โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแผนรับราคาน้ำมันพุ่ง หลังอิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ

PostToday

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.50 น.

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐโจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และอิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกระทบ supply 20% ของความต้องการโลก

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้มีการเตรียมฉากทัศน์ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน หากทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก และระยะเวลาในการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เพื่อดำเนินมาตรการการจัดเตรียมปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ รวมทั้งการเตรียมหามาตรการช่วยเหลือด้านราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุด คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพิลง (กบน.) ตรึงราคาดีเซล ครั้งที่ 5 ปรับอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล เพิ่มอีก 30 สต./ลิตร

ส่วนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ก็ต้องนำเข้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน ดังนั้นเพื่อเตรียมรับผลกระทบต่อราคาไฟฟ้าจึงสั่งการให้ กฟผ. เตรียมหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากแหล่งอื่นที่มีราคาถูกเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าวนี้ด้วยแล้ว

ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 90% และมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณ 60% โดยนำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต ซาอุดิอาระเบีย และโอมาน ซึ่งต้องขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว กระทรวงพลังงานอาจจะขอความร่วมมือกับกระทรวงการคลังในการลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงพุ่งสูงขึ้น

ด้านนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชมกบน.มีมติปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับน้ำมันดีเซล เพิ่มอีก 30 สตางค์/ลิตร จากเดิมชดเชยอยู่ที่ 35 สตางค์/ลิตร เพิ่มชดเชยเป็น 65 สตางค์/ลิตร เพื่อคงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาให้คงอยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคงความผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มิ.ย.2568) น้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 76.85 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล และราคาน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 97.26 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และ 89.81 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ตามลำดับ

การตรึงราคาน้ำมันครั้งนี้ นับเป็นมติครั้งที่ 5 ของ กบน.ภายในเดือนมิถุนายน 2568 (ระหว่างวันที่ 16-23 มิ.ย.2568) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กบน.ในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล ซึ่งมีความจำเป็นต่อภาคขนส่ง และการใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชน ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันฯ จากกลุ่มน้ำมันดีเซล จะติดลบ อยู่ที่ประมาณวันละ 40.75 ล้านบาท ส่วนรายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ประมาณวันละ 76.13 ล้านบาท

นายพรชัย กล่าวถึงบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า แม้รายรับจากการจัดเก็บเงินน้ำมันดีเซลจะเริ่มติดลบ แต่ กบน.ยังคงเดินหน้าใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบริหารจัดการราคาพลังงานภายในประเทศให้มีเสถียรภาพสูงสุด พร้อมบริหารจัดการด้านการเงิน และสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม โดย กบน.จะติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์และราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...