โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวสุดเฟี้ยวแห่งฉางอัน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 พ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • หมูน้อยในป่ากก
“คุณพระนี่มันอะไรกัน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?เขาถ่ายหนังกันอยู่หรือไง ทำไมมีแต่คนแต่งตัวแปลกๆ” นี่คือเสียงของหญิงสาวนางหนึ่งที่จู่ๆก็เดินทะเล่อทะล่าเข้ามากลางฝูงคน ก่อนจะมีเสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวเธอ

ข้อมูลเบื้องต้น

"คุณพระนี่มันอะไรกัน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?เขาถ่ายหนังกันอยู่หรือไง ทำไมมีแต่คนแต่งตัวแปลกๆ" นี่คือเสียงของหญิงสาวนางหนึ่งที่จู่ๆก็เดินทะเล่อทะล่าเข้ามากลางฝูงคน ก่อนจะมีเสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวเธอ

*********เรื่องของน้องหลินใกล้จบแล้ว ไรท์เลยทำการเปิดเรื่องของเพื่อนน้องหลินเอาไว้ก่อน บอกเลยว่าใบตองมาครั้งนี้มาไม่เหมือนเพื่อนนะ เพราะว่าเธอมาพร้อมระบบสุดเพี้ยนที่จะพาเธอมาทำภาระกิจสุดเกรียนเพื่อแลกกับอุปกรณ์ขายก๋วยเตี๋ยว งานนี้ใครชอบนิยายเบาสมองก็ขอเชิญเข้ามามุงกันได้เลยนะคะ ไรท์รับประกันด้วยตัวของไรท์ว่ามันจะต้องสนุก มันจะต้องเพี้ยน และมันจะต้องเกรียนแบบหลุดโลกไปเลย

ยังไงฝากนิยายเรื่องนี้ของไรท์เอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้นุ้งใบตองหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว อ่านน้องหลินจบแล้วก็เลี้ยวมาหานุ้งใบกันบ้างเด้อจ้าาาาาาาาาาา********

เสี่ยวทู่เป็นแมวไม่ใช่กระต่าย

สายลมหนาวพัดโชย ใบไม้ร่วงโรยหล่นลงมาถูกกายหญิงสาวที่ยืนท้าลมหนาวอยู่ที่หน้าเจดีย์ใส่กระดูกภายในวัด เป็นเวลาสามปีแล้วที่หญิงสาวมักจะมาที่นี่ในทุกๆวันและเวลาเดียวกัน เพื่อที่จะเอาดอกไม้และส้มตำปูปลาร้าร้านเจ้น้อยของโปรดของเธอและเพื่อนมานั่งกินที่นี่

“ขอโทษนะหลินปีนี้ฉันมาหาแกช้าไปหน่อย แกเหงาหรือเปล่านี่ฉันเอาดอกไม้มาเปลี่ยนให้แก แล้วก็เอาส้มตำปูปลาร้าร้านเจ้น้อยพริกยี่สิบเม็ดมาให้แกด้วยนะ ฉันจะแกะให้แล้วเรามานั่งกินด้วยกัน”ใบตองบอกกับรูปของเพื่อนสาวที่ถูกเอามาแปะไว้ที่หน้าเจดีย์ใส่กระดูก ด้วยว่าเพื่อนไม่มีใครแล้วเธอจึงเอากระดูกของเพื่อนและพ่อแม่ของเพื่อนมาใส่รวมเอาไว้ในเจดีย์เดียวกัน

“บ้านของแกหน่ะยังอยู่เหมือนเดิมเลยนะหลิน ฉันยังเข้าไปทำความสะอาดที่บ้านของแกอยู่ทุกอาทิตย์ แกไม่ต้องกลัวนะว่าของของแกจะหายหรือว่ามีใครมาชุบมือเปิบเอาไป เพราะว่าฉันจะช่วยดูแลและรักษามันเอาไว้เป็นอย่างดี แกไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะหลิน…..แต่อ้อ จะว่าไม่ต้องห่วงอะไรก็ไม่ได้ เพราะว่าหลังจากนี้เจ้น้อยจะไม่ขายส้มตำแล้วนะ เจ้น้อยถูกหวยสามสิบล้านแล้วก็จะย้ายตามผัวเด็กที่เป็นฝรั่งไปอยู่ที่เมืองนอกแล้ว ”ใบตองยังคงพูดไปราวกับว่าเพื่อนของเธอจะรับรู้ได้

“นี่แล้วเธอรู้ไหมมันตลกมากเลยนะ เจ้น้อยหน่ะตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นนนนี่แล้ว ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อแกยังไปทำหน้าที่เกาหลีแบบยกเครื่องใหม่หมดเลย ตอนนี้หนังหน้าแกตึงยื่งกว่าหนังกลองเสียอีก ไม่รู้ว่าเวลานอนแกจะหลับตาสนิทหรือเปล่า…..”ใบตองพูดไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนที่นี่ไม่ว่าจะเป็นพระ แม่ชี เด็กวัด หรือแม่กระทั่งพวกหมาแมวล้วนแต่ชินแล้ว กับการที่หญิงสาวคนนี้จะมานั่งพูดคุยกับคนตายแบบนี้ จึงไม่มีใครมองว่าเธอบ้าเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนล้วนรู้ดีว่าไม่มีใครทำใจได้หรอกที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป

“วันนี้ฉันต้องกลับแล้วนะหลิน อากาศหนาวมากแล้วเอาไว้ปีหน้าฉันจะมาหาแกใหม่นะ” ใบตองพูดในขณะที่เก็บข้าวเก็บของใส่ถุงเตรียมเอาไปทิ้งขยะ

“พี่จะกลับแล้วหรือครับ”เสียงเล็กๆของเด็กชายตัวน้อยทักขึ้น

“พี่จะกลับแล้ว เอ๊ะ ว่าแต่หนูเป็นใครกันทำไมพี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย มาอยู่ใหม่หรือจ๊ะ” ใบตองตอบแล้วถามเด็กชายตรงหน้า ด้วยว่าเธอไม่เคยเห็นหน้าของเด็กน้อยคนนี้เลย

“ใช่ครับ พี่มาหาเพื่อนหรือครับ” เด็กชายถาม

“หนูรู้ได้ยังไงว่าพี่มาหาเพื่อน หนูแอบฟังพี่คุยหรือจ๊ะ" ใบตองถามด้วยความสงสัย

“หนูไม่ได้แอบฟังครับ แต่หนูรู้แล้วหนูก็รู้ด้วยว่าพี่คิดถึงเพื่อนของพี่ พี่อยากเจอเพื่อนของพี่ไหมครับ” เด็กชายถาม

