โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลพร้อมรับมือผลกระทบด้านพลังงานจากการสู้รบ ในอิสราเอล–อิหร่าน

The Better

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.58 น. • THE BETTER
รัฐบาลพร้อมรับมือผลกระทบด้านพลังงานจากการสู้รบใน อิสราเอล–อิหร่านอย่างใกล้ชิด เร่งปรับแผนสำรองน้ำมัน-ลดเงินส่งเข้ากองทุน    ตรึงเสถียรภาพน้ำมันเพื่อความมั่นคงให้กับประเทศ

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย รัฐบาลโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน

ล่าสุด นายพีระพันธุ์ ได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในส่วนของน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อช่วยพยุงราคาภายในประเทศ พร้อมใช้กลไกกองทุนฯ ดูแลเสถียรภาพระยะยาว โดยราคาน้ำมันดิบดูไบล่าสุดอยู่ที่ 72.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากต้นเดือนมิถุนายนซึ่งอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้มีการประเมินปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีน้ำมันดิบคงเหลือ 3,337 ล้านลิตร ใช้ได้ 25 วัน น้ำมันระหว่างขนส่ง 2,457 ล้านลิตร ใช้ได้ 19 วัน และน้ำมันสำเร็จรูป 1,874 ล้านลิตร ใช้ได้อีก 16 วัน รวมสำรองทั้งหมดใช้ได้ประมาณ 60 วัน หากสถานการณ์เลวร้ายลงจะมีการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองทันที

“รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการรับมือทุกความผันผวนด้านพลังงานอย่างรอบด้าน ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการของรัฐ ซึ่งจะดำเนินการอย่างทันท่วงที เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...