โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ ปิดตลาดบวก 156.00 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮ ขานรับผลประกอบการแข็งแกร่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.พ. 2567 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2567 เวลา 01.07 น.

ดัชนี ดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (7 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 38,677.36 จุด เพิ่มขึ้น 156.00 จุด หรือ +0.40%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,995.06 จุด เพิ่มขึ้น 40.83 จุด หรือ +0.82% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,756.64 จุด เพิ่มขึ้น 147.65 จุด หรือ +0.95%

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.4% โดยหุ้นอินวิเดีย พุ่งขึ้น 2.7% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ ทะยานขึ้น 3.3%

หุ้นซีวีเอส เฮลธ์ คอร์ป (CVS Health Corp) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพและเครือข่ายร้านขายยาขนาดใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.1% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 4/2566

หุ้นอูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ปรับตัวขึ้น 0.27% ขานรับผลกำไรและรายได้ที่ออกมาดีเกินคาดในไตรมาส 4/2566 ขณะที่หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ พุ่งขึ้น 6% หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มการจ่ายเงินปันผล

หุ้นชิโปเล่ เม็กซิกัน กริลล์ (Chipotle Mexican Grill) แบรนด์ร้านอาหารเม็กซิกันชื่อดัง ทะยานขึ้น 7.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรและยอดขายที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4/2566 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเมนูเบอร์ริโต้ (Burrito) และไรซ์โบว์ล (Rice bowl) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ราคาอาหารเมนูดังกล่าวจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

ไมเคิล เจมส์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Wedbush Securities ในนครลอสแอนเจลิสกล่าวว่า ผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนช่วยให้ตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐ หลังจากธนาคารนิวยอร์ก คอมมิวนิตี แบงคอร์ป (New York Community Bancorp - NYCB) เปิดเผยตัวเลขขาดทุนเกินคาดในไตรมาส 4/2566 พร้อมประกาศลดการจ่ายเงินปันผล และเพิ่มเงินสำรองเพื่อรับมือกับปัญหาหนี้เสีย

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคาร NYCB ลงสู่อันดับขยะ (Junk) โดยระบุว่า NYCB ล้มเหลวในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเงินทุนและทำให้ผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่น พร้อมกับเตือนว่ามูดี้ส์อาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ NYCB ลงอีก หากผลประกอบการของธนาคารย่ำแย่ลงกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี หุ้น NYCB ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 6.7% หลังจากนายอเลสซานโดร ดีเนลโล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ NYCB ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด โดยกล่าวว่าธนาคารจะลดการปล่อยกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ NYCB ได้ทำการตัดหนี้สูญ (write-off) ของหลายบริษัทในภาคอสังหาริมทรัพย์

นักลงทุนยังคงจับตาการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยล่าสุดนายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิสคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2-3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่นางเอเดรียนา คุกเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยข้อมูลจากแอลเอสอีจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทมากกว่าครึ่งหนึ่งในดัชนี S&P500 ที่ได้รายงานผลประกอบการแล้ว โดยในจำนวนนี้มี 81.2% ที่รายงานผลประกอบการสูงกว่าคาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพุธ (7 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะการร่วงลงของหุ้นอิควินอร์และหุ้นโททาลเอเนอร์จีซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ในยุโรป

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 485.63 จุด ลดลง 1.13 จุด หรือ -0.23%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,611.26 จุด ลดลง 27.71 จุด หรือ -0.36%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 16,921.96 จุด ลดลง 111.28 จุด หรือ -0.65% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,628.75 จุด ลดลง 52.26 จุด หรือ -0.68%

ตลาดยังถูกกดดันหลังเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลงมากกว่าคาดในเดือนธ.ค. โดยลดลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ ตลาดยังผิดหวังหลัง นางอิซาเบล ชนาเบล กรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทมส์ว่า ECB ต้องอดกลั้นกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้ออาจปะทุขึ้นอีก และข้อมูลที่ผ่านมายืนยันความวิตกที่ว่า การปรับลดเงินเฟ้อลงนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

หุ้นอิควินอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตน้ำมันและก๊าซของนอร์เวย์ ร่วงลง 7.8% หลังเปิดเผยว่าจะลดการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในปีนี้ลง 3 พันล้านดอลลาร์

หุ้นโททาลเอเนอร์จีของฝรั่งเศส ร่วงลง 3.2% หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4/2566 ลดลงมากกว่าคาด

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 0.9% โดยหุ้นยูบีเอสร่วง 2.7% หลังโบรกเกอร์อย่างน้อยสองรายปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นยูบีเอส

แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.7% โดยบวกขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน และหุ้นกลุ่มรถยนต์ปรับตัวขึ้น 0.5% โดยหุ้นสเตลแลนติสของอิตาลี พุ่งขึ้น 1.1% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ (7 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเซนส์เบอรี ซึ่งเป็นกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต และหุ้นบาร์รัตต์ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างบ้าน

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,628.75 จุด ลดลง 52.26 จุด หรือ -0.68%

หุ้นเซนส์เบอรี ร่วง 6.1% หลังบริษัทตั้งเป้าประหยัดต้นทุน 1 พันล้านปอนด์ (1.3 หมื่นล้านดอลลาร์) ในระยะเวลา 3 ปี

หุ้นเทสโก้ ร่วง 3.4% และหุ้นมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ร่วง 1.6%

หุ้นบาร์รัตต์ ดีเวลลอปเมนต์ ร่วง 5.5% หลังตกลงซื้อบริษัทเรดโรว์เป็นมูลค่าราว 2.52 พันล้านปอนด์ (3.18 พันล้านดอลลาร์) โดยหุ้นเรดโรว์พุ่งขึ้น 14.8% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากฮาลิแฟกซ์ซึ่งเป็นบริษัทปล่อยกู้จำนองบ่งชี้ว่า ราคาบ้านในอังกฤษขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 1 ปีในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นสัญญาฟื้นตัวในตลาดบ้าน

หุ้นสร้างบ้านรายอื่น ๆ อาทิ เครส นิโคลสัน และเบลล์เวย์ ปรับตัวขึ้น 4.34% และ 2.8% ตามลำดับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...