โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาลแฉ IO เขมรจับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถล่มโซเชียลไทย 500 ล้านครั้งต่อวัน

สยามรัฐ

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 08.12 น.

รัฐบาลเผย IO เขมรเปิดปฏิบัติการไซเบอร์ถล่มโซเชียลไทย 500 ครั้งต่อวันปลอมตัวเป็นคนไทย โจมตีรัฐบาล-กองทัพ ดันข่าวปลอม ล้างสมองคนไทยให้ด่ากันเอง

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ. ทก.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. 2568 ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชา ฝ่ายความมั่นคงรายงานว่า พบการโจมตีทางไซเบอร์จากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากประเทศกัมพูชามายังสื่อต่างๆ ในประเทศไทย เช่น เปิดเป็นบัญชีผู้ใช้งานปลอมเป็นคนไทยนับล้านบัญชี ทั้งในเฟซบุ๊ก IG และ x และเข้าไป กดรีพอร์ตเฟซบุ๊ก ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลไทย ด่าทอ กองทัพไทย และรัฐบาลเป็นจำนวนมาก และโจมตีด้วย DDos Attack ถึงกว่า 500 ล้านครั้ง ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้พบว่าวันนี้สถิติการหลอกลวงทั้งทางคอลเซ็นเตอร์และไซเบอร์จากประเทศกัมพูชาลดลงเหลือไม่ถึง 5% แต่กลับพบว่า มีการเปลี่ยนเป้าหมายโดยสั่งการให้ แก๊งคอลเซนเตอร์ เหล่านี้ดำเนินการเข้ามาถล่มโซเชียลมีเดียของไทย และชักจูงให้คนไทยด่าคนไทยกันเองอย่างต่อเนื่องมากกว่า 90% ซึ่งวันนี้ คนไทยทุกคนสามารถเป็นนักรบได้ โดยช่วยกันเข้าไปตอบโต้วันละอย่างน้อย 3 เวลา แทนการด่าคนไทยหรือรัฐบาลด้วยกันเอง ตามที่ IO กัมพูชาปฎิบัติการอยู่

โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พบว่ารูปแบบการโจมไทยในครั้งนี้ ใช้กลยุทธ์ โฆษณาชวนเชื่อ Information Operations (IO) แบบครบวงจร จากกัมพูชา ประกอบด้วย 3 รูปแบบหลักได้แก่

1.มีการสั่งการ จากกลุ่มทุน บ่อนการพนัน และแก๊งค์ คอลเซนเตอร์ และเชื่อมโยงไปยังคนในรัฐบาลกัมพูชา ให้ไปสร้างบัญชีเป็นผู้ใช้ปลอมหรือ "อวตาร" จำนวนมากจากพื้นที่กัมพูชาเพื่อใช้ในการส่งข้อความสแปม (Flooding) เข้าสู่เพจต่างๆในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

2.พฤติกรรมบัญชีปลอมเหล่านี้ จะใช้วิธีการ รายงานเพจต่าง ๆ ของไทยไปยัง Meta ของเฟซบุ๊ก อย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายเพื่อให้ Meta ดำเนินการปิดเพจดังกล่าว โดยอาศัยระบบอัตโนมัติของ Meta ที่อาจตัดสินใจปิดบัญชี เมื่อได้รับรายงานจำนวนมาก

3.การโฆษณาชวนเชื่อของ IO เหล่านี้จะสร้างและแพร่ข่าวเท็จผ่านความคิดเห็นใต้โพสต์ต่าง ๆ พร้อมใช้บอท (Bot) ระดมรายงานเนื้อหาเหล่านั้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลเท็จ ต่างๆที่ โจมตีด่าทอ ประเทศไทย

สำหรับเว็บไซต์และเฟซบุ๊กแฟนเพจของส่วนราชการไทยได้ถูก IO ของกัมพูชาโจมตี โดยการบิดเบือนเนื้อหาข่าว และใช้ภาพปลอมสร้างข่าวปลอม (Fake News) เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทย หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการไทยได้มีการตั้งค่าบล็อกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geo-Blocking ) เพื่อจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาโดยอ้างอิงจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของผู้ใช้งานผ่านการตรวจสอบที่อยู่จากหมายเลขประจำเครื่อง (IP Address) ว่ามาจากประเทศใด และอนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าถึงตามนโยบายที่กำหนดไว้ ซึ่งจะสามารถกั้นการเข้าถึงผู้ใช้จากประเทศกัมพูชาได้ ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กำลังเร่งประสานงานกับ Meta เพื่อชี้แจงสถานการณ์และขอความร่วมมือในการป้องกันการโจมตี

ทั้งนี้รัฐบาลโดย ศบ.ทก.ได้ประสานงานกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี อย่างต่อเนื่องในการดำเนินการต่อสู้ดังกล่าว จึงขอแจ้งเตือนให้กับประชาชนคนไทย เมื่อเห็นข่าว หรือการโพสต์ที่มีข้อความเชิงลบ หรือด่าท่อรัฐบาลดังกล่าวนั้น ให้เข้าใจได้เลยว่าเป็นแก๊งค์เดียวกันกับคอลเซ็นเตอร์ที่ช่วงนี้รับงานจากรัฐบาลกัมพูชาใช้ IO ในการปั่นหัวคนไทย ดังนั้นขอให้คนไทย ไม่หลงเชื่อ IO เขมรไม่ว่าจะโดนโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบใด ขอให้เชียร์คนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ภาครัฐ ภาคเอกชนหรือภาคการเมือง ซึ่งมีเจตจำนงในการต่อสู้ เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และขอย้ำว่า หากจัดเพียงวันละ 3 โพสต์ หรือตอบโต้ ด้วยนักรบไซเบอร์ไทยที่ใครๆก็ช่วยชาติได้กว่า 70ล้านคนก็จะเท่ากับกว่า 200 ล้านโพสต์ต่อวัน นั่นคือนักรบภาคประชาชนคนไทยที่สาสามารถทำได้

#ไทยกัมพูชาชายแดน #โซเชียล #ข่าวปลอม #คอลเซ็นเตอร์ #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์ #ข่าววันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...