“อยากสิ แต่คงไม่ได้แล้วเพราะเพื่อนของพี่เขาตายไปสามปีแล้ว ไม่่รู้ว่าป่านนี้จะไปเกิดแล้วหรือยัง” ใบตองบอก

“แล้วถ้าเกิดว่าวันหนึ่งพี่ไปหาเพื่อนของพี่ได้ พี่จะไปไหมครับ?”เด็กชายถามอีกครั้ง

“ถ้าเกิดว่าไปได้พี่ก็อยากจะไปนะ แต่ก็คงทำได้แค่อยากนั่นแหละ….ยังไงพี่คงต้องกลับแล้วหล่ะหนูเองก็รีบเข้าห้องแล้วห่มผ้าหนาๆนะ อากาศหนาวแบบนี้เดี๋ยวจะป่วยเอาได้” ใบตองพูดตัดบท เพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคุยกับเด็กชายต่อ แต่ว่ายังไม่ทันจะไปขึ้นรถเด็กน้อยก็พูดบางอย่างออกมา

“พี่เคยเล่นเกมส์ปลูกผักไหมครับ” เด็กน้อยถามแล้วมองไปยังหญิงสาว

“หืม เกมส์ปลูกผักอย่างนั้นหรือ แบบพวกเฮย์เดย์อะไรพวกนี้หรือเปล่า”ใบตองถามกลับ

“ใช่ครับ พี่เล่นเป็นไหมครับ”

“เป็นสิ เกมส์ปลูกผักง่ายๆใครๆเขาก็เล่นเป็นทั้งนั้น ว่าแต่หนูถามทำไมหรือจ๊ะ"

“ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่รีบกลับบ้านเถอะหนูเองก็จะไปแล้วเหมือนกัน” เด็กชายตัดบทแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่ได้สนใจสีหน้าสงสัยของหญิงสาวเลย

“พูดอะไรของเขา สงสัยคงอยากเล่นเกมส์หล่ะมั้ง” ใบตองว่า ก่อนที่จะส่ายหัวไปมาเบาๆแล้วเดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับกลับไปที่บ้าน โดยที่เธอไม่ได้เห็นเลยว่าเด็กชายตัวน้อยส่งยิ้มให้เธอย่างมีเลศนัย

“ความคิดถึงอันแรงกล้า เดี๋ยวหนูจะส่งพี่ไปหาเพื่อนของพี่เอง รับรองว่างานนี้สนุกอย่างแน่นอน” เด็กชายว่า ก่อนที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเด็กชายในชุดจีนผมยาว จากนั้นจึงหายวับไปราวกับว่าเขาไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นมาก่อนเลย

…………………………………………..

ใบตองขับรถกลับมาที่บ้านในช่วงบ่ายของวัน เมื่อเธอเดินเข้ามาที่บ้านเธอก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันของทั้งพี่สาวอย่างใบบัว และลูกแฝดของเธอวัยย่างสามขวบ ซึ่งนั่นก็เป็นกิจวัตรที่เธอได้ยินอยู่ทุกวันและมันทำให้สุขภาพจิตของเธอเสีย

“โอ้ย แม่ไม่ไหวแล้วนะ เมื่อไหร่พวกลูกจะไปอาบน้ำกันเสียทีห๊ะ” ใบบัวพูดกับลูกๆของเธออย่างอ่อนใจ

“ไม่ๆๆๆ ไม่อาบ ไม่อาบ ไม่อาบ หม่อนจะรอพ่อมาอาบให้ ” ใบหม่อนลูกสาวคนโตบอก

“ใช่ๆๆ บอนก็จะรอพ่อกลับมาอาบให้”ใบบอนลูกชายคนเล็กพูดเสริมพี่สาวอีกที

“กว่าพ่อของลูกๆจะกลับมาก็ดึกแล้ว ไปอาบน้ำเถอะนะแม่ขอร้องแล้วเดี๋ยวพ่อกลับมาแล้วค่อยอาบอีกรอบก็ได้ลูก” ใบบัวแบ่งรับแบ่งสู้กับลูกๆ

“เป็นอะไรกันอีกพี่บัว ทำไมเสียงเจี๊ยวอีกแล้วหล่ะ”ใบตองถามหลังจากที่เดินเข้ามาในบ้าน

“น้าบัว/น้าบัว” เด็กแฝดทั้งสองวิ่งเข้ามากอดขาผู้เป็นน้าเอาไว้อย่างหาที่พึ่ง

“ก็เจ้าเด็กพวกนี้หน่ะสิ พี่บอกอะไรก็ไม่เชื่อไม่ยอมฟัง บอกให้ไปอาบน้ำก็ไม่ไปจะรอแต่พ่อๆอยู่นั่นแหละ” ใบบัวบอก

“พี่ก็พูดกับลูกดีๆสิ พี่เป็นแม่นะจะมาแว๊ดๆแบบนี้เด็กที่ไหนจะยอมฟัง ใบหม่อน ใบบอน พวกเราไปกินขนมกันดีไหมลูกแล้วพอกินขนมอิ่มแล้วเราไปอาบน้ำกัน” ใบตองกล่อมหลาน

“ไปครับ/ค่ะ” เด็กสองคนพูดอย่างว่าง่าย

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ” ใบตองว่า ก่อนที่จะจูงหลานทั้งสองไปที่โถงบ้าน จากนั้นจึงจัดขนมที่เธอซื้อมาใส่จานแล้วเอามาวางตรงหน้าของเด็กทั้งสอง ซึ่งเด็กๆก็หยิบกินกันอย่างว่าง่ายและเมื่ออิ่มกันแล้ว ทั้งสองจึงตามผู้เป็นน้าเข้าไปในห้องน้ำและอาบน้ำในทันที

คืนนั้นใบตองกลับเข้าห้องมานอนด้วยความเบื่อหน่าย วันหนึ่งๆเธอต้องรับมือกับคนในบ้านไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เด็กๆทั้งสองในตอนนี้หากใครเห็นก็คิดว่าเป็นลูกของเธอเอง ส่วนคนเป็นแม่ก็ดูเหมือนเป็นป้าไปเสียอย่างนั้น ด้วยว่าหลานติดเธอมากทำให้จนป่านนี้แล้วเธอยังหาแฟนไม่ได้สักคน ดูทรงแล้วเธอคงจะกลายเป็นโสดจนแก่ตายแล้วหล่ะมั้ง

“เห้อ เบื่อ เบื่อๆๆๆๆๆๆ เมื่อไหร่ตะหลุดพ้นจากสภาพบ้าๆนี่สักที อายุก็จะสามสิบแล้วยังไม่เห็นมีผู้ชายเข้ามาจีบเลยสักคน หรือว่าฉันจะต้องแห้งเหี่ยวเฉาตายไปบนคานทองนิเวศน์กันแน่นะ แต่เอ๊ะ!!หรือว่าเนื้อคู่ของฉันจะยังไม่เกิดกัน แต่ถ้ายังไม่เกิดแล้วฉันจะได้แต่งงานตอนไหนกันหล่ะ โอ้ยสวยอยากจะบ้าตายรายวัน" ใบตองบ่นแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน จากนั้นจึงหลับไปโดยที่ไม่ทันได้อาบน้ำเลย

.

