ เพราะวิธีดังกล่าวแฝงไปด้วยทัศนคติที่บิดเบี้ยว และอคติทางเพศ พร้อมทั้งขัดต่อหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติในสังคม ยิ่งไปกว่านั้น การจะนิยามตนเองว่ามีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใด ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากใคร หรือรอให้ผู้ใดมาอนุมัติ แต่เจตจำนงทางเพศเกิดจากการยอมรับในตัวเอง
และไม่ว่าจะเพศใดก็สมควรได้รับการยอมรับใน ‘ตัวตนที่เป็น’ โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อใคร
อ้างอิง
https://x.com/12nevuy/status/1935342690834722965
https://x.com/actloomja/status/1935531168390328638
https://x.com/taanpaayu/status/1935714121036751076
https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/gender-role/
https://youtu.be/ewoRF0fE2tM?si=YT3oUx5z7iT-Al7a
https://youtu.be/ozf3nY9l7Rw?si=FHjOVKkRXIVHkoVC
https://today.line.me/th/v3/article/Kwoy0jm
https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/1596115
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘ท้าต่อยทอม’ ไม่ใช่บทพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย แต่คือเหตุการใช้ความรุนแรงที่ยอมรับไม่ได้ และปัญหาอคติทางเพศที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ซึ่งไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องปกติ
- ล้าหลังส่งท้ายเดือนไพรด์ กรณี ผู้หญิงข้ามเพศและผู้หญิง ถูกยุติการสอบใบวิชาชีพครู เพราะแต่งตัวไม่ตรงเพศกำเนิด ภาพสะท้อนความคิดเก่าๆ ของหน่วยงานราชการที่ยังตัดสินความสามารถคนด้วย ‘เครื่องแต่งกาย’ และ ‘เพศ’
- โค้งสุดท้ายของการสมัคร Cartier Women’s Initiative Awards Fellowship Program เพื่อผู้ประกอบการหญิงที่ทำธุรกิจเพื่อสังคมได้ฉายแสงบนเวทีโลก ปิดรับสมัคร 24 มิ.ย.นี้
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com