โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกรธแล้วนะ! นายกฯ ลั่นไทยมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครข่มขู่

INN News

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 16.02 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. • INN News

นายกฯ เรียกประชุมด่วนทีมมั่นคง โต้กลับกัมพูชา ปมข้อมูลบิดเบือนผ่านโซเชียล ย้ำไทยมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครใส่ร้าย ขู่ปิดด่านกระทบประชาชนทั้งสองชาติ

วันนี้ “นายกฯแพทองธาร” แสดงท่าทีที่เคร่งขรึม และจริงจัง ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เล่นสงครามข่าวสาร โพสต์ยั่วยุ ทำวุ่นวาย ชี้ไม่ส่งผลดีต่อ 2 ประเทศ เชื่อหากไม่เคารพกฎกติกาทั่วโลกจะไม่ยอมรับ บอกไทยก็มีศักดิ์ศรี มีความเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ใครข่มขู่-กลั่นแกล้ง ย้ำหากต้องปะทะ ต้องถามความพร้อมกองทัพ

หลังจากการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย - กัมพูชา (JBC) เมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ที่กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ก็มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลที่ไม่ตรงตามข้อเท็จ ทั้งกรณีแผนที่ 1:200,000 คณะกรรมการปักปันสยาม - อินโดจีน จนกระทรวงการต่างประเทศมีการชี้แจงว่าไม่เป็นไปตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง รวมถึงยังมีการโพสต์ข้อความต่างๆ เกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ของสมเด็จฯฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ไม่ตรงตามข้อตกลง ทั้งที่มีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้

ทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วน ที่มีหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งใช้เวลาการหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน โดยย้ำว่า ประเทศไทยไม่ยอมรับ ขอบเขตศาลโลก แต่ได้มีการตั้งทีมทำงานเพื่อหาแนวทางปกป้องประเทศ หรือตอบโต้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมาย และประวัติความเป็นมา

ส่วนกรณีที่สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาระบุว่า หากไทยไม่ยกเลิกมาตรการการเปิด-ปิดด่าน ภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ กัมพูชา จะปิดด่านชายแดนทั้งหมด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการเปิดปิดด่านจริงๆ แล้วเราไม่ได้ปิด เพียงแต่กำหนดเวลา การเปิด-ปิด พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาไทยและกัมพูชามีการพูดคุยกันมาตลอด มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีความเห็นและตกลงร่วมกันว่า อยากเห็นสันติภาพให้เกิดขึ้น ระหว่าง 2 ประเทศ

ไม่ต้องการความขัดแย้ง ต้องการรักษาชีวิต ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และไม่อยากให้มีการเสียเลือดเนื้อของทหาร

แต่สิ่งที่สื่อสารออกมาทางโซเชียลนอกกรอบ และเป็นการสื่อสารที่ไม่เป็นมืออาชีพออกมาอยู่เรื่อยๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายในการจัดการ ทั้งสิ่งที่พูดคุยกันหลังไมค์ และสิ่งที่พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ คิดว่า การสื่อสารในลักษณะนี้ทำให้เป็นผลลบทั้ง 2 ประเทศ และสิ่งที่ทางกัมพูชาได้โพสต์ เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา ก่อนที่จะประกาศเรื่องการปิดด่าน มีผลกระทบ ต่อประชาชนไทยและกัมพูชา จึงมีความห่วงใย ทั้งเรื่องของการค้าขาย การขนส่ง เพราะหากมีการปิดด่านทั้งหมดย่อมมีผลกระทบ เราจึงไม่มีการปิดด่าน แต่เปลี่ยนเป็นการปรับเวลา ในการเข้า-ออกทั้งคน และสินค้า และได้มีการแจ้งไปทางกัมพูชา ว่าจะมีการประชุมหารือกันในวันนี้ เพื่อที่จะรายงานผลว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนที่ดูเหมือนว่ากัมพูชาจะเร่งสงครามข่าวสารผ่านโซเชียล นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เกิดผลดีของทั้งสองประเทศ เพราะการปล่อยข่าว หลายครั้งที่ออกมา ก็มีการตกลงกันแล้วว่า อย่าเพิ่งปล่อยข่าว เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน เพราะคนหน้างานกับคนที่รับข่าวเป็นคนละคนกัน

แต่ยอมรับเรื่องการสื่อสารเราอาจจะทำน้อยกว่า เพราะเราเคารพในการเจรจาระหว่างประเทศ เคารพกรอบการเจรจาทวิภาคี เราให้เกียรติทั้ง 2 ประเทศ ควรเป็นสิ่งที่เป็นทางการ และอยู่ในกรอบทวิภาคี พร้อมยังยืนยันว่า ตอนนี้กองทัพกับรัฐบาลได้คุยกันทุกเรื่อง เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ นี่คือสิ่งที่ตนทำเสมอกองทัพก็เช่นกัน จะทำอย่างไรก็คุยกับรัฐบาลเช่นกัน อะไรทำได้หรือไม่ เช่นเดียวกับ กระทรวงการต่างประเทศ นี่คือสิ่งที่ประเทศเราทำ และย้ำว่ารัฐบาลกับกองทัพไม่มีปัญหากัน และขอให้ทุกช่วยกันสนับสนุนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะวันนี้เราไม่ได้ต่อสู้กันเอง เราต้องรักษาอธิปไตยของเราไว้ เราพูดในข้อความที่ตรงกัน และในข้อความที่รู้ได้ว่าประเทศไทยเป็นปึกแผ่น

"จะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง มาใส่ร้าย มาข่มขู่ เราก็เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีเช่นกัน เราก็เป็นประเทศที่แข็งแรงเช่นกัน เพราะฉะนั้นจุดนี้จะทำให้เราทุกคนรู้ว่า วันนี้ถ้าไม่เคารพกฎกติกาก็จะไม่ถูกยอมรับโดยทั่วโลก"

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...