.

‘ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ระบบเข้าสู่เกมส์ฟาร์มใน 3’

‘2’

‘1’

‘ตื๊ดดดดดด’ เสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวของหญิงสาว ก่อนที่ภาพห้องนอนจะกลายเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าไร้สิ่งปลูกสร้าง ใบตองมองไปรอบๆเพราะคิดว่านี่คือความฝัน หากแต่ว่าจู่ๆก็มีแผงป่มกดบางอย่างปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเธอ

“นี่มันอะไรกัน ฝันอยู่่อย่างนั้นหรือเนี่ย” ใบตองถามตัวเอง

“พี่สาวไม่ได้ฝันหรอกขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของหญิงสาว

“เสียงใคร ใครหน่ะออกมานะ” ใบตองถามแล้วมองไปรอบๆ

“ข้าอยู่ตรงนี้อย่างไรเล่าขอรับ” เสียงเดิมบอก

“ตรงนี้หน่ะตรงไหน” ใบตองถามแล้วหมุนไปหมุนมาไม่หยุด

“ข้าก็อยู่บนหัวของพี่สาวอย่างไรเล่าขอรับ แล้วก็ท่านเลิกหมุนได้แล้วข้าเวียนหัวจะแย่อยู่แล้ว ” เสียงนั้นบอก

“บนหัว บนหัวอย่างนั้นหรือ…..อ๊ะ!!ตัวอะไรวะเนี่ย” ใบตองว่าแล้วเอามือขึ้นไปคลำๆบนหัวของตัวเอง ก่อนที่จะพบกับก้อนบางอย่างนุ่มนิ่มที่นอนอยู่บนหัวของเธอ

“เอาข้าลงไปสิขอรับ ขยำอยู่ได้เดี๋ยวข้าก็แจกยันต์ให้เสียหรอก” เสียงนั้นบอก ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกหญิงสาวอุ้มออกมาถือเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

“แมวอย่างนั้นหรือ แล้วมาอยู่บนหัวฉันได้ยังไงกันแถมยังพูดได้ด้วย ระ หรือว่า หรือว่าแกเป็นแมวผี”ใบตองถามเสียงสั่น แต่ก็ไม่กล้าที่จะปล่อยมันลงกับพื้น เพราะกลัวว่าเจ้าก้อนนุ่มนิ่มสีขาวนี่มันจะเจ็บ

“ฮ่าๆๆๆ ท่านนี่ตลกจริงๆนะขอรับ ทั้งๆที่กลัวข้าจนตัวสั่นแท้ๆแต่ก็ไม่ยอมปล่อยข้าลง ข้าหล่ะนับถือใจในความเป็นทาสแมวของท่านจริงๆ คิดไม่ผิดเลยที่มาหาท่านในรูปลักษณ์เช่นนี้” เจ้าก้อนกลมบอกพร้อมทั้งหัวเราะออกมาเป็นเสียงเด็กผู้ชาย

“แกเป็นอะไรกันแน่ เป็นผีหรือว่าเป็นอะไรบอกมานะ” ใบตองถาม หลังจากที่ถูกหัวเราะเยาะเย้ย

“ข้าบอกท่านก็ได้ ข้าคือระบบฟาร์มวิญญาณ หรือท่านจะเรียกข้าว่าเสี่ยวทู่ก็ได้ขอรับ และที่ข้าพาท่านมาที่นี่ก็เพราะว่าท่านคือคนที่ข้าเลือกแล้ว ว่าจะสามารถใช้ระบบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ท่านจะยอมรับการเล่นเกมส์ในครั้งนี้หรือไม่ขอรับ” เสี่ยวทู่บอกพร้อมทั้งถามหญิงสาวที่อุ้มเขาอยู่

“เกมส์ เกมส์อะไรฉันไม่เล่นหรอกนะ ฉันไม่ได้มีเวลาขนาดนั้นอีกอย่างฉันต้องทำงานแล้วนี่ก็เป็นแค่ฝัน เดี๋ยวพอฉันตื่นฉันก็จำอะไรไม่ได้แล้ว” ใบตองบอก

“เอาเถอะขอรับ ยังพอมีเวลาข้าใจให้เวลาท่านไปคิดทบทวน เมื่อใดที่ท่านพร้อมอยากเล่นเกมส์ก็ให้เรียกชื่อของข้า ข้าจะมาหาท่านในทันทีทันใดไม่ให้ท่านต้องรอนานเลยขอรับ ” เสี่ยวทู่บอก

“แล้วนี่ฉันจะตื่นได้หรือยัง ตอนเช้าฉันต้องไปทำงานอีกนะ” ใบตองถาม

“ได้สิขอรับ ” เสี่ยวทู่ว่าแล้วฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวทั้งสอง ก่อนที่จะเอาอุ้งเท้าหน้าของเขาตบไปที่แก้มของใบตองหนึ่งครั้ง จากนั้นใบตองจึงได้ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าเธอยังคงนอนอยู่บนเตียงนอน ไม่ได้อยู่ในที่รกร้างเหมือนในฝันแต่อย่างใด

พี่เขยชั่ว

เช้าวันนี้ใบตองตื่นขึ้นมาด้วยความไม่สดชื่นเป็นอย่างมาก เมื่อคืนทั้งๆที่เธอก็ว่าเธอนอนแล้วนะแต่ทำไมเธอยังมีสภาพเหมือนคนที่ไม่ได้นอนเลยหล่ะ ใบตองเดินหาวลงมาจากห้องนอนตั้งแต่เช้า ด้วยว่าวันนี้เป็นวันจันทร์เป็นวันที่เธอจะต้องไปทำงาน

แต่เมื่อลงมาถึงชั้นล่างเธอก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมทั้งยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาท้าวสะเอว เพราะบ้านของเธอกับพี่สาวที่พ่อแม่ยกให้ ตอนนี้มันกลายเป็นกองขยะไปเสียแล้วทั้งที่เมื่อวานมันยังดูโล่งอยู่เลย

“อ้าวน้องตอง จะไปทำงานแล้วหรือจ๊ะ ให้พี่บอยคนนี้ไปส่งหรือเปล่าพี่ไปส่งได้นะ” ไอ้บอยผัวไม่เอาไหนของพี่ใบบัวถามน้องเมียพร้อมทั้งมองตั้งแต่หัวจรดเท้า

