โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ราคา ‘คอนเน็กชั่น’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 10.06 น.
ภาพจากเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen, Cambodian Prime Minister

คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

คุณทักษิณ ชินวัตร กับ “ฮุน เซน”มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแน่นแฟ้นกันมายาวนาน

เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้

ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางออกนอกประเทศด้วย “เส้นทางธรรมชาติ”

ใคร ๆ ก็รู้ว่า “เส้นทางธรรมชาติ” นั้นมุ่งหน้าไปกัมพูชา

เดินทางโดยรถยนต์ ก่อนจะไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวที่สนามบินกัมพูชา

เรื่องนี้ถ้า “ฮุน เซน” ไม่อำนวยความสะดวกให้

เครื่องบินขึ้นไม่ได้หรอกครับ

“ทักษิณ” เคยเดินทางไปพักที่บ้านของ “ฮุน เซน” ที่กัมพูชา

ในขณะที่ “ฮุน เซน” ก็เป็นผู้นำประเทศคนแรกที่เดินทางมาเยี่ยม “ทักษิณ” ที่บ้านหลังกลับมาเมืองไทย

ความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้นำประเทศแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

และเป็นเรื่องดีที่ทำให้การเจรจาเรื่องต่าง ๆ ง่ายขึ้น

แต่…

โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว

คุณทักษิณนั้นเป็นคนเชื่อมั่นในเรื่องการทูตแบบส่วนตัวมากกว่าการทูตในระบบมาตลอด

อาจเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำธุรกิจ

เพราะในเมืองไทย Knowwho สำคัญกว่า Knowhow

ดังนั้น ตั้งแต่รัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน” เป็นต้นมา

เขาจึงมั่นใจว่าจะเจรจากับกัมพูชา เรื่องการหาประโยชน์จากพลังงานใต้ทะเล บนพื้นที่ทับซ้อนที่มีปัญหามายาวนานได้สำเร็จ

วิธีคิดของเขาถูกต้องทุกอย่าง

เพราะวันนี้ในโลกที่พลังงานสะอาดกำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ

พลังงานจากฟอสซิลจะไร้ค่าเมื่อไรไม่มีใครรู้

แทนที่จะมาทะเลาะกันว่าพื้นที่ทับซ้อนนั้นเป็นของใคร ซึ่งใช้เวลายาวนานเท่าไรก็ไม่รู้

เรามาหาประโยชน์ร่วมกันไม่ดีกว่าหรือ

อย่าลืมว่า “เวลา” มี “ราคา”

ถ้าช้าเกินไปมูลค่าพลังงานใต้ทะเลอาจกลายเป็น 0 ไปเลยก็ได้

มองแง่ดีก็เป็นเรื่องดี ยิ่งคุณทักษิณ กับ “ฮุน เซน” สนิทกันเป็นการส่วนตัว

คุยกันง่าย นิดหน่อยก็ยอม ๆ กันไป

ครับ ถ้าเป็นธุรกิจส่วนตัวก็คงจะเจรจากันง่าย

แต่พอเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ที่ทั้ง “ทักษิณ” และ “ฮุน เซน” ก็มีแรงต้านในประเทศสูงมาก

ยิ่งในช่วงผลัดใบ โอนอำนาจให้ลูก ยิ่งเป็นช่วงอ่อนไหว

ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่คุ้นเคยกัน กลับกลายเป็น“ดาบสองคม”

เพราะคมหนึ่งนั้นถูกมองว่าทั้งคู่อาจร่วมกันหาประโยชน์เข้าตัวเองได้

และในการเจรจาต่อรองนั้น ต้องมีการยอม ๆ กันในบางเรื่อง

เรายอมเรื่องนี้ คุณยอมเรื่องนั้น

เป็นเรื่องปกติของการเจรจา

แต่พอมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องที่เรายอมในการเจรจาบางเรื่องอาจถูกมองในแง่ลบได้

คุณอนันต์ อัศวโภคิน เคยบอกว่าทุกครั้งที่เราเจรจาต่อรองกับใคร

ถ้าเราเห็นว่าข้อเสนอนี้ยุติธรรม

อีกฝั่งจะคิดว่าเราเอาเปรียบนิด ๆ

แต่ถ้าเราคิดว่าข้อเสนอนี้เราเสียเปรียบนิด ๆ

อีกฝั่งจะมองว่าข้อเสนอนั้นยุติธรรมแล้ว

เรื่องนี้หากเป็นการเจรจาทางธุรกิจ ยอมนิดยอมหน่อยเป็นเรื่องธรรมดาตามอำนาจต่อรองของแต่ละฝ่าย

แต่พอเป็นเรื่องของประเทศ “ความสัมพันธ์ส่วนตัว” ของผู้นำกลายเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก

ผมยกตัวอย่างนี้เพื่อจะบอกว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ร้อนระอุในวันนี้

อย่าเอ่ยถึง “ความสัมพันธ์” ส่วนตัวให้มากนัก

ยิ่งบอกว่า “แน่นแฟ้น” เท่าไรก็ยิ่งเปราะบางเท่านั้น

อย่าลืมว่าคุณทักษิณนั้นมีทั้งคนรักและคนเกลียด

เรื่องนี้จุดกระแสได้ง่าย

เพราะในขณะที่รัฐบาลไทยพูดถึงความสนิทสนมกับ “ฮุน เซน”

ฝั่งกัมพูชากลับเดินเกมแรง แบบไม่ลดราวาศอก

ภาพที่ออกมาจึงกลายเป็นรัฐบาลไทยอ่อนแอ

นี่คือ “ราคา” ที่ต้องจ่ายสำหรับคำว่า “คอนเน็กชั่น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคา ‘คอนเน็กชั่น’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...