โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชน ยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โละอำนาจ สว. โหวตเลือกองค์กรอิสระ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น.
ภาพไฮไลต์

“เท้ง” นำ สส.พรรคประชาชน ยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โละอำนาจ สว. โหวตเลือกองค์กรอิสระ โยนให้เป็นหน้าที่ สส.-สว. ร่วมกันให้ความเห็นชอบ พร้อมเปิดช่องประชาชนเข้าชื่อ 20,000 คนสอยได้ หากทุจริตต่อหน้าที่-ร่ำรวยผิดปกติ

วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน นำ สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวที่รัฐสภา โดยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า หลายเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา เช่น การยุบพรรคตัดสิทธินักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน คำถามต่อการตรวจสอบคดีการโกงการเลือก สว. หรือการขาดความรับผิดชอบจากกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ล้วนมีต้นตอมาจากการออกแบบศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่ถูกขยายขอบเขตอำนาจในการตรวจสอบสถาบันทางการเมืองอื่น แต่กลับมีที่มาที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน รวมถึงขาดกลไกที่จะถูกประชาชนตรวจสอบได้โดยตรง ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะต้องมีการหารือร่วมกันทุกฝ่ายในสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐสภาเดินหน้าแก้ไขได้บางมาตรา โดยเป็นการแก้ไขแบบคู่ขนานกันไป

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เรายื่นในวันนี้ มุ่งสู่การสร้างศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่ไม่เป็นอิสระจากประชาชนโดยแบ่งออกเป็น 3 ร่าง

ร่างที่ 1 เป็นการเปลี่ยนระบบ ที่ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก

(1) ที่มาหลากหลาย ทำให้เรามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่มีความหลากหลายทางความคิด วิชาชีพ และประสบการณ์ โดยการเพิ่มช่องทางในการสรรหา-เสนอชื่อ จากเดิมที่เป็นการเสนอชื่อผ่านคณะกรรมการสรรหาช่องทางเดียว มาเป็นการเสนอชื่อหลายสายจากหลากหลายช่องทาง เช่น ศาล, สส.รัฐบาล, สส.ฝ่ายค้าน, สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

(2) ไม่ผูกขาดโดย สว. ทำให้เรามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ยึดโยงกับประชาชนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยจะใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาแทน

(3) ประชาชนตรวจสอบได้ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ไม่อยู่เหนือการตรวจสอบ โดยการคืนสิทธิให้ผู้แทนราษฎร และประชาชน 20,000 คน ในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผ่านกลไกขององค์คณะพิจารณาถอดถอนที่มีตัวแทนจากหลายฝ่าย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปถึงร่างที่ 2 และร่างที่ 3 ว่า เป็นการปรับเฉพาะจุด โดยเป็นร่างไม่ผูกขาดกับ สว. และประชาชนสามารถเข้าชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ ซึ่งเป็นการแยกจากร่างที่ 1 ออกมา โดยทั้ง 3 ร่างมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

“หวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะเห็นตรงกันว่าศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระไม่ควรเป็นอิสระจากประชาชน แต่ควรเป็นอิสระจากการถูกครอบงำโดยกลุ่มก้อนทางการเมืองเพียงกลุ่มเดียว และพรรคประชาชนหวังว่าทุกพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะเห็นตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เราควรร่วมกันปลดชนวน โดยการบรรจุและผลักดันร่างดังกล่าวในรัฐสภาโดยเร็ว”

เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา สามารถนำมาทดแทนการแก้ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ นายพริษฐ์ ตอบว่า ไม่ได้มาทดแทนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เป็นการดำเนินการแบบคู่ขนาน ผู้สื่อข่าวถามต่อ การแก้รายมาตราในเรื่ององค์กรอิสระเป็นเรื่องใหญ่สมาชิกรัฐสภาจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้หรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือไม่อยู่ที่มุมมอง เพราะร่างที่ 2 และร่างที่ 3 เป็นการแก้ไขเฉพาะจุด หวังว่าสมาชิกรัฐสภาน่าจะเห็นชอบร่วมกันได้ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 คือ 60 เสียงในการผ่านร่าง