ความจริงแล้วคนที่เขาอยากได้ก็คือใบตองคนนี้ แต่ครั้งนั้นมันดันจับพลัดจับพลูได้ใบบัวเป็นเมียเสียได้ ครั้นจะปฏิเสธก็กลัวว่าจะถูกพ่อตาแม่ยายแพ่นกบาลเอา ทำให้เขาต้องตัดใจแต่งงานกับใบบัวอย่างเสียไม่ได้ แต่ว่าเขาก็ยังคงไม่ตัดใจจากใบตองหรอกนะ เขาก็ยังหาโอกาสเป็นพยาเทครัวหวังจะเคลมน้องเมียด้วยอีกคน

“ไม่ต้องหรอกค่ะตองไปเองได้ เชิญพี่บอยนอนแช่อยู่กับกองขวดเบียร์ของพี่ไปเถอะ” ใบตองว่า ก่อนที่จะหันหลังแล้วเตรียมจะเดินออกจากบ้านไปทำงาน แต่ว่าเธอก็ถูกไอ้บอยรวบตัวเอาไว้เสียก่อน กลิ่นแอลกอฮอล์บวกกับกลิ่นปากของไอ้บอยทำให้ใบตองแทบจะอาเจียนออกมา

“จะรีบไปไหนหล่ะน้องตอง วันนี้บัวออกไปซื้อของที่ตลาดแต่เช้า เรามาสนุกกันสักยกก่อนที่บัวจะกลับมาดีไหม รับรองว่าพี่จะไม่บอกใครเลย” ไอ้บอยบอก

“พี่บอยปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ เมาก็ไปนอนโน่นอย่ามายุ่งกับฉัน” ใบตองดิ้นสุดแรงจนเธอหลุดออกจากการเกาะกุมได้ ก่อนที่เธอจะเตะเข้าที่หว่างขาของพี่เขยตัณหากลับจนมันลงไปนั่งหน้าเขียวหน้าแดงอยู่บนพื้น

“นัง นังตอง” ไอ้บอยชี้หน้าของใบตอง โดยที่อีกมือหนึ่งก็กุมเป้าที่ถูกเตะเอาไว้

“นี่แค่สั่งสอนนะ ถ้าครั้งหน้าแกยังมายุ่งมาย่ามมารุ่มร่ามกับฉันอีก ฉันจะไม่ทำแค่เตะเป้าแกแน่แต่ว่าฉันจะเชือดแกให้ตายคามือ” ใบตองบอกแล้วหันหลังเดินออกไปขึ้นรถ ปล่อยให้ไอ้บอยตะโกนก่นดาเธอตาหลังมาไม่หยุด

วันนั้นใบตองทำงานอย่างด้วยความไม่สดชื่น เธออารมณ์เสียทั้งวันเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ ทำเอาเพื่อนร่วมงานเข้าหน้าเธอไม่ติดเลยสักคน

“เธอดูสิวันนี้ใบตองเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งวันเลย” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งบอก

“นั่นสินะ แต่เราอย่าไปยุ่งเลยประเดี๋ยวจะถูกวีนเอา” เพื่อนร่วมงานอีกคนบอก

“เอาเถอะเรารีบทำงานกันเถอะประเดี๋ยวเย็นนี้ต้องเอาไปวางไว้ในห้องบอสด้วย”

ใบตองทำงานของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อยในช่วงเย็น จากนั้นเธอจึงแสกนบัตรออกแล้วขับรถออกขากบริษัทแต่ว่าเธอก็ไม่ได้ตรงกลับบ้าน เธอขับรถมาที่วัดเดิมที่เธอมาเมื่อวานเพื่อหมายจะนั่งคุยและปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวผู้ล่วงลับของเธอ

“หลิน ฉันโคตรเบื่อเลยว่ะ ฉันอยากออกจากบ้านนั้นมากแต่ว่าฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เธอรู้ไหมว่าเมื่อเช้าฉันเกือบถูกไอ้บอยมันลวนลามฉันก็เลยเตะผ่าหมากมันไปทีนึง มันงี้หน้าเขียวเชียวหล่ะ” ใบตองบอก

“พี่มาอีกแล้วหรือครับ” เด็กชายคนเมื่อวานถาม

“อ้าวหนูเองหรือ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ใบตองถามเมื่อหันมาแล้วเห็นเด็กน้อยที่เธอพบเมื่อวาน

“เปล่าหรอกครับ พี่นั่นแหละที่มีอะไรหรือเปล่า หน้าพี่เหมือนคนอมทุกข์เลยเล่าให้หนูฟังได้นะครับ” เด็กชายบอกแล้วเอามือมาแตะที่หน้าของใบตอง ซึ่งสัมผัสนั้นมันเหมือนกับที่ใบตองคุ้นเคยมันเหมือนกับว่าเธอเคยถูกมือนี้แตะที่หน้ามาก่อน

“หนูเป็นเด็กดีจัง ขอบใจนะพี่แต่เบื่อบ้านอยากย้ายไปอยู่ที่อื่นเท่านั้นไม่มีอะไรหรอก” ใบตองบอกเด็กชาย แล้วใช้มือบีบแก้มกลมนั้นเบาๆ

“แล้วทำไมพี่ไม่ย้ายออกมาหล่ะครับ” เด็กชายถาม

“ที่พี่ไม่ย้ายก็เพราะว่าพี่ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนหน่ะสิ ” ใบตองบอก

“แล้วถ้าเกิดว่าพี่มีที่อยู่ แต่ว่ามันอยู่ไกลมากๆพี่จะไปไหมครับ” เด็กชายถามอีกครั้ง

“ไปสิ ต่อให้ไกลแค่ไหนพี่ก็จะไป ขอแค่มีที่อยู่ที่เป็นของพี่และหนีจากคนที่บ้านได้ ต่อ่ให้ไกลแค่ไหนพี่ก็จะไป” ใบตองบอก

“พี่พูดแล้วนะครับ ” เด็กชายพูดเบาๆ

“เมื่อกี้หนูว่ายังไงนะครับ” ใบตองถามเพราะว่าเธอได้ยินไม่ชัด

“หนูอยากกินขนมหน่ะครับ พี่สาวพาหนูไปซื้อขนมหน่อยได้ไหมครับ” เด็กชายบ่ายเบี่ยง

“ได้สิ มาเดี๋ยวพี่จะพาไปซื้อขนมที่ฝั่งตรงข้าม วันนี้หนูอยากกินอะไรหนูหยิบได้เลยนะเดี๋ยวพี่จะจ่ายเงินให้เอง” ใบตองว่า ก่อนที่จะจับมือของเด็กชายแล้วพาเดินตรงไปยังร้านค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวัด

…………………………………………….

