โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทอ. ฉลองใหญ่ครบรอบ 15 ปี “Gripen - SAAB 340” โชว์ Elephant Walk เดินหน้าเสริมทัพ Gripen E/F 8 ลำ

สยามรัฐ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทอ. ฉลองใหญ่ครบรอบ 15 ปี “Gripen - SAAB 340” โชว์ Elephant Walk ตอกย้ำความพร้อมรบข้ามมิติ หลังนำเข้าประจำการของเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และ SAAB 340 ณ กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี ด้าน ผบ.ทสส. ยันกองทัพไทยขีดความสามารถไม่เป็นรองใครในภูมิภาค ขณะที่ ผบ.ทอ. กางแผนดันโครงการ "บูรพาสันติ" ลุยเฟส 2 จัดหา Gripen E/F เพิ่มอีก 8 เครื่อง เสริมทัพฝูงบินยุคใหม่เต็มรูปแบบ

วันที่ 20 ก.ค.69 เวลา 11.00 น. ที่กองทัพอากาศ กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี การเข้าประจำการของเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ SAAB 340 โดยมี พลอากาศเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าร่วมพิธี

นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อกริเพน ร่วมงานด้วย เช่น พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้ริเริ่มโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน , พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง และ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล / โดยกิจกรรมสำคัญคือการแสดงบินหมู่ของเครื่องบิน Gripen C/D และ Saab 340 การสาธิตสมรรถนะการบินของเครื่องบินขับไล่ Gripen การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศ

ตลอดจนการแสดง Elephant Walk คชสารยาตรา หรือ การเคลื่อนที่ของอากาศยานเป็นขบวนบนทางขับ (Taxiway) โดยใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และ SAAb 340 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความพร้อมรบ และความเป็นหนึ่งเดียวกันในการปฏิบัติภารกิจของกำลังทางอากาศ ซึ่งกองทัพอากาศชั้นนำในหลายประเทศ จะจัดแสดงในโอกาสสำคัญ

พร้อมกันนี้ เมื่อจบการแสดงโชว์ ครบรอบ 15 ปี การเข้าประจำการของเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D และเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ SAAB 340 พลอากาศเอก อุกฤษฎ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้ตนเดินทางมางานฉลองครบรอบ 15 ปี การเข้าประจำการของอากาศยานกริพเพน (Gripen) และอากาศยาน SAAB ที่บรรจุเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ ตั้งแต่ พ.ศ 2554 เป็นต้นมา จนมาถึงปัจจุบันครบรอบ 15 ปีเต็ม ซึ่งตนคงไม่ต้องพูดถึงศักยภาพและขีดความสามารถของอากาศยานกริพเพนและอากาศยาน SAAB ว่าเป็นอย่างไร แต่การที่กองทัพอากาศมีวิสัยทัศน์ในปี พ.ศ.2554 ที่จัดหาอากาศยานเข้าประจำการ ทำให้วันนี้เรามีความพร้อมและมีระบบนิเวศในการปฏิบัติการในลักษณะสงครามยุคใหม่ ทั้งระบบการปฏิบัติการแล่นอยู่บนฟ้า ในเรื่องการปฏิบัติการข้ามมิติ ซึ่งสิ่งต่างๆเป็นแนวโน้มของปฏิบัติการรบยุคใหม่ในมิติทางอากาศ "หากไม่มีวิสัยทัศน์ปี 2554 เราก็จะยังไม่มีความพร้อมเหมือนในปัจจุบัน"

พลอากาศเอก อุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ คือ ปัจจุบันกองทัพอากาศได้ริเริ่มดำเนินโครงการจัดหาอากาศยานขับไล่ ระยะที่ 1 ที่ลงนามในสัญญาไปแล้ว จำนวน 4 เครื่อง และโครงการดังกล่าวไม่ได้หยุดเพียงแค่จัดหาอากาศยาน เพียง 4 ลำ แต่ระบบนิเวศของการปฏิบัติการสงครามยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นระบบเซ็นเซอร์หรือพื้นฐานอื่นๆที่จะนำเข้าไปสู่การปฏิบัติการข้ามมิติในอนาคตจะมีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบของอากาศยานของกองทัพไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า / ส่วนตัวเชื่อว่า ในภูมิภาค เราไม่เป็นรองใคร

ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้รับฟังข้อมูลจากผู้บัญชาการทหารอากาศ และน้องๆนักบินของกองทัพอากาศโดยที่บรรยายสรุปข้อมูลให้ตนได้ฟังนั้น แสดงให้เห็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ คือ วิสัยทัศน์ การพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง และการเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ๆ พัฒนาระบบความรู้ องค์บุคลากร และองค์เครื่องมือ ให้ผสมผสานสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง จากอดีตจนถึงปัจจุบันและขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทยที่จะเป็นหลักประกันในการสร้างความมั่นคงของชาติในอนาคตต่อไป

พร้อมกันนี้ ส่วนตัวมั่นใจว่าในส่วนของกำลังทางอากาศและอวกาศในอนาคต ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงว่าในอนาคตของเราไม่ได้ยิ่งหย่อนและไม่ได้เป็นสองรองใครในภูมิภาค ส่วนความเป็นรองหรือไม่เป็นรอง คือ ระดับของภาพรวม ทั้งความพร้อมด้านคน ด้านเทคโนโลยี และเทคนิคการทำงานการปฏิบัติการทางทหาร ย้ำว่า ส่วนตัว เราไม่เป็นสองรองใคร

