โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช็อก! มือปืนปลอมตัวเป็นตำรวจลอบสังหาร 2 สมาชิกรัฐสภารัฐมินเนโซตาดับคาบ้าน ทำบัญชีเตรียมเก็บนักการเมืองอเมริกัน 45 คนล้วนมาจากเดโมแครต

Manager Online

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 16.53 น. • MGR Online

เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - มือปืนวัย 57 ปี แวนซ์ ลูเธอร์ โบลเธอร์(Vance Luther Boelter) ปลอมตัวเป็นตำรวจลั่นไกลอบสังหารนักการเมืองมินเนโซตาวันเสาร์(14) พบทำบัญชีรายชื่อเป้าหมายนักการเมืองอเมริกัน 45 คนทั้งหมดมาจากพรรคเดโมแครต กลายเป็นวิกฤตความรุนแรงทางการเมืองของสหรัฐฯล่าสุดที่เป้าหมายลอบสังหารตกอยู่ที่นักการเมืองสะท้อนสมัยยุค JFK

NPR ของสหรัฐฯรายงานวานนี้(16 มิ.ย)ว่า เจ้าหน้าที่รัฐมินเนโซตาแถลงวันจันทร์(16) ว่า ผู้ต้องหาที่โดนจับหลังวันเสาร์(14) ก่อเหตุอุกอาจลอบสังหารนักการเมืองรัฐมินเนโซตาได้รับบาดเจ็บนั้นมีบัญชีเก็บนักการเมืองสหรัฐฯ 45 คนที่มาจากการเลือกตั้งและทั้งหมดเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต

เขาโดนจับกุมได้สำเร็จในวันอาทิตย์(15)หลังมือปืนผิวขาววัย 57 ปี แวนซ์ ลูเธอร์ โบลเธอร์ (Vance Luther Boelter) บุกยิงลอบสังหารส.สระดับมลรัฐ เมลิสซา ฮอร์ตแมน(Melissa Hortman) และสามี มาร์ค ฮอร์ตแมน (Mark Hortman)

และทำให้สว.ระดับมลรัฐ จอห์น ฮอฟฟ์แมน (John Hoffman) และภรรยา อีเวตต์ ( Yvette Hoffman) ได้รับบาดเจ็บ

“การลอบสังหารทางการเมืองนั้นเกิดน้อยครั้งแต่มันโจมตีไปที่ใจกลางประชาธิปไตยของพวกเรา” รักษาการอัยการสหรัฐฯประจำเขตในรัฐมินเนโซตา โจ ทอมป์สัน(Joe Thompson)แถลง

พร้อมกับชี้ว่า รายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งสะเทือนขวัญ

ผู้ต้องหามือปืน แวนซ์ ลูเธอร์ โบลเธอร์ (Vance Luther Boelter) ชายผิวขาววัย 57 ปีถูกจับกุมได้ในคืนวันอาทิตย์(15) หลังถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯทั้งระดับรัฐและจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯร่วมหลายร้อยนายใช้เวลาตลอดทั้งวันระดมกำลังไล่ล่าตามจับกุม โดย มาร์ค บรูลีย์ (Mark Bruley) หัวหน้าตำรวจบรูคลิน ปาร์ค เปิดเผยว่า เป็นการตามล่าผู้ต้องหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐมินเนโซตาทีเดียว

ทั้งนี้ในคืนก่อเหตุพบมือปืนผิวขาววัย 57 ปีได้ตระเวนไปตามบ้านสมาชิกรัฐสภาคนอื่นอีก 2 คนในคืนเกิดเหตุเพื่อต้องการสังหารคนเหล่านั้น

โบลเธอร์ปลอมตัวเป็นตำรวจก่อนบุกยิงสมาชิกสภาคองเกรสของรัฐมินเนโซตา 2 คนได้แก่ส.ส ฮอร์ตแมนและสว.ฮอฟฟ์แมนถึงบ้านพักของคนเหล่านั้น พบว่ามือปืนได้แวะไปบ้านสมาชิกรัฐสภาคนอื่นอีก 2 คนก่อนหน้าในคืนเดียวกันด้วยเป้าหมายต้องการสังหารคนเหล่านั้น อ้างจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์(16)

ทั้งนี้มือปืนอยู่ในชุดตำรวจขับรถ SUV สีดำพร้อมเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อตบตาให้แนบเนียนรวมไปถึงป้ายทะเบียนรถที่ระบุว่า “ตำรวจ”

ในคืนก่อเหตุโบลเธอร์มีอาวุธปืนพกแบบ 9มม. สวมเสื้อกั๊กสีดำแบบตำรวจพร้อมปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากซิลิโคนที่สวมทั้งศีรษะแบบโจรปล้นแบงก์ที่เห็นได้ในภาพยนต์แอกชั่นฮอลลีวูดชื่อดังที่มีสนนราคาเฉลี่ยราว 400 ดอลลาร์ - 500 ดอลลาร์

NPR รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบรายชื่อเป้าหมายนักการเมืองอเมริกันคนอื่นอยู่ภายในรถของมือปืนและที่บ้านส่งผลทำให้เชื่อว่า โบลเธอร์น่าจะใช้เวลานานไม่กี่เดือนในการวางแผนและค้นหาบ้านนักการเมืองเหล่านั้น แต่ทว่าในเวลานี้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดมือปืนจึงก่อเหตุอุกอาจก่อเหตุลอบสังหารนักการเมืองสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามก่อนหน้าผู้ว่าการรัฐมินเนโซตา ทิม วอลซ์ (Gov. Tim Walz) อดีตคู่ชิงรองประธานาธิบดีสหรัฐฯร่วมกับอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯพรรคเดโมแครต กมลา แฮร์ริส ที่เพิ่งพ่ายให้แก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรครีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี. แวนซ์เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้วเรียกการยิงก่อเหตุนี้ว่า

“เป็นความรุนแรงทางการเมืองที่เจาะจงเป้าหมาย”

ในการแถลงข่าววันเสาร์(14) ตำรวจประจำรัฐมินเนโซตาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ค้นพบรายชื่อบุคคลในรถของมือปืน และพบว่าเป้าหมาย 2 คนได้แก่ ส.ส ฮอร์ตแมน และ สว. ฮอฟฟ์แมน มีชื่ออยู่ในบัญชีเป้าหมายนักการเมืองพรรคดเดโมแครต 45 คน

นอกจากนี้คนอื่นยังรวมถึง สว.สภาคองเกรสสหรัฐฯ ทีนา สมิท ( Tina Smith) และอัยการมลรัฐมินเนโซตา คีท เอลลิสัน (Keith Ellison) ที่ทั้งคู่สังกัดพรรคเดโมแครตเช่นกัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...