ใบตองกลับมาถึงที่บ้านก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว เธอลงจากรถแล้วยืนมองที่ประตูบ้านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้านโดยที่เมื่อเข้ามาถึงเธอก็พบพี่สาว หลานๆ และพี่เขยเฮงซวยของเธอนั่งอยู่ที่หน้าโทรทัศน์

“อ้าวตองกลับมาแล้วหรือ กินข้าวมาแล้วหรือยัง” พี่ใบบัวถามน้องสาว

“กินมาแล้วค่ะ ตองขอตัวนะค่ะวันนี้เหนื่อยๆ”ใบตองบอกก่อนที่จะเดินเลี่ยงขึ้นห้องของตัวเองไป โดยที่มีสายตาที่คาดเดาไม่ได้ของไอ้บอยมองตามไปติดๆ

คืนนั้น…..

ในขณะที่ใบตองกำลังนอนหลับอยู่ในห้องของตัวเองอยู่นั้น จู่ๆหูของเธอก็พลันได้ยินเสียงเหมือนมีใครบางคนพยายามจะเปิดประตูห้องของเธอเข้ามา ใบตองลุกขึ้นมาจากที่นอนแล้วเดินไปคว้าเอาไม่เบสบอลขึ้นมากำเอาไว้แน่น หากใครเข้ามาเธอจะฟาดไม่ยั้งเอาให้กระดูกหักไปเลย

‘แกร๊ก’เสียงลูกบิดประตูห้องของใบตองถูกไขจนสามารถหมุนเปิดออกได้ ก่อนที่บานประตูจะค่อยแง้มออกแล้วมีร่างเงาตะคุ่มๆแทรกตัวเข้ามาข้างในห้อง ใบตองที่แอบอยู่มุมตู้เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาเธอจึงรอดูท่าทีว่ามันจะทำอะไร

“เมื่อเช้าทำพี่เจ็บแสบนักนะน้องตอง คืนนี้แหละพี่จะทำให้เธอร้องขอชีวิตเชียวหล่ะ” ไอ้บอยว่า ก่อนที่จะโถมกายลงไปบนเตียงนอนแต่ก็คว้าได้เพียงหมอนข้างเท่านั้น ไม่มีร่างนุ่มนิ่มที่เขาหมายใจจะได้เป็นเมียนอนอยู่บนเตียงเลย

กระทั่ง

‘พรึ่บ!!!’ไฟในห้องของใบตองถูกเปิดให้สว่างขึ้น ใบตองเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดแล้วเปิดประตูให้กว้างออก เพื่อที่จะตะโกนให้พี่สาวของเธอวิ่งขึ้นมาดูจะได้ตาสว่าง ว่าผัวของเธอมันชั่วช้าขนาดไหน

“ไอ้บอย แกเข้ามาในห้องฉันทำไม” ใบตองตะโกนเสียงดัง

“ใบตองอย่าตะโกน” ไอ้บอยบอก ด้วยกลัวว่าเมียที่นอนอยู่ห้องข้างๆล่างจะได้ยิน

“ฉันจะตะโกน พี่บัวช่วยตองด้วยไอ้บอยมันเข้าห้องตอง” ใบตองตะโกน

“พี่บอกให้เงียบยังไงตอง เงียบเดี๋ยวนี้นะ” ไอ้บอยพูดอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินเข้ามาหมายจะใชมือของมันปิดปากหญิงสาว แต่ก็ถูกหญิงสาวใช้ไม้เบสบอลฟาดเข้าที่ร่างไม่ยั้ง

“นี่แน่ะๆ ”

“โอ้ย ตองหยุด หยุดเดี๋ยวนี้นะ”ไอ้บอยโวยวาย ด้วยว่ามันถูกฟาดอย่างแรงจนได้แต่เอามือป้องกันตัวเองได้อย่างเดียว ไม่มีโอกาสตอบโต้เลยแม้แต่น้อย

“เอะอะอะไรกัน ว๊ายยยตองทำอะไรหน่ะ” พี่ใบบัววิ่งขึ้นมาที่ห้องของน้องสาว ก่อนที่จะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าน้องสาวกำลังใช้ไม้เบสบอลฟาดผัวของเธออยู่

“ไอ้บอยมันเข้าห้องตอง ตองจะฆ่ามัน” ใบตองบอก

“เดี๋ยวๆตอง นี่มันเรื่องเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า บอยเขาจะมาเข้าห้องของเธอทำไมกัน” ใบบัวถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“หลักฐานตำตาเห็นอยู่ทนโท่แบบนี้พี่บัวยังไม่เชื่อฉันอีกหรือ พี่จะหน้ามืดตามัวหลงไอ้เวรนี่ไปถึงไหน" ใบตองถาม

“โอ้ยบัวช่วยผมด้วย ตองมันเกิดเฮี้ยนอะไรไม่รู้มันจะฆ่าผม ” ไอ้บอยคลานเข้ามากอดขาของเมียเอาไว้ด้วยสภาพที่สะบักสะบอม

“หนอยไอ้ผู้ชายตอแหล ”ใบตองด่า

“ตองใจเย็นๆก่อนนะ ”

“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้วพี่บัว นี่มันไม่ใช่แค่ครั้งแรกนะที่มันพยายามจะทำแบบนี้ เมื่อเช้ามันก็ทำทำไมพี่ถึงไม่เชื่อฉันบ้าง ”ใบตองว่า

“ผมไม่ได้ทำอะไรตองเลยนะบัว ผมแค่ละเมอใช่ผมแค่ละเมอก็เลยคิดว่าห้องนี้คือห้องของเรา” ไอ้บอยแถจนสีข้างถลอก

“หึ ละเมออย่างนั้นเหรอ เก่งเนาะละเมอสะเดาะกลอนประตูได้ด้วย พี่บัวครั้งนี้มันเกินที่ฉันจะทนแล้วนะ วันนี้พี่ต้องเลือกถ้าพี่เลือกฉันพี่ต้องไล่มันออกไป แต่ถ้าพี่เลือกมันฉันจะเป็นคนออกไปเอง ฉันทนอยู่ร่วมบ้านกับคนแบบมันไม่ไหวแล้ว” ใบตองประกาศกร้าว

“ตอง ” พี่ใบบัวพูดอย่างอ่อนใจ จะให้เธอเลือกได้ยังไงในเมื่อนี่ก็ผัวนั่นก็น้อง

“ได้ ถ้าพี่ตองเลือกยากฉันจะเป็นคนเลือกให้เอง” ใบตองว่า ก่อนที่จะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้สแล้วดึงกระเป๋าเดินทางออกมา จากนั้นจึงรวบเสื้อผ้ายัดใส่ลงไปรวมถึงข้าวของมีค่า เงิน ทอง เครื่องประดับทั้งหมดที่เธอมี วุฒิการศึกษา ทั้งกมดถูกเก็บยัดใส่กระเป๋าไปในคราวเดียว

