โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Ferrari เผยโฉม Amalfi

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น.

Ferrari (แฟร์รารี) ได้เปิดตัว Ferrari Amalfi ม้าลำพองรุ่นใหม่ที่มาในรูปแบบรถสปอร์ทคูเป 2+ วางเครื่องยนต์ V8 กึ่งกลางด้านหน้า แทนที่ Ferrari Roma (แฟร์รารี โรมา) โดยมีแนวคิดหลัก คือ การนิยามความสปอร์ทยุคใหม่ที่รวมเอาสมรรถนะระดับสูง ความอเนกประสงค์ และความงามอันประณีตเข้าไว้ด้วยกัน Ferrari Amalfi ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจในการขับขี่แบบสปอร์ท โดยไม่ละทิ้งความนุ่มนวล และความมีสไตล์ โดยเฉพาะจุดเด่นในด้านสมดุลที่ไม่เคยมีมาก่อนระหว่างความดุดัน และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนที่ของน้ำ เน้นรูปลักษณ์แบบมีนีมอล ด้วยเส้นสายที่ขัดเกลาขึ้นอย่างพิถีพิถัน พื้นผิวตัวถังที่สะอาดตา แสดงออกถึงความทันสมัย และพลังแห่งการเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา ด้านหน้าของตัวรถโดดเด่นด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ฝากระโปรงหน้ายาวรองรับเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 640 แรงม้า ขณะที่ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์แบบแอคทีฟที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในความเร็วสูง พร้อมตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ และล้อฟอร์จ เพิ่มมิติความสปอร์ท และหรูหราในแบบฉบับของ Ferrari

ภายในห้องโดยสารแบบ Dual-Cockpit มาพร้อมพวงมาลัยใหม่ที่กลับมาใช้ปุ่มควบคุมแบบกดแทนที่ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส รวมถึงปุ่มสตาร์ทที่เป็นเอกลักษณ์ การจัดวางจอแสดงผล และปุ่มควบคุมได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสะดวกในการใช้งานแม้ในจังหวะการขับขี่ที่เร้าใจ วัสดุตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ และการเย็บตะเข็บด้ายเพื่อเพิ่มความโดดเด่น เสริมความพิเศษให้ห้องโดยสาร ขณะเดียวกัน การจัดวางห้องโดยสารแบบ 2+ ยังช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ให้แก่ตัวรถ โดยเบาะหลังสามารถใช้งานได้จริง รองรับสัมภาระเพิ่มเติมได้มากขึ้น และยังเอื้อให้สามารถเดินทางร่วมกับเด็กๆ ได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวัน และการเดินทางไกล

หัวใจของ Ferrari Amalfi คือ ขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบ ที่พัฒนาต่อยอดจากตระกูล F154 อันเลื่องชื่อ รีดกำลังได้สูงสุด 640 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัทช์คู่ (Dual-Clutch Transmission) 8 จังหวะ ให้ความมั่นใจในการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว และนุ่มนวล พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 3.3 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 9.0 วินาที โดยมีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าเพียง 2.29 กก./แรงม้า ซึ่งนับว่าดีที่สุดในคลาสส์แล้ว ณ ปัจจุบันนี้

ระบบควบคุมสมรรถนะได้รับการยกระดับอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการติดตั้งระบบเบรคไฟฟ้า (Brake-by-Wire) พร้อมทั้งระบบควบคุมเบรคป้องกันล้อลอค "ABS Evo" ที่พัฒนาขึ้นให้เหมาะสมกับทุกสภาพพื้นผิวถนน และทุกเงื่อนไขการขับขี่ เสริมความปลอดภัย และเสถียรภาพสูงสุด นอกจากนี้ กล่องพวงมาลัย (Steering Box) ยังได้รับการปรับใหม่อย่างละเอียด เพื่อให้การควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำ ตอบสนองแบบแปรผันอย่างลื่นไหลยิ่งขึ้น ในด้านแอโรไดนามิค Ferrari Amalfi มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟที่ออกแบบให้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง ซึ่งสามารถปรับระดับการยกตัวได้อัตโนมัติตามความเร็ว และโหมดการขับขี่ของ Manettino เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถจะมีเสถียรภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์ และช่วยให้สมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถแสดงออกได้เต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ Ferrari Amalfi ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจาก Ferrari ไม่ว่าจะเป็นระบบ Infotainment ที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ รองรับ Apple Car Play และ Android Auto เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายที่ติดตั้งอยู่ในคอนโซลกลางเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด พวงมาลัยแบบใหม่, หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทอล และหน้าจอสัมผัสแนวนอนขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งติดตั้งบริเวณกลางแดชบอร์ด ได้ถูกออกแบบตามหลัก HMI เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมให้ทั้งผู้ขับ และผู้โดยสารได้มีปฏิสัมพันธ์กับรถ อีกอุปกรณ์เสริมที่สามารถเลือกติดตั้งเพิ่มเติมได้ คือ ระบบยกด้านหน้ารถ (Front Lifter System) ที่สามารถใช้งานได้ที่ความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. เพื่อช่วยยกตัวรถด้านหน้าขึ้นสูงสุด 40 มม. ช่วยให้การขับผ่านลูกระนาด หรือสิ่งกีดขวางในเมืองทำได้อย่างราบรื่นไร้กังวล

เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ภายในห้องโดยสารอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยระบบเครื่องเสียง Burmester Premium Audio System ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมระดับเรือธง พร้อมมอบระบบเสียงที่ให้ความรู้สึกโอบล้อมรอบทิศทาง ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงในทุกความถี่ของเสียงได้อย่างคมชัด ช่วยสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง

Ferrari Amalfi เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่รวมความสง่างาม และสมรรถนะไว้ด้วยกัน ความเร้าใจที่คงไว้ซึ่งความอเนกประสงค์ ถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ทของ Ferrari ในมุมมองแบบใหม่ ให้ผู้ที่ครอบครองได้ผ่านประสบการณ์ขับขี่ที่ไร้ขีดจำกัดในทุกบริบทการใช้งาน

ฟีเจอร์เด่นที่ติดตั้งในรถรุ่นนี้ ได้แก่
• Adaptive Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
• Automatic Emergency Braking ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ
• Blind Spot Detection ระบบตรวจจับจุดอับสายตา
• Lane Departure Warning และ Lane Keeping Assist ระบบเตือน และช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
• Automatic High Beam ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
• Traffic Sign Recognition and Assistance ระบบอ่าน และแจ้งเตือนป้ายจราจร
• Driver Drowsiness and Distraction Detection ระบบตรวจจับอาการเหนื่อยล้า หรือเสียสมาธิของผู้ขับขี่

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกติดตั้ง Surround View Camera และ Rear Cross Traffic Alert เพื่อการมองเห็นรอบคัน และแจ้งเตือนขณะถอยหลังได้อีกด้วย

ระบบทั้งหมดสามารถตั้งค่าได้ผ่านเมนูบนแผงหน้าปัดดิจิทอล และทำงานเชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืนผ่านระบบต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งประกอบด้วยเรดาร์ด้านหน้า และหลัง กล้องหลายตำแหน่ง และหน่วยควบคุมเฉพาะทางที่ทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ
การผสมผสานของเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ Ferrari Amalfi มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยความแม่นยำ ความมั่นใจ และความสนุกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกระบบทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไร หรือสไตล์การขับขี่จะเข้มข้นเพียงใดก็ตาม

การเลือกใช้ยางสำหรับ Ferrari Amalfi เกิดจากการพิจารณาอย่างพิถีพิถัน เพื่อหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างรูปลักษณ์ ความสามารถด้านสมรรถนะ และความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ถูกเลือกมาเพื่อรักษาสัดส่วนที่กลมกลืนกับแนวทางการออกแบบของตัวรถ โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการขับขี่ เพื่อรักษาความนุ่มนวลสูงสุด อัตราส่วนแก้มยาง (Sidewall Aspect Ratio) ที่ใช้ใน Ferrari Roma ถูกนำมาใช้เช่นเดียวกันใน Amalfi เพื่อให้ได้การตอบสนองที่ไหลลื่น นุ่มนวล และสามารถดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้อย่างดี

ขนาดของยางที่ใช้ คือ 245/35 R20 ที่ล้อหน้า และ 285/35 R20 ที่ล้อหลัง ซึ่งเป็นการจัดสรรที่มอบความสมดุลระหว่างความคล่องตัว และการยึดเกาะ ช่วยส่งเสริมบุคลิกด้านพลวัตของตัวรถให้มีความเฉียบคม ตอบสนองได้ฉับไว และมั่นใจทุกการควบคุม Ferrari Amalfi มาพร้อมยางมาตรฐานที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรด้านเทคนิคระดับโลก 2 ราย ได้แก่ Bridgestone Potenza Sport และ Pirelli P Zero ซึ่งต่างก็เป็นยางสมรรถนะสูงที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับบุคลิกของตัวรถโดยเฉพาะ

โปรแกรมบำรุงรักษา 7 ปีจากโรงงาน (7-Year Genuine Maintenance)

มาตรฐานคุณภาพอันไร้ที่ติของ Ferrari ควบคู่กับการให้ความสำคัญสูงสุดต่อการบริการลูกค้า คือ รากฐานของโปรแกรมบำรุงรักษาแบบขยายระยะเวลา 7 ปี ที่มาพร้อมกับ Ferrari Amalfi โปรแกรมนี้มีให้บริการครอบคลุมทุกรุ่นในสายการผลิตของ Ferrari และครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะอย่างครบถ้วนตลอด 7 ปีแรกของการใช้งาน เพื่อให้เจ้าของรถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของตนจะได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทั้งด้านสมรรถนะ และความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งนี้ บริการสุดพิเศษดังกล่าวยังสามารถใช้ได้กับผู้ครอบครอง Ferrari Pre-Owned ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอีกด้วย
การบำรุงรักษาเป็นประจำในโปรแกรมนี้ครอบคลุมการเข้าศูนย์ตามระยะทาง ทุกๆ 20,000 กม. หรือปีละ 1 ครั้ง โดยไม่จำกัดระยะทางสะสม พร้อมการเปลี่ยนอะไหล่แท้จากโรงงาน และการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยช่างผู้ชำนาญที่ผ่านการฝึกอบรมจาก Ferrari Training Centre ที่ Maranello โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์สมัยใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับ Ferrari โดยเฉพาะ

บริการนี้มีให้ครอบคลุมทั่วโลกในเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ferrari และนับเป็นหนึ่งในบริการหลังการขายที่ Ferrari มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรักษาสมรรถนะ และคุณภาพระดับตำนาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของม้าลำพองจาก Maranello ให้คงอยู่เหนือกาลเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...