โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หนุ่มไรเดอร์ ร้องถูกคนขับรถบรรทุกทำร้าย แต่คดีไม่คืบ

INN News

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2567 เวลา 09.30 น. • INN News

จากกรณี หนุ่มไรเดอร์ ถูกคนขับรถบรรทุกขับรถไล่ชนจนรถ จยย.เสียหลักล้ม ก่อนลงมาใช้อาวุธมีดไล่ฟันจนหัวจนเป็นแผลลึก แจ้งความร้องทุกข์ไว้กว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่เรื่องเงียบกริบ คดีไม่คืบเกรงคนร้ายจะมาก่อเหตุซ้ำอีก

ซึ่งวันนี้นายพรรษกร นาก้อนทอง หรือ เฟรม อายุ 22 ปี ได้นำหลักฐานใบแจ้งความพร้อมกล้องวงจรปิด เข้าร้องทุกข์กับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกรถบรรทุกตู้ทึบสีขาวขับไล่ชน ก่อนที่จะจอดและคนขับรถบรรทุกและคนที่นั่งด้วยใช้อาวุธมีดไล่ฟันศีรษะ และไล่ชกหน้า จนตัวเองต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ซึ่งหนุ่มไรเดอร์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังส่งพัสดุอยู่ภายในซอยที่เกิดเหตุ เมื่อส่งเสร็จตอนเองกำลังจะออกจากซอย แต่พบรถบรรทุกถอยหลังออกจากซอยมาด้วยความเร็ว ตนเองกลัวจะเฉี่ยวชนกัน จึงได้บีบแตรเตือนและมีการมองหน้ากัน ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จากนั้นตนเองจึงไปส่งพัสดุที่บ้านหลังถัดไป แต่กลับถูกรถบรรทุกคันดังกล่าวขับไล่ชน ก่อนที่คนขับจะถืออาวุธมีดลงมาไล่ฟันศีรษะ และคนที่นั่งมาด้วยชกเข้าที่กกหู ตนเองพยายามยกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ลดละ

ทั้งที่อยู่ต่อหน้าต่อตาลูกค้าที่ออกมารับพัสดุ แต่ลูกค้าก็ไม่กล้าช่วยเพราะอีกฝ่ายมีอาวุธ จนตนเองต้องวิ่งหนีออกจากจุดดังกล่าว โดยแผลที่ศีรษะเปิดจนเห็นกะโหลก ต้องเย็บ 7 เข็ม และรอยแผลฟันยังถากลงมาถึงบริเวณหัวไหล่ซ้าย ส่วนกกหูก็บวม ต้องหยุดงานขาดรายได้ อีกทั้งไม่กล้าไปทำงานเพราะซอยที่เกิดเหตุเป็นซอยที่ตนเองต้องไปส่งพัสดุเป็นประจำ และคู่กรณีก็เป็นคนขับรถบรรทุกส่งพัสดุเช่นกัน หากไปทำงานก็อาจเจอกันอีก ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัย

หลังเกิดเหตุตนเองไปแจ้งความกับตำรวจ สน.ลาดพร้าว โดยกล้องวงจรปิดเห็นทะเบียนรถบรรทุกคันที่ก่อเหตุชัดเจน แต่ตำรวจกลับยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนได้ทั้งที่ผ่านมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ทราบเพียงชื่อผู้ครอบครองรถ ดังนั้นตนเองจึงอยากให้คู่กรณีเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่มีการไกล่เกลี่ย

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า เบื้องต้นจะประสานผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว เพื่อเร่งรัดคดีและจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนโดยเร็ว เพราะในเมื่อทราบชื่อผู้ครอบครองรถแล้ว ก็เพียงเรียกมาสอบปากคำ หรือตามไปสอบปากคำที่บริษัท ว่าคนขับรถในวันดังกล่าวเป็นใคร ก็ทราบตัวแล้ว ไม่ควรนานขนาดนี้ หากปล่อยให้ล่าช้าอาจเกิดเหตุกับผู้เสียหายซ้ำอีก

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...