“ตอง ใจเย็นๆก่อนนะอย่าทำอย่างนี้เลย คุยกับพี่ก่อนเถอะนะ” พี่ใบบัวบอก เมื่อเห็นว่าน้องสาวเก็บข้าวของแล้ว

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ในเมื่อพี่เลือกมันฉันจะเป็นคนเดินออกไปจากชีวิตพี่เอง ถอยค่ะฉันจะไปแล้ว” ใบตองว่า ก่อนที่จะลากกระเป๋าทั้งสองใบของเธอลงมาจากบ้าน โดยที่มีพี่ใบบัวเดินตามลงมาติดๆ

“ตองอย่าทำอย่างนี้เลยนะ อย่าไปเลยพี่ขอร้องพี่เหลือแค่เธอแล้วนะ” ใบบัวบอก

“พี่ก็ยังมีผัวเฮงซวยของพี่อยู่ไง ชีวิตนี้พี่ไม่ต้องมีฉันก็ได้ลาค่ะ” ใบตองว่า แล้วขึ้นรถก่อนที่จะขับมันไปอย่างรวดเร็ว .

.

ใบตองขับรถออกมาจากบ้านทั้งน้ำตา เธอไม่คิดเลยว่าว่าพี่สาวของเธอจะเลือกไอ้ชั่วนั้นแทนที่จะเป็นเธอที่เป็นน้องสาว เธอรู้ว่าพี่บัวอยากให้ลูกๆมีพ่อแล้วก็อยากที่จะรักษาครอบครัวเอาไว้ แต่ในเมื่อผัวไม่ดีจะต้องทนอยู่ไปทำไม สมัยนี้ซิงเกิลมัมมีเยอะแยะที่เลี้ยงลูกได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เอาเถอะในเมื่อเธอเลือกที่จะออกมาแล้วเธอก็จะไม่มีวันกลับไปที่นั่นอีก

“ฮึก หลิน ถ้าแกยังอยู่ป่านนี้แกก็คงจะลูบหลังแล้วปลอบฉันใช่ไหม ฉันคิดถึงแกจริงๆหลิน” ใบตองพูดพร้อมทั้งปาดน้ำตาที่มันบดบังการมองเห็นให้ออกจากดวงตา

กระทั่ง…..

“กรี๊ดดดดดดดด” ใบตองกรีดร้องสุดเสียง เมื่อเห็นว่ามีบางอย่างตัดหน้ารถของเธอ ทำให้เธอต้องหักรถหลบเพื่อไม่ให้ชนกับสิ่งนั้น ในใจของเธอคิดว่าคงตายแล้วแน่ ได้แต่ภาวนาให้เพื่อนมารับเธอไปอยู่ด้วย ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะตัดและมืดดับลง

ถ่ายหนังกันอยู่หรือยังไง

หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นใบตองที่ขับรถออกมาจากบ้านอีกเลย ไม่ว่าใบบัวผู้เป็นพี่สาวจะไปตามหาที่ไหนก็ไม่มีวี่แววของน้องสาวผู้เป็นที่รักอีกเลย กระทั่งเธอไปแจ้งตำรวจ ไปหาหมอผี ทำทุกทางที่จะสามารถหาน้องสาวพบเธอยอมทำ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่มันคือครอบครัวที่มีน้องสาวของเธออยู่ด้วยถึงจะมีความสุข

“บัวอย่าทำแบบนี้เลยนะ บัวไม่สงสารลูกหรือยังไงกัน ถ้าพวกเราหย่ากันลูกจะต้องกำพร้าพ่อนะ” ไอ้บอยพยายามเกลี้ยกล่อมใบบัวไม่ให้หย่ากับมัน เพราะถ้าหากหย่ากันแล้วมันจะไม่เหลืออะไรเลยแม้กระทั่งบ้านที่อยู่ ทั้งหมดเป็นของใบบัวและใบตองทั้งนั้นไม่มีอะไรที่เป็นของมันเลย

“ฉันตัดสินใจแล้ว วันนั้นถ้าฉันเชื่อน้องสาวของฉันสักนิดฉันก็จะไม่ต้องเสียตองไป แกมันชั่วช้าเกินกว่าที่ฉันจะทนรับไหวแล้ว ส่วนเรื่องลูกแกไม่ต้องห่วงฉันจะเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ ไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าขาดอะไรอย่างแน่นอน ฉะนั้นแกช่วยไปหย่าให้ฉันเถอะไม่อย่างนั้นถ้าเกิดฉันรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่แกทำแล้วเอาไปฟ้องหย่า แกจะไม่เหลืออะไรเลยรวมถึงจะต้องเข้าไปนอนในคุกด้วย” ใบบัวขู่ เพราะหลังจากที่ตามหาน้องสาว เธอก็ได้พบหลักฐานที่จะฟ้องหย่าไอ้ผัวเฮงซวยคนนี้ได้

“บัว จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม จะหย่าให้ได้ใช่ไหม”ไอ้บอยเปลี่ยนท่าที เมื่อเห็นว่าง้องอนไม่ได้ผล

“ใช่ ”ใบบัวตอบสั้นๆ

“ได้ ถ้าเกิดว่าบ้วอยากจะหย่ากับพี่ เอาเงินมาสามล้านแล้วพี่จะยอมหย่าให้ แต่ถ้าไม่ก็ต้องให้พี่อยู่บ้านนี้แล้วเราก็เป็นครอบครัวกันต่อไป” ไอ้บอยว่า

“ที่ฉันพูดมันคงไม่ทำให้แกเข้าใจเลยมั้ง ดีในเมื่อแกพูดมาอย่างนี้ก็เตรียมไปเจอกันที่ศาล เพราะว่าฉันจะฟ้องหย่าแก!!” ใบบัวว่า ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านแล้วปิดประตูลงกลอนไม่ยอมให้ไอ้บอยเข้ามา

……………………………….

