โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จดหมายแจ้งภาษีทรัมป์ถึง “ไทย” ว่อนโซเชียล นักวิเคราะห์เตือน ถ้าทีมไทยแลนด์เจรจาล้มเหลว เตรียมเดินหน้าเข้าสู่เศรษฐกิจถดถอย

Manager Online

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 00.39 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 17.07 น. • MGR Online

เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - จดหมายแจ้งภาษีทรัมป์ถึงไทยถูกแชร์ไปทั่วอินเตอร์เนตหลังผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ลงแพลตฟอร์ม Truth Social เรียกเสียงฮือฮาไปทั่ว เนื้อหาลักษณะเชิงคุกคามอ้างขาดดุลกับไทยมานานแต่ยังคงต้องการมีความสัมพันธ์การค้าต่อไป ยืนกรานตั้งป้อมเก็บภาษีอัตรา 36% จากสินค้าไทยเริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค แต่ย้ำจะบวกเพิ่มหากไทยเดินหน้าตอบโต้ บลูมเบิร์เปิดเผย ทีมไทยแลนด์อ้างมั่นใจสามารถต่อรองลดอัตราภาษีได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถ้าพลาดเตรียมเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในครึ่งหลังของปี

บลูมเบิร์กรายงานวันนี้(8 ก.ค)ว่า ไทยยังคงมีการมองในแง่บวกที่จะสามารถทำให้อัตราภาษีเรียกเก็บจากสหรัฐฯลดลงจาก 36% ที่ถูกประกาศโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 7 ก.ค

โดยฝ่ายไทยคาดว่าจะเสนอการลดกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯส่วนใหญ่ให้เหลือ 0% อ้างอิงจากรัฐมนตรีการคลัง พิชัย ชุณหวชิร (Pichai Chunhavajira)

รัฐมนตรีการคลังให้สัมภาษณ์วันอังคาร(8)ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีกับไทยโดยที่ไม่ได้นำข้อเสนอที่ได้รับการแก้ไขในการเพิ่มการเข้าถึงตลาดด้วยการลดกำแพงภาษีและกำแพงปลอดภาษีบนจำนวนของสินค้า

โดยในการให้สัมภาษณ์รมว.พิชัยเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า รู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้รับจดหมายจากทำเนียบขาวแจ้งอัตราภาษี 36% ต่อไทย

ทั้งนี้พบว่า ไทยซึ่งเป็นชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดนภาษีทรัมป์สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มที่ 36 % เทียบเท่ากับกัมพูชา และไทยยังเป็น 1 ใน 3 ชาติจากทั้งหมด 14 ชาติที่ถูกเรียกจัดเก็บในอัตราภาษีระดับเดิมของประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 เม.ย รวม อินโดนีเซีย (32%) และ เกาหลีใต้ (25%) อ้างอิงการรายงานตารางอัตราประกาศภาษีสหรัฐฯวันที่ 7 ก.ค จาก CNBC ของสหรัฐฯ

จากตาราง 16 ชาติยังพบว่ามี 2 ชาติที่โดนเรียกเก็บเพิ่มขึ้นได้แก่ ญี่ปุ่น และ มาเลเซีย จาก 24% มาอยู่ที่ 25% เท่ากัน ส่วนประเทศที่เหลือทั้งหมดเป็นต้นว่า ลาว และเมียนมา ล้วนถูกเรียกเก็บภาษีลดลงโดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย ลาวโดนเรียกเก็บที่อัตราภาษี 48% แต่ในวันที่ 7 ก.ค ถูกลดเหลือในอัตราภาษี 40% ขณะที่เมียนมาเดิมโดนเรียกเก็บ 44% แต่ลดเหลือที่ระดับ 40% เช่นกัน

นอกจากนี้ยังกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วเมื่อพบว่าเนื้อหาจดหมายแจ้งอัตราภาษีใหม่จากทำเนียบขาวถึงประเทศไทยได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดีย โดยสื่อไทยในประเทศรายงานว่า ผู้นำสหรัฐฯโพสต์จดหมายแจ้งภาษีต่อรัฐบาลไทยบนแพลตฟอร์มโซเชียลของตัวเอง Truth Social

นักข่าว CNA ของสิงคโปร์โพสต์ตั้งข้อสังเกตบนแพลตฟอร์ม X ว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าสหรัฐฯส่งจดหมาย 2 ฉบับที่มีเนื้อหาเดียวกันโดยฉบับแรกส่งถึงรักษาการนายกรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และฉบับที่ 2 ทูลเกล้าถวายพระประมุขไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัฐกาลที่ 10

