โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปักธงรถไฟฟ้า20บาททุกสาย

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 18.00 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

หลังจากกระทรวงคมนาคมออกมาประกาศโรดแมปชัดเจนสำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย”ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง ระบบ iOS และ Android นับเป็นอีกก้าวสำคัญของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ต้องการลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชน มาตรการนี้ไม่ใช่แค่การลดหย่อนค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคมมั่นใจว่า การลงทะเบียนดังกล่าวระบบจะไม่ล่ม เนื่องจากจะใช้รูปแบบคล้ายกับการเปิดให้ลงทะเบียนนโยบาย “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่มีผู้ลงทะเบียนกว่า 18 ล้านคน แต่ระบบสามารถรองรับได้ พร้อมทั้งย้ำว่าการลงทะเบียนจะไม่มีวันหมดอายุ และจะเริ่มมาตรการอย่างเป็นทางการใน วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 8 สาย 13 เส้นทาง 194 สถานี ระยะทางรวม 276.84 กิโลเมตรมั่นใจว่ายอดผู้โดยสารจะพุ่งขึ้นอย่างน้อย 20% หลังมาตรการนี้เริ่มใช้

ในระยะแรก ผู้ใช้บริการจะสามารถใช้บัตร Rabbit Card กับรถไฟฟ้า 4 สาย ได้แก่ สายสีเขียว สีทอง เหลือง และชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard) จะใช้งานได้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง สีน้ำเงิน ม่วง ชมพู เหลือง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) แม้ในเบื้องต้นการเดินทางข้ามสายอาจต้องใช้บัตรถึงสองใบ แต่ค่าโดยสารรวมยังคงไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

หากประชาชนผู้ใช้บริการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าข้ามสาย จะต้องถือบัตร 2 ใบ แต่ชำระค่าโดยสารเพียง 20 บาทตลอดสายเท่านั้น ส่วนในระยะต่อไปจะนำเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมเข้ามาใช้ในการพัฒนาระบบ อาทิ การสแกนจ่ายด้วย QR Code สแกนจ่ายค่าโดยสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

พร้อมย้ำว่า กระทรวงฯ ประเมินว่าเมื่อเปิดใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว อัตราผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% เป็นประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาทจากการประเมิน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจประเมินจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ ด้านสังคม ประเมินจากค่าความสุข และการลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกรุงเทพมหานครจะมีรถไฟฟ้าเป็นเส้นเลือดหลัก และมีรถเมล์และรถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นเส้นเลือดฝอย ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงได้หารือร่วมกับ กทม.ในการจัดทำ ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นฟีดเดอร์ (Feeder) การบริหารจัดการเพื่อให้มีความเหมาะสมตามกายภาพของพื้นที่ และถนนต้องพิจารณาปัจจัยเรื่องการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า

ขณะที่ ป้ายรถเมล์ มีทั้งเป็นของ กทม.และของหน่วยงานอื่น ซึ่งจะมีการหารือเพื่อดูตำแหน่งตั้งป้ายรถเมล์ที่เหมาะสม เพื่อเสริมให้ใช้บริการรถไฟฟ้าได้สะดวกไร้รอยต่อ และมีเทคโนโลยีบอกระยะเวลาสายรถเมล์ที่จะมาถึงป้าย โดยใช้ระบบ GPS เชื่อม นอกจากนี้จะร่วมกับ ขบ.ในการกำกับดูแลรถแท็กซี่ การจอดรับในจุดต่างๆ กรณีไม่กดมิเตอร์ เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างเป็นธรรม

ดังนั้นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายถือเป็น “นโยบายเรือธง”ที่กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าผลักดัน ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดอุบัติเหตุ และลดปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย และเป็นสัญญาณที่ดีว่าระบบขนส่งสาธารณะของประเทศกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับทุกคนอีกด้วย.

กัลยา ยืนยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...