นอกจากนี้ พลอากาศเอก เสกสรร ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาจะเป็นบททดสอบของการบูรณาการร่วมกันทุกกองทัพอย่างไรบ้าง โดยระบุว่า ตนได้บอกผู้บัญชาการทางสูงสุดว่าผลของ 15 ปีที่เราเดินทางมา ที่เรามุ่งเน้นความเป็นเครือข่าย จากเดิมที่เรามุ่งเน้นความเป็นแพลตฟอร์ม นั้นคือความเป็นจุดปกรณ์เฉพาะแบบ เฉพาะเรื่อง กลายมาเป็นสัมพันธ์กับการเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้เรารู้ก่อน เห็นก่อน เข้าใจก่อน ตัดสินใจก่อน ลงมือก่อน นี่คือทิศทางที่กองทัพปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในปีที่ 14 ที่เราได้ป้องกันประเทศ นี่คือบทพิสูจน์และพิสูจน์ได้จริงๆ

โดยกริพเพน (Gripen) และ 340 เป็นเครื่องบินสองแบบที่อยู่ในภารกิจที่สำคัญมากในสถานการณ์ความขัดแย้ง และอัตราความสำเร็จที่สูงมากเกือบ 100% อาวุธที่ใช้ไม่เยอะแต่จับเป้าหมายได้ทั้งสิ้น เรื่องนี้เบื้องหลังไม่ใช่อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่คนที่นำมาใช้สำคัญกว่า เขาใช้ได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน ใช้ได้คุณค่าสูงสุดแค่ไหน ซึ่งตลอด 15 ปีคนของเรา บุคลากรของเราทุกส่วน ได้เชื่อมโยงและส่งข้อมูลถึงกันและกัน ทำให้เครื่องบินบินได้ วันนี้เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่กองทัพไทยยืนยันว่ายังรักษาความพร้อมไว้ทุกเมื่อ และหากมีอริราชศัตรูหรือภัยคุกคามใดๆ ทางกองทัพอากาศก็พร้อม

สำหรับความคืบหน้าในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่มาทดแทน F-16 ที่กองบิน1 โคราชนั้น พลอากาศเอก เสกสรร เผยว่า ในเฟสที่หนึ่งมีความก้าวหน้าตามแผนงานทุกอย่าง ส่วนเฟสที่สองที่ทางกองทัพอากาศต้องเสนองบประมาณในปี 2570 เพื่อเป้าหมายในการเซ็นสัญญาจะถูกนำเสนอให้ครบหมดทั้งฝูง เพื่อให้ระยะเวลาการเตรียมความพร้อมนั้นพร้อมให้เร็วที่สุด ซึ่งสิ่งที่เราได้จากทริปเป็นฝูงใหม่จะเป็นอีกระดับเทคโนโลยี ฉะนั้นอยากฝากถึงประชาชนว่าสงครามยุคใหม่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นในอากาศด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาประกอบจะต้องทำให้ฝ่ายเรามีความเหนือกว่า และเหนือไปกว่านั้นในระบบไร้คนขับ ระบบอัตโนมัติ ก็จะถูกดึงเข้ามาในระบบด้วย ทำให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย ลดความเสี่ยงที่เราไม่จำเป็น อะไรที่มากๆ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต้องใช้มนุษย์เข้าไปอยู่ในวงการตัดสินใจ หรือการใช้ภารกิจที่เซนซิทีฟที่มีพลเรือน แล้วต้องใช้ขีดความสามารถของคนในการตัดสินใจเราก็จะใช้ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ขอให้มั่นใจได้

เมื่อถามถึงความมั่นใจในเฟสที่สองที่จะส่งถึงผู้บริหารทั้ง 8 เครื่อง ตั้งงบคร่าวๆ ไว้เท่าไหร่นั้น พลอากาศเอก เสกสรร ระบุว่า ก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ขณะนี้ได้ประสานและเตรียมการกรอบวงรอบที่กองทัพอากาศได้รับ ซึ่งอยู่ในแผนทั้งหมดแล้ว ก็หวังว่าองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งรัฐบาลจะให้การสนับสนุนโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ มีรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน C/D จำนวน 12 เครื่องจาก สวีเดน ในระยะที่ 1 เมื่อปี 2551 จำนวน 6 เครื่อง เข้าประจำการกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ในยุคที่ พลอากาศเอก อิทธิพร ศุภวงศ์ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ / ระยะที่ 2 ในช่วงปี 2554 อีก 6 เครื่อง โดยได้ปิดโครงการในเดือนกันยายน 2556 หลังจากโครงการต่อเนื่องมานาน 6 ปี ผ่านผู้บัญชาการทหารอากาศมาหลายยุคหลายสมัย ภายใต้เป้าหมายการเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค โดยตลอด 15 ปี ที่ผ่านมีภารกิจดูแลความมั่นคงในภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และมีบทบาทอย่างมากในเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568

ปัจจุบันกองทัพอากาศ กำหนดแผนจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F จำนวน 12 เครื่อง ทดแทน F-16 กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ที่จะทยอยปลดประจำการ โดยใช้ชื่อโครงการว่า "บูรพาสันติ" ดำเนินการจัดซื้อในระยะที่ 1 ไปแล้ว 4 เครื่อง วงเงิน 19,500 ล้านบาท / พร้อมทัังมีแผนจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F ระยะที่ 2 อีก 8 เครื่อง ให้ครบฝูง 12 เครื่อง ในปีงบประมาณ 2571

สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F นับเป็นโครงการสำคัญตามที่ระบุไว้ในสมุดปกขาวกองทัพอากาศ เพื่อทดแทน F-16 กองบิน 1 ที่ใช้งานมากว่า 30 ปี / ตามแพ็กเกจการจัดซื้อกริพเพน E/F จะรวมระบบปฏิบัติการสำคัญ โดยเฉพาะระบบอาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกลกว่าสายตา แบบ Meteor และ ความร่วมมือ เรื่องระบบ Data Link และ การพัฒนาด้านไซเบอร์ รวมถึง offset policy อื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...