‘เคร้ง เคร้ง เคร้ง ’เสียงวัตถุบางอย่างกระทบกันหลายครั้ง ในตอนนี้ชายในชุดดำหลายคนกำลังฟาดฟันกระบี่ใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ลี่ตงหยาง ยอมจำนนเสียโดยดีคนของข้ามีมากกว่าเจ้า อย่างไรวันนี้เจ้ากับคนของเจ้าก็ต้องเอาชีวิตมาทิ้งเอาไว้ที่นี่” เสียงของชายในชุดดำปิดหน้าปิดตายชี้ดาบมาทางคนที่เขาเรียกว่าลี่ตงหยาง

“หึ อู๋หยางฮ้าว เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าภายในผ้าคลุมหน้าสีดำนั่นคือเจ้า อย่าได้คิดว่าจะเอาตำราฝ่ามือทลายภูผาไปจากข้าได้ เพราะว่าเจ้าไม่มีค่าควรแก่การที่จะฝึกมัน” ลี่ตงหยางพูดเสียงแข็ง เขารู้อยู่นานแล้วว่าอู๋หยางฮ่าวต้องการตำราฝ่ามือทลายภูผา ซึ่งเป็นตำราประจำตระกูลของเขาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

“ในเมื่อขอดีๆแล้วเจ้าไม่ให้ เช่นนั้นข้าก็จะแย่งชิงมันมาให้ได้…พวกเจ้าจัดการมัน” อู๋หยางฮ่าวสั่งคนของเขา ก่อนที่ทั้งสองฝั่งจะพุ่งเข้าโรมรันกันอีกครั้ง

‘เคร้ง ฉั่วะ!!’ อู๋หยางฮ่าวถูกกระบี่อ่อนของลี่ตงหยางฟันเข้าที่กลางหลัง อู๋หยางฮ่าวล้มลงแล้วกระอักเลือดออกมามากมาย ตอนนี้เขาพ่ายให้กับลี่ตงหยางที่มีจำนวนน้อยกว่า และกำลังจะเอาชีวิตไม่รอดหากว่าไม่มีบางอย่างมาขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน

‘พรึ่บ!!!!’

วัตถุบางอย่างปรากฏขึ้นมาในอากาศ และนั่นมันก็คือรถของใบตองที่โผล่เข้ามากลางจุดที่ถูกใช้เป็นสนามรถแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ทำเอาเหล่าชายที่กำลังจะฟาดฟันกันต่อถึงกับต้องแตกกระจายไปคนละทิศละทาง ด้วยจู่ๆมีบางอย่างปรากฏออกมาทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

“กรี๊ดดดดดด”ใบตองกรีดร้องออกมาเสียงดัง เมื่อครู่เธอคิดว่าเธอคงจะต้องตายไปเสียแล้ว แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วสำรวจไปตามตัวก็พบว่ามันไม่มีบาดแผลและไม่มีอาการเจ็บปวดเลยสักนิด

“นะนั่น นั่นมันคืออันใดกันช่างประหลาดยิ่งนัก” ลี่ตงหยางพูดขึ้น

“หรือว่านั่นคือพาหนะของสวรรค์ขอรับนายท่านลี่” คนของลี่ตงหยางพูดขึ้น ก่อนที่จะค่อยๆเดินเข้าไปดูของสิ่งนั้นที่อยู่ตรงหน้า

ทางด้านของอู๋หยางฮ่าว เมื่อเห็นว่าฝั่งนั้นกำลังสนใจสิ่งของหน้าตาแปลกประหลาด พวกเขาก็ใช้โอกาสนี้พากันหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด

‘ก๊อกๆ ก๊อกๆ’ เสียงเคาะกระจกดังขึ้นอยู่หลายครั้ง ใบตองที่เพิ่งจะได้สติก็หันกลับไปมองตามต้นเสียง แล้วก็พบกับชายชุดดำหลายคนที่ล้อมรถของเธอเอาไว้ ทำให้ใบตองรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากเพราะคิดว่าเป็นโจร

“เจ้า เจ้าเป็นผู้ใด เป็นผู้ส่งสารจากสวรรค์ใช่หรือไม่” ลี่ตงหยางถามผ่านกระจก

“ผู้ส่งสารบ้าบออะไร พวกนายถอยออกไปนะ” ใบตองตอบกลับไปอย่างหวาดกลัว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเธอพูดตอบคนแปลกหน้าด้วยภาษาที่แปลกไป

“………………” ชายชุดดำทำสีหน้าฉงน เมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวที่แต่งตัวด้วยชุดแปลกประหลาด

“นางพูดจาอันใดพิลึกคน แต่งตัวหรือก็แปลกไปจากชาวเรานัก หรือว่าผู้ส่งสารจากสวรรค์เขาแต่งตัวกันเช่นนี้หรือ” ลี่ตงหยางถามกับคนของเขา

“ข้าน้อยก็ไม่ทราบขอรับนายท่าน ”คนของลี่ตงหยางบอก

“อะไรเนี่ยแต่งตัวก็ประหลาด บ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ไปดีกว่า” ใบตองว่า ก่อนที่จะใส่เกียร์แล้วขับรถหนีออกมา ท่านมกลางความตกใจของลี่ตงหยางและคนของเขา ด้วยไม่เคยเห็นอะไรที่สามรถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่ารถม้าโดยที่ไม่ต้องมีอะไรเทียมเลย

ทางด้านของใบตองหลังจากที่ขับรถออกมาแล้ว เธอก็รู้สึกแปลกใจเพราะว่าขับไปเท่าไหร่เธอก็มองไม่เห็นทางดำหรือว่าทางลาดยางเลย ไหนจะพวกต้นไม้ที่มีอยู่เต็มไปหมดทำให้เธอต้องขับรถซิกแซกไปมาราวกับอยู่ในป่า

“นี่มันทางอะไรวะเนี่ย ทำไมยิ่งขับยิ่งเหมือนเข้าไปในป่าเลย ” ใบตองพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ กระทั่งเธอขับรถมาพบเข้ากับหมู่บ้านแห่งหนึ่งเธอจึงได้จอดรถหมายจะลงไปถามทาง

……………………………………….

แต่ทว่า…….

ผู้คนมากมายแต่งตัวด้วยชุดที่คล้ายกับชุดจีนโบราณ ตามรายทางมีพ่อค้าแม่ค้าขายของและร้องเรีบกลูกค้ากันจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบตองในตอนนี้ที่เดินเข้ามาภายในจุดที่เป็นนตลาดกลับกลายเป็นจุดสนใจ เพราะว่าทั้งการแต้งตัว ทรงผม และท่าทางดูแปลกประหลาดจนไม่เหมือนกับคนที่นี่เลย

"คุณพระนี่มันอะไรกัน ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?เขาถ่ายหนังกันอยู่หรือไง ทำไมมีแต่คนแต่งตัวแปลกๆ" นี่คือเสียงของหญิงสาวนางหนึ่งที่จู่ๆก็เดินทะเล่อทะล่าเข้ามากลางฝูงคน

“นี่แม่นาง เจ้าพูดจาอันใดฟังไม่รู้ความเลย เจ้ามาจากที่ใดกันเหตุใดจึงแต่งกายประหลาดเช่นนี้” เสียงของชายคนหนึ่งถามขึ้น เมื่อได้ยินหญิงสาวแปลกหน้าพูดขึ้นด้วยประโยคแปลกๆ