ทางด้านคำถามว่าร่างทั้ง 3 ฉบับ จากสถานการณ์การเมืองขณะนี้จะพิจารณาทันสมัยการประชุมนี้หรือไม่ นายพริษฐ์ เผยว่า สภาฯ ชุดนี้จะอยู่นานเท่าไหร่ตนไม่ทราบ แต่ถ้าสภาฯ ยังคงทำงานอยู่ ฝ่ายค้านก็ยังคงทำงานเหมือนเดิม แต่ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลคงไม่ทำให้เราทำงานน้อยลง และตอบไม่ได้ว่ารัฐบาลจะอยู่นานเท่าไหร่ แต่หากสภาฯ ทำงาน เราก็ยังทำงานอยู่

สำหรับกรณีที่มีการไปคุยกับพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน นายพริษฐ์ กล่าวว่า การเสนอร่างวันนี้มี สส.พรรคประชาชน 100 กว่าคนลงนาม แต่หลังจากนี้จะนำร่างไปพูดคุยกับ สส.ซีกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลด้วย ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์จุดยืน ต้องดูจากการกระทำ จากผลการลงมติ เป็นเครื่องพิสูจน์

ในคำถามว่าการปรับแก้กระบวนการสรรหาขององค์กรอิสระมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมมากน้อยเพียงใดนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า ขั้นตอนการสรรหาจากเดิมเป็นการเสนอชื่อซึ่งเป็นเพียงแค่ช่องทางเดียว โดยมีการตั้งคณะกรรมการสรรหา 1 ชุด ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายฝ่าย ส่วนข้อเสนอของพรรคเปลี่ยนจากการเสนอชื่อให้คณะกรรมการสรรหา เป็นการเสนอชื่อจากหลายช่องทาง เช่น การเสนอชื่อผ่านที่ประชุม การเสนอชื่อจากฝั่ง สส.รัฐบาล และการเสนอชื่อจาก สส.ฝ่ายค้าน และการเสนอชื่อจากฝั่ง สว.

ขณะที่คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในการออกแบบการปฏิรูปและการออกแบบศาลรัฐธรรมนูญ ในองค์กรอิสระเป็นโจทย์ใหญ่ที่พรรคมองว่า ถ้าจะเป็นการแก้ไขทุกประเด็น ต้องแก้ไขใน ส.ส.ร. ส่วนในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระไม่มีการปรับมากนัก ยกตัวอย่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กำหนดไว้ต้องมีกรรมการ 9 คน ซึ่งมีการปรับในรายละเอียดว่าจะต้องมีบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านไหน เท่าไหร่ เพื่อให้มีผู้ประกอบวิชาชีพรวมอยู่ในนั้นด้วย แต่ในด้านภาพรวมนั้นไม่มีการปรับ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ทางพรรคประชาชนมีการประเมินสถานการณ์นี้อย่างไรบ้าง นายพริษฐ์ ตอบว่า ตนไม่แน่ใจว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ได้เขียนบทบัญญัติที่ไม่ให้องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือไม่ เพราะคนที่คัดเลือกองค์กรอิสระเข้ามาคือ สว. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำให้เป็นที่ถกเถียงและเกิดคำถามว่าถูกครอบงำจากกลุ่มก้อนทางการเมือง ซึ่งตนอยากให้ตั้งหลักจุดตรงนี้ก่อน เพราะเวลานี้กติกาถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองใดการเมืองหนึ่งหรือไม่

“เป้าหมายของพรรคประชาชน คือการทำให้องค์กรอิสระเป็นอิสระจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นอิสระจากประชาชน ซึ่งถ้าหากเรามองว่าบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย จะเป็นหลักประกันให้เรามั่นใจว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนั้นจะปฏิบัติกับทุกฝ่ายตามกฎหมายบังคับใช้ และสามารถตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างทัดเทียมกัน”

จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงขั้นตอนหลังการรับร่างไปแล้ว ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบรายชื่อ หากทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์จะมีการนัดประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่าย คือ วิป สว., วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล เพื่อตกลงกันว่าจะให้บรรจุระเบียบวาระได้เมื่อใด เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนการบรรจุระเบียบวาระของการประชุมรัฐสภา.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พรรคประชาชน ยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โละอำนาจ สว. โหวตเลือกองค์กรอิสระ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...