โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อง9นายกฯไทยใน “ศึกเขมร” ไม่รู้จบ?

INN News

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • INN News

สถานการณ์ศึกไทยเขมรที่ลุกลามบานปลายมาสู่การปิดด่าน ชายแดน ประกาศกฎอัยการศึกพร้อมรบของกองทัพไทย จนทำให้“ฮุนเซ็น”พ่อนายก“ ฮุนมาเนต“ออกมาโวยวันนี้ หลังจากที่ก่อนหน้า ฝ่ายการเมืองโดยรัฐบาล”นายกอิ๊งค์“ถูกวิจารณ์ถึงบทบาท ความเข้าใจ ในการจัดการสถานการณ์นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปืนลั่นที่ช่องบก( 28 พฤษภา68) ทำให้น่าสนใจ ย้อนกลับไปดูบทบาทของ”นายกไทย”ที่ผ่านมา ในความเกี่ยวข้อง นับตั้งแต่เหตุเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่กรณี“เขาพระวิหาร” ที่เคยถูกเขมรลากขึ้นศาลโลก ที่เพิ่งมีคำพิพากษาไปเมื่อปี66จนถึง ช่องบก ที่มี“สารตั้งต้น” มาจากทั้งการเมืองชาตินิยม ผลประโยชน์ธุรกิจ ถึงผลประโยชน์ชาติ ตั้งแต่ร่องรอย ที่ขยายมาจากเรื่องราวของMOU 44 ที่ขยายปมมาจาก MOU43ผนวกเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองในเขมรกับความนิยมของ“นายกฮุนมาเนต”

ไล่มาตั่งแต่ 1.สมัยรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีแนวนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เริ่มผลักดันแนวคิดการแบ่งบปันผลประโยชน์ของชาติต่างๆในอินโดจีนกับกัมพูชา ผ่านภาพ “ศาลาสันติภาพ3ประเทศ”ตรงช่องบกปี2533แต่ตอนนั้นเขมรไม่อินด้วยเพราะยังมีสงครามกลางเมือง แถมในปี พ.ศ 2534 น้าชาติ โดน รสช.รัฐประหารทำให้เรื่องนี้เงียบไป

2. กระทั่งมารัฐบาลชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ จากเอกสาร มีการดำเนินการเจรจาระดับทวิภาคี ก่อนจะมาเป็น MOU43 ตั่งแต่ปี 2537 ที่หลังการไปเยือนเขมร เคยมีการออกแถลงการณ์ร่วม ฉบับลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2537 ระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ขึ้นภายในระยะเวลาอันสมควรเพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดน ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาไม่มีความพร้อมเพราะมีปัญหาเขมรแดงและความขัดแย้งทางการเมือง

3. สมัย “นายทักษิณ “ปี2544 สามารถบรรลุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ซึ่งไทยและกัมพูชา อ้างสิทธิทับซ้อนกัน MOU44 แต่ก็ไม่สามารถเจรจากันได้เมื่อ ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิในเขตทับซ้อนทางทะเล ทักษิณถูกรัฐประหาร19ก.ย.49

4. จนมา รัฐบาล นายกสมัคร สุนทรเวช ปี 2551 ไทยเคยเสนอให้มีการเจรจาเรื่องนี้กันต่อแต่ทางกัมพูชาไม้โอเค เพราะมีม็อบเสื้อเหลืองทวงคืนเขาพระวิหาร ปัญหาลุกลาม มีการปะทะกันตามแนวชายแดน2ประเทศ กลายเป็นคดีพิพาทในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

5. จนถึง รัฐบาล“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”เป็นนายกฯปี 2552 ยังคง ขัดแย้งกับ รัฐบาลฮุนเซน กรณีปราสาทพระวิหาร มีการกล่าวหา นายทักษิณว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนร่วมกับฮุนเซน ในแหล่งพลังงาน แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็มีความพยายามที่จะเปิดการเจรจาเรื่องเขตทับซ้อน มีการสื่อสารกับผู้นำในรัฐบาลฮุนเซนหลายครั้ง แต่ถูกปฏิเสธแถมตอนนั้น“ฮุน เซน”ยังเล่นเกม ตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษา จน“นายกอภิสิทธิ์”ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต และที่สำคัญถึงกับประกาศยกเลิกMOU44 แต่ไม่มีผลอย่างเป็นทางการเพราะบอกยกเลิกฝ่ายเดียว

6. ต่อมา รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกปี 2554 พยายามจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเขมร ยอมรับการตีความของศาลยุติธรรม ระหว่างประเทศในกรณีปราสาทพระวิหารและติดต่อขอเปิดการเจรจากันอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขมรจะตอบรับก็ถูก“ลุงตู่”รัฐประหารซะก่อน

7. โดยในยุค “รัฐบาลลุงตู่”เป็นนายกฯคสช.ปี 2557 จนในปี2565 ลุงตู่ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จากเลือกตั้ง อีกสมัย มีการปัดฝุ่นMOU44 มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นหัวหน้าชุดเจรจา

8. จนมาถึงรัฐบาล “นายกเศรษฐา”หลัง นายกฯ สองประเทศเห็นพ้องพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชาร่วมกันใน 3 ประเด็น การค้าชายแดน เปิดปราสาทพระวิหาร และการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยใช้ mou 2544 เป็นกลไกขับเคลื่อน เพราะเห็นตรงกับรัฐบาลว่า ปัจจุบันไทยเหลือแหล่งก๊าซธรรมชาติจำกัด และลดน้อยอย่างมีนัยสำคัญ

9. จนมา ปี 2567 รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เรื่อง MOU44 ก็ถูกหยิบมาปัดฝุ่นอีก ก่อนจะไหลมาสู่สถานการณ์ปัญหาเขตแดนของ2ประเทศที่ทำท่าจะบานปลายอีกครั้ง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...