โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KBTG เบื้องหลังแอปฯ K PLUS ทำอย่างไรให้ระบบไอทีของธนาคารกสิกรไทย มีเสถียรภาพที่สุดกว่า 4 ปีซ้อน?

Thairath Money

อัพเดต 24 ก.พ. 2567 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 11.30 น.
ภาพไฮไลต์

นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยถึงผลงานที่ผ่านมาของ KBTG ในการดูแลเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับธนาคารกสิกรไทยกับสื่อมวลชน ว่า ขณะนี้ KBTG ได้ขึ้นแท่นสุดยอดองค์กรเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดเร็วกว่าที่ตั้งไว้ถึง 2 ปี ที่จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ปี 2568 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการ Transformation องค์กรแบบยกเครื่องมาตั้งแต่ปี 2562

โดยสะท้อนได้จากการที่ระบบไอทีของธนาคารกสิกรไทยมีเสถียรภาพมากที่สุดเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน โดยปัจจุบันแอปฯ K PLUS มียอดผู้ใช้งานกว่า 21.7 ล้านราย รองรับธุรกรรมทางการเงินถึง 23.9 ล้านล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินนี้มากขนาดที่คิดเป็น 1.3 เท่าของ GDP ประเทศไทยเลยก็ว่าได้ แม้จะเป็นจำนวนที่มหาศาลแต่เปอร์เซ็นต์ความพร้อมในการให้บริการของระบบ (Service Availability) ก็สูงถึง 99.99% เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ KBTG ได้มีการจัดทำศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) ที่ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบ Hybrid Cloud ที่ผสมผสานการทำงานระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud เพื่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพขั้นสูงสุด รวมถึงลดอัตราการเกิด Incident ระดับรุนแรงได้มากถึง 60% เวลาที่ใช้ในการแก้ไขลดลง 33% และ Downtime ของระบบลดลง 66%

และในขณะเดียวกันก็ได้มีการปรับวิถีการทำงานแบบ End-to-end ด้วย Agile และ Automation ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพงานเพิ่มขึ้น 2.25 เท่า โดยในปี 2566 สามารถส่งมอบโปรเจกต์ไอทีให้กับธนาคารได้ถึง 190 โปรเจกต์

KBTG ตั้งเป้า 3 ปี ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ขยายศักยภาพขององค์กรด้วย AI

นายเรืองโรจน์ กล่าวว่า สำหรับ 3 ปีข้างหน้าต่อจากนี้ของ KBTG ตั้งเป้าที่จะขยายศักยภาพขององค์กรด้วย AI โดยคงมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลาง เรียกว่า Human-first x AI-first Transformation เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีแผนการ ดังนี้

  • 1. ขยายขีดความสามารถด้านไอทีและเทคโนโลยีสู่ระดับโลก
  • 2. เดินหน้าต่อเนื่องสู่การเป็น AI-First Organization ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงปรับกระบวนการทำงานภายในองค์กร
  • 3. ขับเคลื่อนความสามารถในการผลิตด้วย M.A.D. โดยตั้งเป้าหมายที่ 1 แสน Man Days และทำงานเร็วขึ้น 2 เท่าภายใน 3 ปี
  • 4. เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถด้าน AI ให้กับพนักงาน KBTG รวมไปถึงบุคคลทั่วไป (AI For All)
  • 5. Transform สู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีระดับภูมิภาคแบบเต็มตัว
  • 6. พัฒนา KBTG ให้เป็นพื้นที่สำหรับคนที่มีฝีมือและใฝ่ฝันที่จะเติบโตในสายงานเทคโนโลยี
วรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)

ด้านนางวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าวเสริมว่า ในปี 2567 เราจะลงทุนทางด้านยุทธศาสตร์ไอทีด้วยงบประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท เน้นที่การยกเครื่องระบบเครดิตจากต้นน้ำยันปลายน้ำ (Rearchitect E2E Credit), แพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Platform), AI, Credit Card และ Infrastructure as a Service

นอกจากเรื่องเสถียรภาพของระบบแล้ว KBTG ยังไม่หยุดในเรื่องของการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้วย โดยที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากกว่า แอปฯ K PLUS ที่เป็นตัวหลัก ออกสู่ตลาดให้ลูกค้าของธนาคารได้ใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็น MAKE by KBank ขุนทอง

รวมถึงธุรกิจใหม่จาก KX อย่าง Kubix และ Coral และล่าสุดได้มีการเปิดตัว “เหมียวจด” แอปฯ บันทึกรายจ่ายอัตโนมัติจากสลิปโอนเงิน มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 39,000 ราย หลังจากเปิดตัวได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น และมั่นใจว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะมีผู้ใช้งานเกินล้านแน่นอน นอกจากนี้แล้วบริษัทมีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ M.A.D. (Machine Learning, AI, Data) อย่างเต็มตัว ผ่านการนำ AI มาใช้งานในองค์กร สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ทำวิจัยร่วมกับหน่วยงานวิจัยระดับโลก และการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพและกองทุน Deep Tech ผ่าน KXVC อีกด้วย

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...