โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯไทยร่วมอาเซียนลงนาม "ASEAN 2045" ย้ำบทบาทเยาวชนสร้างอาเซียนเข้มแข็ง

The Better

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 10.47 น. • THE BETTER
ผู้นำอาเซียนลงนามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วม 20 ปีข้างหน้า เดินหน้าเสริมบทบาทเยาวชน พัฒนาและสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและนวัตกรรมของภูมิภาค 

เวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมพิธีลงนาม “ปฏิญญากรุงกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา” (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2045: Our Shared Future) ณ ห้อง Conference Hall 3 ชั้น 3 ศูนย์การประชุม Kuala Lumpur Convention Center (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
ก่อนการลงนาม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้กล่าวสุนทรพจน์ จากนั้นได้เชิญผู้นำอาเซียนบนเวที เพื่อร่วมลงนามนามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา (Kuala Lumpur Declaration on ASEAN 2045: Our Shared Future)
โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ปี 2568 ลงนามเป็นลำดับแรก และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ปี 2569 ตามด้วยประเทศสมาชิกอื่น ๆ ตามลำดับชื่อประเทศภาษาอังกฤษ โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ลงนามเป็นลำดับที่ 6 ต่อจากนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ปี 2568 มอบปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยอาเซียน 2045: อนาคตร่วมกันของเรา ที่ลงนามแล้วให้แก่เลขาธิการอาเซียน และถ่ายภาพการจับมือแบบวิถีอาเซียน (ASEAN Way) ร่วมกัน
นายจิรายุ กล่าวว่า วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 พร้อมทั้งแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ดังกล่าว ซึ่งจะรวมเป็นชุดเอกสารเรียกว่า “ASEAN 2045: Our Shared Future” มีความครอบคลุมในด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านความเชื่อมโยงและด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งเชิงสถาบัน เพื่อให้บรรลุการเป็นประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง มีนวัตกรรม มีพลวัต และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
“การลงนามในวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและกับประเทศนอกภูมิภาคในประเด็นที่ไทยต้องการเพิ่มพูนศักยภาพ เช่น การเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคง การพัฒนาแรงงาน การส่งเสริมการสาธารณสุขการเสริมสร้างความเชื่อมโยง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเป็นสิ่งที่ประเทศไทยดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว” นายจิรายุ กล่าว

ร่วมวง ASEAN Youth ย้ำพลังของเยาวชนในการขับเคลื่อนอาเซียนไปข้างหน้า

ทั้งนี้ เวลา 14.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้อง Ballroom 1 ชั้น 3 ศูนย์ประชุมกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Convention Centre: KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย นางสาวแพทองธาร เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนเยาวชนอาเซียน (ASEAN Youth) โดยมีผู้นำและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต (ในฐานะผู้สังเกตการณ์) และผู้แทนเยาวชนอาเซียน เข้าร่วม

ภายหลังเสร็จสิ้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของถ้อยแถลง ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้มีโอกาสพบและรับฟังความคิดเห็นของผู้แทนเยาวชนอาเซียน เกี่ยวกับแนวทางในการสร้างอนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืนให้กับภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า เยาวชนถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอาเซียนไปข้างหน้า พร้อมทั้งเสนอ 3 แนวทางสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของเยาวชนในอาเซียน ได้แก่
ประการแรก อาเซียนควรส่งเสริมบทบาทเชิงรุกของเยาวชนในการรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยทักษะและความสามารถของเยาวชน ทั้งในด้านการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะดิจิทัล จะสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ส่งเสริมนวัตกรรม ซึ่งจะสร้างโอกาสใหม่ ๆ และความปลอดภัยในโลกออนไลน์
นอกจากนี้ พลังและความมุ่งมั่นของเยาวชนยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ผ่านการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เครื่องมือดิจิทัล และเวทีสำหรับการมีส่วนร่วม อาเซียน จะสามารถดึงศักยภาพของเยาวชนออกมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และสร้างภูมิภาคที่เข้มแข็ง พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างมั่นคง
ประการที่สอง อาเซียนควรลงทุนเพิ่มเติมในโครงการพัฒนาเยาวชน และส่งเสริมความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของภูมิภาค โดยความคิดสร้างสรรค์และทัศนคติที่มุ่งมั่นของเยาวชนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ผ่านการเรียนรู้ การริเริ่มของประชาคม และการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
ประการสุดท้าย อาเซียนต้องเตรียมความพร้อมของเยาวชนให้มีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต ผ่านการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม เพื่อให้เยาวชนมีทักษะการวิเคราะห์ (Analytical) และการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ที่เข้มแข็ง บนพื้นฐานจริยธรรมและค่านิยมสากล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ และมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายเยาวชนอาเซียน เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ ความเป็นเอกภาพ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างกันเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างอนาคตของอาเซียนที่ครอบคลุม และยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...