โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุชาติ ลั่น"ไอซ์-สหสวัต" ต้องรับผิดชอบ จ่อยื่นฟ้องใส่ร้ายเพิ่ม

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 11.14 น.

16 มิ.ย. 2568 ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน และ นายสหัสวัติ คุ้มคง สส.ชลบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการที่ทั้งคู่พาดพิงกรณีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้าซื้ออาคาร Skyy 9 ในสมัยที่นายสุชาติ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

วันนี้นายสุชาติ เดินทางเข้ามาไต่สวนมูลฟ้องด้วยตัวเอง และให้ทนายฝั่งจำเลยซักค้านพยานของโจทก์ หลังจากก่อนหน้านี้ ทนายความของนายสหัสวัติ ขอเลื่อนการไต่สวน เนื่องจากติดว่าความคดีที่ศาลอื่น

นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นการให้ฝ่ายจำเลยซักค้าน และตนจะตอบในสิ่งที่จำเลยซักค้าน วันนี้ตนจึงเดินทางมาขึ้นศาลด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นคนที่รู้รายละเอียดทั้งหมด และสาเหตุที่ตนฟ้องทั้งคู่ มาจากที่ตนเองถูกใส่ความจนเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนมองว่าการตั้งข้อสังเกตเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการใส่ร้าย จึงต้องยื่นฟ้องหมิ่นประมาททั้งคู่ การไต่สวนในครั้งที่แล้วมีตนเป็นโจทก์ที่ขึ้นไต่สวนเพียงคนเดียว และยังได้เตรียมพยานปากอื่นไว้ด้วย แต่ยังไม่อยากเปิดเผยตอนนี้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการของศาล

นายสุชาติ ยืนยัน การฟ้องครั้งนี้เป็นการปกป้องสิทธิของตน จะมากล่าวหาใส่ร้ายลอย ๆ ไม่ได้ และทั้งคู่ยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ยิ่งไม่สมควรและควรที่จะมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ อยากฝากไปถึงทั้งคู่ว่า การจะกล่าวโทษใครให้เสื่อมเสียชื่อเสียงโดยที่บุคคลดังกล่าวมั่นใจว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งตนเองมีสิทธิที่จะรักษาสิทธิของตนเองและใช้กฎหมายเข้ามาทำให้บุคคลเหล่านี้สำนึกกับสิ่งที่ตนเองทำลงไป และสัปดาห์ก่อนตนได้ฟ้องประชาชนที่เข้าไปคอมเมนต์กล่าวร้ายให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงมาถึงครอบครัว ศาลได้ให้ความเมตตาให้เข้ามาไกล่เกลี่ย ซึ่งตนให้อภัยทุกคนที่สำนึกผิด เพราะคือประชาชนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่อาจจะคึกคะนองหรือเชื่อสิ่งที่คู่กรณีของตนเผยแพร่ออกไป

แต่ในส่วนของ น.ส.รักชนก และ นายสหัสวัติต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ และตนจะไม่ไปต่อล้อต่อเถียงกับทั้งคู่แน่นอน เพราะตนมองว่ามันไม่ได้มีคุณค่าอะไรขึ้นมา ใครผิดก็ว่าตามผิด ใครถูกก็ว่าตามถูก ตนเป็นบุคคลสาธารณะก็จริง สามารถตรวจสอบได้ แต่การมากล่าวหาใส่ร้ายจนเสื่อมเสียถึงครอบครัวตนเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และภายในสัปดาห์นี้เตรียมส่งทนายความไปยื่นฟ้องทั้งสองคน ในข้อหาใส่ร้ายให้การเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพิ่มเติมด้วย

เมื่อถามถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อลงทุนซื้ออาคาร SKYY9 มูลค่า 3 พันล้านบาทไม่ถึงราคา 7 พันล้านบาท นายสุชาติ กล่าวว่า ก่อนที่จะลงทุนประกันสังคมไม่ใช่แค่ 7 พันล้านบาท แต่เขาลงทุน 2 ล้านล้าน ซึ่งเมื่อถึงสิ้นปีจะต้องส่งงบให้ สำนักการตรวจเงินแผ่นดิน รับรองงบ แต่ตอนลงทุนมีบอร์ด 3 ฝ่าย นายจ้าง ลูกจ้าง และศูนย์ราชการ รัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนั้นตนก็ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอยู่ด้วย และมั่นใจว่า ฝ่ายจำเลยจะต้องซักค้านตนในประเด็นนี้อย่างแน่นอน ขอยืนยันว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึง น.ส.รักชนก และ นายสหัสวัติหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่อยากพูดถึง 2 คนนั้น เพราะไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึงแล้ว มองว่าขบวนการยุติธรรมจะเป็นเครื่องมือพิสูจน์เรื่องนี้เอง ทำอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจ ลองมองกลับกันถ้าเกิดเป็นตนเข้าไปกล่าวหาทั้ง 2 คนนั้นแบบเสีย ๆ หาย ๆ ทั้งคู่ก็ต้องฟ้องกลับตนเหมือนกัน

ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์ โดยทนายจำเลยที่ 2 ซึ่งรับมอบอำนาจจากทนายความจำเลยที่ 1 ได้แถลงศาลขอเลื่อนการซักค้านโจทก์ออกไปก่อน พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ เนื่องจากทนายความจำเลยที่ 1 ป่วยเป็นโรคโควิด 19

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า นัดไต่สวนมูลฟ้องวันนี้ โจทก์ ทนายโจทก์ และทนายจำเลยที่ 2 มาศาล ทนายจำเลยที่ 2 รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยที่ 1 มายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างเหตุว่าทนายจำเลยที่ 1 ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 รายละเอียดปรากฏตามใบรับรองแพทย์ฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2568เอกสารแนบท้ายคำร้องขอเลื่อนคดี สำเนาให้อีกฝ่าย

ศาลสอบโจทก์และทนายโจทก์แล้ว แถลงคัดค้านการขอเลื่อนคดี

ศาลจึงนำคดีไปปรึกษาอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาแล้ว เห็นว่า ทนายจำเลยที่ 1 มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จริง กรณีมีเหตุอันสมควร จึงเห็นควรอนุญาตให้เลื่อน ไปนัดไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้ทนายจำเลยทั้งสองถามค้านในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ เวลา 13.30 น. ทั้งกำชับคู่ความทุกฝ่ายห้ามมิให้เลื่อนคดีโดยไม่มีเหตุอันสมควรอีก มิฉะนั้น ศาลจะพิจารณาสั่งโดยเคร่งครัด และหากทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีโดยไม่มีอันสมควร และศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีให้ถือว่าทนายจำเลยทั้งสองไม่ติดใจถามค้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...