ซึ่งตามเนื้อหาจดหมายแจ้งภาษีจากทำเนียบขาวที่โพสต์พบว่า จดหมายลงวันที่ 7 ก.ค เนื้อหาลักษณะเชิงคุกคามอ้างขาดดุลกับไทยมานานแต่ยังคงต้องการมีความสัมพันธ์การค้าต่อไป ยืนกรานตั้งป้อมเก็บภาษีอัตรา 36% จากสินค้าไทยเริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค แต่ย้ำจะบวกเพิ่มหากไทยเดินหน้าตอบโต้

โดยตอนท้ายของจดหมายแจ้งภาษีได้กล่าวมีใจความว่า

“หากว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ทางฝ่ายท่านตัดสินใจจะเพิ่มอัตราภาษี ดังนั้นแล้วตัวเลขใดก็ตามที่ฝ่ายท่านเลือกที่จะเพิ่มนั้นจะถูก(ทางเรา)บวกเพิ่มจาก 36% ที่ทางเราได้ตั้งไว้”

และเสริมต่อว่า “ขอได้โปรดเข้าใจว่าภาษีเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขภาษีไทย และมาตรการไม่ใช่ภาษี(Non Tariff), นโยบาย และกำแพงการค้าส่งผลทำให้เกิดการขาดดุลการค้าอย่างไม่ยั่งยืนสำหรับสหรัฐฯ การขาดดุลการค้านี้ถือเป็นภัยคุกคามใหญ่ต่อเศรษฐกิจของพวกเรา และแน่นอนต่อความมั่นคงของพวกเรา!”

ซึ่ง "ไทย" ที่มีรายชื่อในประเทศยื่นใบสมัครเข้าร่วมกลุ่มBRICSภายใต้การนำของ รัสเซีย และ จีน ที่ถือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ โดยปัจจุบันไทยถูกประกาศให้อยู่ในสถานะชาติพันธมิตรกลุ่ม BRICS และจากจุดนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ไทยอาจโดนสหรัฐฯเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% สำหรับชาติสนับสนุนกลุ่ม BRICS ด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่เชื่อว่าจดหมายแจ้งภาษีสหรัฐฯส่งถึงรัฐบาลไทยนี้มีการส่งคล้ายจดหมายเวียนที่มีเนื้อหาเดียวกันที่เป็นการแจ้งไปยังชาติต่างๆเป็นต้นว่า ญี่ปุ่น

โดยภาพข่าวรอยเตอร์รายงานภาพจดหมายแจ้งภาษีไปยังนายกรัฐมนตรีญี่ปุุ่น ชิเงะรุ อิชิบะ ที่แสดงโดยโฆษกหญิงทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลฟวิตต์ (Karoline Leavitt) จดหมายลงวันที่ 7 ก.ค นั้นมีถ้อยความเช่นเดียวกันกับเนื้อความของจดหมายที่ส่งมาถึงรัฐบาลไทย

บลูมเบิร์กรายงานว่า ไทยคาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาได้ทันก่อนเส้นตายวันที่ 1 ส.คที่กำลังจะถึง

โดยในนาทีสุดท้ายเพื่อเลี่ยงการลงโทษทางภาษีพบว่า ไทยได้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการแก้ไขไปยังสหรัฐฯเมื่อวันที่ 6 ก.คเพื่อกระตุ้นโวลูมการค้าระดับทวิภาคีระหว่างกัน และเสนอลดการเกินดุลทางการค้าต่อสหรัฐฯของไทยที่มี 46 พันล้านดอลลาร์ลงราว 70% ภายใน 5 ปี

บลูมเบิร์กรายงานว่า ไทยเสนอการเข้าถึงตลาดเพิ่มมากขึ้นสำหรับสินค้าการเกษตรและอุตสาหกรรมสหรัฐฯรวมไปถึงฝ่ายไทยเสนอจะซื้อพลังงานและเครื่องบินโบอิ้งเพิ่ม

เจ้าหน้าที่ไทยประเมินว่าภาษีทรัมป์ 36% จะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย ที่เชื่อว่าอาจจะลดตัวเลข GDP ของไทยในปีนี้ไปไม่ต่ำกว่า 1%

บุรินทร์ อดุลวัฒนะ (Burin Adulwattana) ผู้จัดการบริหารและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำศูนย์วิจัยกสิกร ได้วิเคราะห์ว่า ไทยอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนักในครึ่งหลังของปีหากว่า ทีมไทยแลนด์ล้มเหลวในการเจรจาลดภาษีกับสหรัฐฯ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...