โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบ 2 หนุ่มไทย แก๊งคอลฯ กองร้อยปอยเปต ตุ๋นเหยื่อสูงสุด 12 ล้าน อ้างถูกบังคับ

Khaosod

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 08.04 น.

รวบ 2 หนุ่มไทย แก๊งคอลฯ กองร้อยปอยเปต ทำหน้าที่หลอกคนไทย ตุ๋นเหยื่อสูงสุด 12 ล้าน อ้างถูกบังคับ แฉฐานตั้งอยู่ใน ภูลิคาสิโน มีชาวจีนเป็นหัวหน้าแก๊ง

วันที่ 5 ก.ค. 2568 ที่ชั้น 1 บก.สอท.2 (เมืองทองธานี) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ร่วมแถลงข่าว“ตำรวจไซเบอร์รวบ 2 แก๊งคอลปอยเปต ตั้งฐานบนคาสิโนในเขมร อ้างเป็นผู้กำกับ โทรขู่เหยื่อโอนเงิน เผยเคยโดนบังคับหลอกเหยื่อได้สูงสุดถึง 12 ล้านบาท”

ตร.ไซเบอร์ แถลงจับ 2 หนุ่มไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กองร้อยปอยเปต

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงวันที่ 10 ก.ค. 2566 ถึง 16 ต.ค. 2566 ตำรวจไซเบอร์ได้สืบสวนคดี Hybrid Scam ที่รับแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ thaipoliceonline.go.th โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกติดต่อจากบุคคลใช้ภาพโปรไฟล์หน้าตาดีผ่านโซเชียล ชวนผู้เสียหายพูดคุยกันจนเกิดความสนิทสนมและชอบพอกัน

ต่อมาจึงหลอกให้โอนเงินโดยอ้างว่านำไปลงทุนคริปโตเคอเรนซี่ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จำนวน 147 ครั้ง ไปยังบัญชีม้าจำนวน 79 บัญชี เกิดความเสียหายรวมเป็นเงินจำนวน 308,204,326.5 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนจนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาคดีดังกล่าว จำนวน 76 ราย สามารถจับกุมตัวได้แล้ว จำนวน 46 ราย

เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานว่า กลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับกุมดังกล่าว เป็นผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีผู้ร่วมขบวนการกว่า 100 คน มีชาวจีนเป็นหัวหน้า มีฐานที่ตั้งอยู่ที่ ภูลิคาสิโน (Pu Li Casino) ตั้งอยู่ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

ขบวนการดังกล่าว ทำหน้าที่หลอกลวงคนไทยหลากหลายรูปแบบ อาทิ หลอกลวงเป็นหน่วยงานรัฐแล้วข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าเงินของเหยื่อไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา, หลอกให้ผู้สนใจลงทุนโอนเงินลงทุนรูปแบบต่างๆ, หลอกลวงให้รักแล้วชักชวนลงทุน (Hybrid Scam) เป็นต้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ทำหน้าที่ต่างๆ ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มดังกล่าวได้แล้ว รวม 44 ราย โดยแบ่งเป็น

- ผู้ทำหน้าที่ สาย 1 (ติดต่อผู้เสียหาย หลอกลวงตามบทที่ได้รับ) จำนวน 20 ราย (จับกุมได้แล้ว จำนวน 6 ราย)

- ผู้ทำหน้าที่ สาย 2 (สนทนาตอกย้ำ สร้างความมั่นใจให้ผู้เสียหลงเชื่อแบบสนิทใจต่อจากสาย 1 เช่น เป็นร้อยเวร หรือ เจ้าหน้าที่ต่างๆ) จำนวน 11 ราย (จับกุมได้แล้ว จำนวน 2 ราย)

- ผู้ทำหน้าที่ สาย 3 (ปิดเกม สั่งผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยอ้างตัวเป็นหัวหน้าของหน่วยงานที่แอบอ้าง เช่น ผู้กำกับ สถานีตำรวจของร้อยเวรในสาย 2) จำนวน 7 ราย (จับกุมได้แล้ว จำนวน 2 ราย)

