โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝนเพิ่มขึ้น ‘กรมชลประทาน’ พร้อมตั้งรับปรับแผนบริหารจัดการน้ำ

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.59 น. • The Bangkok Insight

ฝนเพิ่มขึ้น "กรมชลประทาน" พร้อมตั้งรับปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

วันนี้ (30 มิ.ย.68) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) อาคาร 99ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ

กรมชลประทาน

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตลอดจนสำนักงานชลประทานที่ 1 -17 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ปัจจุบัน (30 มิ.ย.68) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 43,345 ล้าน ลบ.ม. (57% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 33,157 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 13,159 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 11,712 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน

ภาพรวมปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์ดี ด้านผลการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูฝนปี 68 ทั้งประเทศมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 8,298 ล้าน ลบ.ม. (50% จากแผนฯ) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ ป่าสักฯ) จัดสรรน้ำไปแล้ว 2,682 ล้าน ลบ.ม. (60% จากแผนฯ)ภาพรวมการจัดสรรน้ำยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติมีการปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ร่วมกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำท่า เพื่อลดผลกระทบกับพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน

กรมชลประทาน

ทั้งนี้เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีปริมาณฝนตกหนัก ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 1 – 6 กรกฎาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

กรมชลประทาน

ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ พร้อมทั้งนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อท้ายเขื่อน เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมตามแนวทางของสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) และข้อสั่งการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กนช.)

ที่สำคัญให้ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 68 อย่างเคร่งครัดรวมทั้งมั่นตรวจสอบอาคารชลศาสตร์และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกำหนดพื้นที่เสี่ยง และมอบหมายเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเครื่องมือประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...