“คุณ คุณพูดกับฉันหรือคะ” ใบตองถามแล้วชี้เข้ามาที่ตัวเอง

“หากเจ้าหมายความว่าข้าพูดกับเจ้าใช่หรือไม่ ก็ใช่ข้ากำลังพูดกับเจ้าอยู่นั่นแหละ” ชายคนเดิมบอก

“ฉันไม่ได้แต่งตัวประหลาดนะคะ พวกคุณต่างหากที่แต่งตัวประหลาดๆหรือว่านี่กำลังถ่ายหนังกันอยู่หรือคะ เรื่องอะไรหรือแล้วฉายตอนไหนฉันจะได้ไปรอดูที่โรง” ใบตองถาม

“หนัง หนังคืออันใดหนังสือเช่นนั้นหรือ แล้วโรงอันใดข้าไม่เข้าใจความหมายที่เจ้าจะสื่อ” ชายหนุ่มบอก

“ก็ถ่ายหนัง หนังที่ถ่ายแล้วเอาไปฉายในทีวีในโรงภาพยนต์ยังไงหล่ะคะ…..”เอ่อ ดูเหมือนคุณจะไม่เข้าใจที่ฉันพูดมั้งเนี่ย หรือว่าเราหลงเข้ามาในหมู่บ้านคนบ้ากันวะ" ใบตองพึมพำ เมื่อเห็นสีหน้าฉงนสนเท่ห์ของชายตรงหน้ารวมถึงคนอื่นๆ

“นี่แม่นาง พวกข้าหน่ะไม่ได้วิปลาศหรอกนะ เป็นเจ้าเองหรือเปล่าที่วิปลาศไปแล้ว แต่งตัวก็แปลกประหลาดรัดรูปอวดเนื้อหนังมังสาเช่นนี้ไม่มีสตรีนางใดทำหรอกนะ ”แม่ค้านางหนึ่งกล่าวออกมา

“แต่ตัวอวดเนื้อหนัง อวดเนื้อหนังตรงไหนกันคะนี่มันก็แค่เสื้อยืดกับกางเกงนอนเองนะคะ” ใบตองว่า เพราะว่าตอนที่เธอออกมาจากบ้านเธอดันใส่ชุดนอนออกมา

แต่เอ๊ะ!!!เธอออกมาด้วยชุดนอน นั่นก็หมายความว่ามันยังเป็นตอนมืดอยู่นี่นา แล้วทำไมที่นี่มันถึงได้สว่างราวกับว่ามันเป็นตอนกลางวันแบบนี้หล่ะ ใบตองคิดในใจก่อนที่สมองของเธอจะเริ่มประมวลผลทุกอย่างที่เธอพบเจอ

“ขอโทษนะคะ ตอนนี้คือกี่โมงกี่ยามแล้วอย่างนั้นหรือคะ” ใบตองถาม เพราะว่าเธอไม่มีนาฬิกา

“กี่ยาม….อ๋อ นี่คือกลางยามอู่แล้ว” ชายคนเดิมตอบหลังจากที่ทำความเข้าใจกับหญิงสาว

“กลางยามอู่ ยามอู่อะไรกัน ที่นี่มันหมู่บ้านคนบ้าจริงๆด้วย "ใบตองว่า ก่อนที่เธอจะเร่งเดินกลับออกมาเพราะคิดว่าอยู่ไปคงไม่ได้ข้อมูลอะไร ที่นั่นมีแต่คนแปลกๆทั้งนั้นพูดจาก็แปลก ยามองยามอู่อะไรเธอไม่รู้เรื่องสักนิด

“ข้าว่าแม่นางคนนั้นต้องวิปลาศแน่ๆ พวกเจ้าอย่าเข้าไปใกล้นางนะประเดี๋ยวนางจะคลั่งแล้วทำร้ายพวกเจ้าเอา” แม่ค้าคนหนึ่งว่า

.

.

ใบตองเดินกลับมาขึ้นรถของตัวเองที่จอดเอาไว้ เธอกำพวงมาลัยรถเอาไว้แน่นแล้วนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น หากว่าที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านคนบ้า หรือว่าเธอจะหลุดเข้ามาอีกมิติหนึ่งแต่นั่นมันก็ดูจะแฟนตาซีเกินไป เรื่องแบบนั้นมันมีแต่ในนิยายในละครเท่านั้น

กระทั่ง…..

‘ตึ๊ดดดด ระบบฟาร์มวิญญาณเปิดใช้งาน ผู้เล่นกรุณากดปุ่มเริ่มเล่นหากคุณต้องการเข้าเกมส์’ เสียงหนึ่งดังขึ้นภายในหัวของใบตองที่กำลังเครียดอยู่ ก่อนที่จะมีหน้าจอสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าของหญิงสาว โดยที่มีปุ่มกดเริ่มเล่น และปุ่มปฏิเสธ

“นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้หน้าจอนี้มันเหมือนในฝันของฉันเลยนี่นา หรือว่าฉันจะฝันอยู่ใช่ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ ตื่นสิ ตื่น ตื่นได้แล้วใบตอง" ใบตองพูดพร้อมทั้งตบหน้าตัวเองหลายครั้งจนเจ็บไปหมด

“เจ็บหรือไม่ขอรับพี่สาว” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นบนหัวของใบตองอีกครั้ง ใบตองที่ได้ยินแบบนั้นเธอจึงเอื้อมมือขึ้นไปคว้าบนหัวแล้วพบเจ้าก้อนสีขาวที่เธอเคยพบในความฝัน

“เสี่ยวทู่ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่หล่ะนี่ฉันฝันอีกแล้วใช่ไหม” ใบตองถามเจ้าก้อนนุ่มนิ่ม

“เมื่อครู่พี่สาวตบหน้าตัวเองแล้วรู้สึกเจ็บหรือไม่เล่าขอรับ” เสี่ยวทู่ถามคำถามเดิมอีกครั้ง

“เจ็บสิ ” ใบตองตอบ

“เช่นนั้นพี่สาวก็ไม่ได้ฝันขอรับ ขอต้อนรับพี่สาวเข้าสู่เมืองฉางอันประเทศจีนขอรับ” เจ้าเสี่ยวทู่พูดเสียงใส

“เมืองฉางอัน ประเทศจีน…..โอ้ยอีใบตองจะเป็นลม” ใบตองว่า ก่อนที่เธอจะหมดสติไปในขณะที่มือยังอุ้มเจ้าเสี่ยวทู่เอาไว้อยู่ โดยที่เจ้าเสี่ยวทู่ที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่เอาอุ้งเท้าสีชมพูของเขาขึ้นมาตบที่หน้าผากของตัวเองเบาๆอย่างเหนื่อยใจ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...