- ผู้ที่ทำหน้าที่สนับสนุนด้านอื่นๆ (การทำหนังสือราชการปลอม ทำหมายปลอม จัดหาซิมผี จัดหาบัญชีม้า) จำนวน 6 ราย (จับกุมแล้ว 2 ราย)

ล่าสุด พ.ต.ต.ชัยโชติ ศรีวรขาน และ พ.ต.ท.รุ่งเรือง แสนโคตร สว.กก.2 บก.สอท.1 ร่วมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเข้าจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญกลุ่มดังกล่าว ดังนี้

1.นายสมศักดิ์ อายุ 37 ปี (ทำหน้าที่ หัวหน้าสาย 2) ตามหมายจับที่ 4743/2567 ลง 27 ก.ย.67 ควบคุมตัวได้ที่ซอยเชิงทะเล 14 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ก.ค.68

2.นายวราเมธ อายุ 20 ปี (ทำหน้าที่หัวหน้าสาย 3 อ้างตัวเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจ) ตามหมายจับ
ที่ 3677/2567 ลง 7 ส.ค.67 ควบคุมตัวได้ในพื้นที่ ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงสายวันที่ 3 ก.ค.68

ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

สอบถามนายวราเมธ เบื้องต้นยอมเปิดเผยข้อมูลว่า ได้ค่าตอบแทนประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน และค่าคอมมิชชั่น 3.5 เปอร์เซ็นต์ แต่หากไม่เอาเงินเดือน จะได้ค่าคอมมิชชั่น 6.5 เปอร์เซ็นต์ ช่วงหลังจึงรับแค่ค่าคอมมิชชั่น

นายวราเมธ ให้การต่อว่า ตนเริ่มต้นจากที่เคยข้ามแดนอย่างถูกกฎหมายไปทำงานเป็นแอดมินของแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ชื่อดังในประเทศกัมพูชามาก่อน จากนั้น 1 ปีต่อมาได้ถูกชักชวนผ่านเฟซบุ๊กให้ไปทำงานเป็นแอดมินขายของอีกครั้ง โดยถูกนัดหมายให้ไปพบที่ ภูลิคาสิโน

นายวราเมธ ให้การอีกว่า เมื่อไปถึงกลับโดนยึดอุปกรณ์สื่อสาร และเอกสารประจำตัว แล้วโดนบังคับให้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์สายหนึ่ง แต่ตนพูดไม่ได้ จึงได้ทำงานเป็นสายสอง โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับแจ้งความ

นายวราเมธ ให้การต่อว่า ภายหลังจึงได้ทำงานเป็นสายสาม คอยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเพื่อพูดจาข่มขู่หลอกลวงให้เหยื่อโอนเงิน โดยตนเคยหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินได้มากสุดถึง 12 ล้านบาท ขณะนั้นได้ค่าคอมฯ ตอบแทน 3.5 เปอร์เซ็นต์

นายวราเมธ อ้างว่า ถูกหลอกลวงมาและโดนบังคับให้ทำงาน หากไม่ทำงานจะโดนข่มขู่และทำร้ายร่างกาย ตนเคยเห็นคนที่ขัดคำสั่งถูกทำร้ายร่างกายในออฟฟิศของภูลิคาสิโนมาแล้ว ทำให้จำใจต้องยอมทำงานหลอกลวงผู้อื่น

ด้านนายสมศักดิ์ อ้างว่า ถูกหลอกลวงให้ไปทำงานแล้วโดนบังคับเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่นเดียวกัน ซึ่งเคยอ้างตัวเป็น “ร้อยตำรวจโทพีระ” ต่อมาได้หลบหนีออกจากภูลิคาสิโน แล้วโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศกัมพูชาจับกุมตัวได้ ก่อนติดคุกอยู่ที่ประเทศกัมพูชา 14 วัน จึงถูกส่งกลับประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งสืบสวนขยายผล รวมทั้งติดตามจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ 2 หนุ่มไทย แก๊งคอลฯ กองร้อยปอยเปต ตุ๋นเหยื่อสูงสุด 12 ล้าน อ้างถูกบังคับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...