โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็ก 2 ขวบดับปริศนาในบ้าน ตามตัว ใบหน้า มีรอยแผล ฟกช้ำ : นนทบุรี

อีจัน

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 05.48 น. • อีจัน

เด็ก 2 ขวบ ดับปริศนา ! ตามตัว ใบหน้า มีรอบแผล ฟกช้ำ

พ่อเลี้ยงอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย แต่เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ ท้าตรวจสอบ

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกลางดึก วันที่ 6 ก.ค.68

ครอบครัวของ น้องขงเบ้ง เด็กชายวัย 2 ขวบ 5 เดือน รีบพาไปส่งโรงพยาบาล หลังเกิดอาการหมดสติไม่ทราบสาเหตุ เมื่อถึงโรงพยาบาลไทรน้อย ขงเบ้ง กลับเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นจากการตรวจสอบร่างกาย ขงเบ้ง พบร่องรอยเขียวช้ำใต้คาง 2 จุด และฟกช้ำตามร่างกาย

จากการสอบถาม น.ส.เอ อายุ 25 ปี แม่ของเด็ก เธอเล่าว่า ทุกวันเวลา 16.00 น. เธอจะออกไปทำงานที่ร้านเล็บกับแม่ในตลาดบัวทอง ซึ่งคนที่ดูแลลูกชายต่อจากเธอ หลังเธอออกไปทำงานนั้น คือ นายเต้ แฟนใหม่ที่เพิ่งคบกันได้เพียง 3 เดือน

ช่วงแรกที่คบกัน เธอจะพาลูกไปที่ร้านทำเล็บด้วย

ช่วงหลังเพิ่งฝากให้แฟนใหม่เลี้ยงได้ 1 เดือน เพราะเห็นว่าลูกชายติดแฟนใหม่มาก และแฟนใหม่ก็ชอบซื้อของเล่นให้ลูกตลอด

เธอเล่านิสัยของแฟนใหม่

นายเต้ เป็นคนใจเย็น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอก็เริ่มสงสัยว่า ลูกชายถูกทำร้ายหรือไม่ ? เพราะใบหน้าของลูกชายมีบาดแผล ซึ่งนายเต้ ก็อ้างว่า ลูกชายล้มไปโดนของเล่น แต่เธอคิดว่าไม่น่าใช่ ล้มกระแทกของเล่น ไม่น่าฟกช้ำขนาดนี้

แต่ก็ขัดกับนิสัยที่เธอเจอ ที่ผ่านมา นายเต้นก็ดุรักลูกชายดี ไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด แล้วร่อยรอยฟกช้ำนั้นเกิดจากอะไร ?

ความสงสัย กำลังทำงาน เมื่อเกิดคำถาม เธอเองก็ต้องการคำตอบ พักหลังเธอเริ่มหยุดงานเพื่อมาสังเกตลูกชาย ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด … ลูกชายเสียชีวิต !

วันที่ 6 ก.ค.68 เวลา 20.00 นง นายเต้โทรมาฟาเธอ บอกได้เสียงลูกชายร้องเสียงดังมาก ก่อนจะหมดสติไป เธอรีบขับรถปรี่มาหาลูกทันที นาทีที่ได้เจอ เห็นตามร่างกายลูกมีแผลฟกช้ำหลายจุด ด้านหลังมีจุดช้ำเขียวๆ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าถูกทำร้ายหรือไม่ แต่คนที่อยู่กับลูกชายเป็นคนสุดท้าย คือ นายเต้ แฟนใหม่ เธอบอกหลังจากนี้คงแยกกันอยู่กับแฟนใหม่ก่อน หากรู้ว่าเขาทำร้ายลูกชายตนก็คงต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านแม่ของ น.ส.เอ เล่าว่า ตนไม่เจอหลานมา 3 เดือนแล้ว ลูกสาวบอกว่าเอาหลานฝากไว้ให้แฟนใหม่เลี้ยง ตนจึงถามลูกสาวว่าไว้ใจเขาได้เหรอ แต่ลูกบอกว่า ไว้ใจได้ ตนจึงไม่ได้นำหลานมาเลี้ยงไว้ ตนสงสัยและอยากให้ตำรวจตรวจสอบให้ชัดเจนว่า หลานจะถูกแฟนใหม่ของลูกสาวทำร้ายหรือไม่ ซึ่งตนไม่เห็นบาดแผลที่ร่างกายของหลานเพิ่งรู้ตอนที่ลูกสาวเล่าให้ตำรวจฟัง

ฟังอีกมุม จากปากของนายเต้ แฟนใหม่ อายุ 24 ปี

นายเต้ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนให้ลูกนั่งเล่นไว้ในคอกที่บ้าน และออกไปร้านสะดวกซื้อ ซึ่งปกติก็ทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่วันนี้พอกลับมาถึงบ้านได้ยินเสียงลูกร้องดังมากจากชั้น 2 ตนจึงรีบวิ่งขึ้นไปดู เห็นลูกร้องเกร็งจนหมดสติ ตนเลยรีบโทรหา น.ส.เอ

ส่วนบาดแล รอยช้ำ นายเต้ บอกว่า เมื่อ 2-3 วันก่อนเห็นมีรอยช้ำตามลำตัวจึงทายาให้แต่ไม่รู้ว่าโดนอะไร ส่วนที่ใบหน้าน่าจะโดนแมลงจากฝนตก ตนเลี้ยงลูกมา 2-3 เดือน ตั้งแต่เริ่มคบกันกับ น.ส.เอ นอนอยู่ด้วยกันทุกวัน ตนก็เข้าใจว่า ครอบครัวของแฟนต้องสงสัยตน แต่ตนบริสุทธิ์ใจจริงๆ เพราะตนก็เลี้ยงดูลูกมาตลอด ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ พอมีคนมารุมล้อมตนก็รู้สึกไม่โอเค

ด้านนายภูริธัช อายุ 27 ปี พ่อแท้ๆของน้องขงเบ้ง ได้เดินทางตามมาที่รพ.ไทรน้อย ก่อนเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตนรู้สึกช็อกหลังจากทราบข่าวว่าลูกชายตนเสียชีวิต ซึ่งตนไม่ได้เจอหน้าลูกมานาน คิดมาก่อนหน้านี้แล้วว่าเหตุการณ์จะต้องเป็นแบบนี้ ตนเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เด็กไม่เคยตีลูก แยกทางกับแม่เด็กส่งเงินให้ตลอด ตอนนี้รู้สึกอยากฆ่าคนทำร้ายลูกให้ตาย เมื่อคืนมีลางสังหรณ์เหมือนมีเด็กมาตะโกนเรียกคิดอยู่เหมือนกันว่าต้องมีเหตุการณ์ไม่ดีกับลูก ตนไม่เชื่อว่าแม่เด็กจะไม่รู้เรื่องเพราะตั้งแต่คบกับแฟนใหม่ก็ไม่เคยพาลูกไปร้านอีกเลย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแม่เด็กอย่างละเอียด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเต้ยังคงให้การปฏิเสธยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำร้ายเด็ก โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น และจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน จึงจะทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามพยานหลักฐานและผลชันสูตรเป็นหลัก เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...